ไลฟ์สไตล์

ผักริมรั้วโรงเรียนอาหารกลางวันมากด้วยคุณค่า-อยู่แบบพอเพียง

ผักริมรั้วโรงเรียนอาหารกลางวันมากด้วยคุณค่า-อยู่แบบพอเพียง

21 ส.ค. 2553

"ไม่ได้คิดว่าเมนูอาหารกลางวัน แกงหยวกกล้วยไก่บ้านโบราณไทย หรือที่เด็กๆ เรียกว่าแกงหยากใยไก่บ้านจะได้รับรางวัลชนะเลิศ เพราะเมนูอาหารที่คิดขึ้นเป็นเพียงการนำผักริมรั้วโรงเรียน และไก่บ้านของชาวบ้านมาทำ"

ครู "อดุลย์ ศรเพชร" ครูโรงเรียนบ้านห้วย จ.ศรีสะเกษ โรงเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง จากการประกวดตำรับอาหารกลางวัน สำหรับนักเรียนประถมศึกษาชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่คณะอุตสาหกรรมเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 50 ปีเมื่อเร็วๆ นี้

 เหตุผลที่ แกงหยวกกล้วยไก่บ้านโบราณไทย  ชนะเลิศ เพราะมีประโยชน์มากมาย ทั้งคุณค่าทางอาหาร มีวิตามิน ทำให้เด็กๆ รู้จักการนำภูมิปัญญาชาวบ้าน ประโยชน์จากสมุนไพร ผลผลิตทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่เป็นอันตรายจากสารพิษในผัก ผลไม้ และทำให้เด็กรู้จักการใช้ชีวิตแบบพอเพียง

  ครู อดุลย์  กล่าวว่า โรงเรียนบ้านห้วย เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ที่คุณครูและนักเรียนต้องช่วยกันทำอาหารกลางวัน เมื่อ 10 ปีที่แล้ว โรงเรียนได้รับต้นกล้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ขยายการปลูกต้นกล้วยมากขึ้น ทำให้ในโรงเรียนมีกล้วยจำนวนมาก จึงนำหยวกกล้วยจากต้นกล้วยที่ทางโรงเรียนและเด็กๆ ช่วยกันปลูก ปลอดสารพิษอย่างแน่นอน แถมกล้วยยังมีคุณค่า มีวิตามินมากมาย มาปรุงเป็นแกงหยวกกล้วยไก่บ้าน

 "ตอนแรกที่ทำให้เด็กทาน กลัวว่าเด็กจะไม่ชอบ เพราะว่าบางคนอาจไม่เคยกินหยวกกล้วย  แต่เมื่อทำให้ทานพวกเขากลับชอบ และเรียกร้องให้ทำบ่อยๆ ทำให้ครูทุกคนที่ร่วมกันทำมีกำลังใจและได้ชักชวนให้เด็กๆ มาช่วยทำ เพื่อเป็นการฝึกให้พวกเขาได้รู้จักช่วยงานบ้าน ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และการทำอาหารยังช่วยสร้างสมาธิ ความรับผิดชอบ และการทำงานเป็นทีมอีกด้วย" ครูอดุลย์กล่าว

 รศ.ดร.วรรณา ตั้งเจริญชัย คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร สจล. เล่าว่า การแข่งขันรอบแรกมีโรงเรียนเข้าแข่งขัน 100 โรงเรียนทั่วประเทศ คัดเหลือ 15 โรงเรียนในรอบ 2 เพื่อชิงรางวัลชนะเลิศ การประกวดครั้งนี้ ตัดสินใจยากมาก เนื่องจากแต่ละโรงเรียนต่างนำผักริมรั้วในโรงเรียนมาปรุงอาหาร และแต่ละเมนูมีเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น

  ในที่สุดโรงเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนบ้านห้วย จ.ศรีสะเกษ กับเมนูแกงหยวกกล้วยไก่บ้านโบราณไทย อันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนคลองกลันตัน (มีสุวรรณอนุสรณ์) กทม. กับเมนูปลาทอดกับยำแตงกวาและข้าวดอกอัญชัน อันดับ 3 ได้แก่ โรงเรียนบ้านศูนย์ไหม จ.มุกดาหาร กับเมนูก๋วยเตี๋ยวปลาสมุนไพร และชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนวัดหนองนางปุ๋ย จ.สระบุรี กับเมนูแกงเลียงเผือกหอมผักรวม และโรงเรียนสุเหร่าสามอิน กทม. กับเมนูข้าวผัดน้ำพริกปลาทู

 จากนี้ไปคณะกรรมการและผู้สนับสนุนจากภาคีหลากหลายสาขา อาทิ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) สพฐ. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด จะรวบรวมเมนูอาหารทั้งหมด ทำเป็นหนังสือคู่มืออาหารกลางวัน จำนวน 2,000 เล่ม และจะส่งมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนำไปเผยแพร่ต่อไป

 "น้องเต้" ด.ช.เอกรัตน์ ห้วยจันทร์" นักเรียนชั้น ป.6 พ่อครัวตัวน้อย เล่าว่า ได้ช่วยคุณครูทำแกงสนุกมาก เพราะได้ทำร่วมกับเพื่อนๆ หลายคน แถมได้โขลกพริก กระเทียม ได้นำความรู้ไปช่วยแม่ที่บ้านทำ แถมได้ช่วยกันหั่นหยวกกล้วย ซึ่งมีใยมากมาย จึงเปลี่ยนชื่อจากแกงหยวกกล้วยเป็นแกงหยากไย่

 ทั้งนี้โรงเรียนที่ได้รับรางวัล จะมารับรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัลในวันที่ 24 สิงหาคม พร้อมนำอาหารกลางวัลมาให้ผู้ที่มาเที่ยวชมงานได้มาลิ้มลอง ในงานฉลองครบรอบวันสถาปนาสถาบัน สจล. วันที่ 24-27 สิงหาคมนี้ ใครยังไม่ได้ชิมห้ามพลาด พร้อมชมนวัตกรรมต่างๆ ในงานนี้อีกมากมายด้วย

      0  ชุลีพร อร่ามเนตร 0