ไลฟ์สไตล์

 ศาสตร์แห่งการออกแบบที่ต้องบูรณาการเพิ่มมูลค่าด้วยการออกแบบ คือความสำเร็จของประเทศ

ศาสตร์แห่งการออกแบบที่ต้องบูรณาการเพิ่มมูลค่าด้วยการออกแบบ คือความสำเร็จของประเทศ

21 ส.ค. 2553

ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้รับทาบทามจากนายกเทศมนตรีตำบลกะตะ อ.เมือง จ.ภูเก็ต และองค์กรผู้นำชุมชนต่างๆ ของจังหวัดให้เข้าร่วมการออกแบบ การจัดสภาพแวดล้อมของเมืองแห่งอนาคต การออกแบบร้านค้าสำหรับการท่องเที่ยวต้นแบบ การออกแบบพื้นที่สำหรับนันทนาการ

การออกแบบพื้นที่การเรียนรู้สำหรับเด็กและคนในชุมชน สวนสาธารณะแนวใหม่ ฟุตบาททางเท้า สตรีทเฟอร์นิเจอร์ ตลอดจนบรรยากาศของเมือง โดยทุกคนในชุมชนนำทีมด้วยนายกเทศมนตรีกะรน คาดหวังที่จะเห็นการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมของชุมชนด้วยการออกแบบเมือง และสภาพแวดล้อมให้มีคุณภาพมากขึ้น

 ผมได้เห็นความแข็งแรงของชุมชนท้องถิ่นที่มีความพยายามเปลี่ยนแปลงเมือง เห็นจุดเริ่มต้นของการรวมกลุ่มอย่างสร้างสรรค์ เฉพาะภาครัฐที่เห็นจะเป็นความขัดแย้งแบ่งฝักแบ่งฝ่าย หรือไม่ก็เรื่องผลประโยชน์เสียส่วนใหญ่

 บทสะท้อนความรุ่งเรืองของเมืองจะสะท้อนจากความสามัคคีก่อนเป็นอันดับแรก ความสามัคคีของหน่วยชุมชนกับภาครัฐ ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน การมองไปข้างหน้าด้วยกัน แม้จะเห็นไม่ตรงกันแต่ก็ไม่ต่อต้าน กลับจะช่วยกันผลักดันให้สำเร็จมากกว่า ถ้าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย หรือเป็นสิ่งดีแม้จะเป็นเสียงส่วนน้อยก็ตาม ระบบการเมืองไทยที่ล้มเหลว มีให้เห็นคือ ความพยายามล้มอีกฝ่ายหนึ่ง เมื่อตนเองอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามจะดีหรือเลวไม่สนใจ คนละขั้วกันคือจ้องจะล้มท่าเดียว วงจรเหล่านี้ คือความล้าหลังของระบบอันเป็นอุปสรรคสำคัญมากๆ ต่อการพัฒนาชุมชน และประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง

 ดังที่เคยได้กล่าวมาแล้วในบทความคอลัมน์นี้ทุกวันเสาร์ว่า การออกแบบมีส่วนช่วย “เพิ่มมูลค่า” สินค้า การให้บริการ ผลิตภัณฑ์ ตลอดจนเมืองชุมชนด้วย คือตั้งแต่ระดับจุลภาค เส้นใยผ้า ไปจนถึงมหภาค คือผังเมืองชุมชนควรส่งเสริมให้ได้รับการออกแบบ

 การออกแบบที่หลายคนอาจจะเข้าใจผิด คือเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้ว การออกแบบ คือการบูรณาการทุกศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน โดยใช้สุนทรียศาสตร์ ความงามเป็นศูนย์กลางทั้งหมด กล่าวคือ องค์ความรู้รอบตัวมีผลส่งเสริมให้การออกแบบสมบูรณ์มากขึ้น เช่น

 การออกแบบเก้าอี้ 1 ตัว จะต้องใช้องค์ความรู้ตั้งแต่ วัสดุศาสตร์ คือวัสดุที่เหมาะสมกับเก้าอี้ที่แข็งแรง วิศวกรรมศาสตร์ คือหลักการรับน้ำหนักและโครงสร้าง แพทยศาสตร์ คือสรีระ สุขภาพเพื่อการนั่งที่ปลอดภัยและความสบาย โบราณคดี คือการเทียบเคียงประวัติศาสตร์ และสไตล์เพื่อโยงใยสู่รูปแบบ รูปทรง สถาปัตยกรรมศาสตร์ และมัณฑนศิลป์ คือการออกแบบเก้าอี้ให้สอดคล้องกับการใช้งานในอาคาร ขนาดสัดส่วนที่เหมาะสม และรูปแบบที่อิงกับพื้นที่ใช้สอย

 พาณิชยศาสตร์ คือการออกแบบให้ขายได้ ขนส่งได้ง่าย เป็นที่ต้องการของตลาด อุตสาหกรรมศาสตร์ คือระบบการผลิตที่ทันสมัย มีนวัตกรรมในการผลิตที่แตกต่าง

 วิทยาศาสตร์ ศาสตร์แห่งความเป็นจริง มีรูปแบบที่สมดุลต่อการรับน้ำหนัก รับแรงกด คำนวณตัวเลขทั้งทางสถิติ และการทดสอบประสิทธิภาพ ตลอดจน

 ศิลปศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ สุนทรียศาสตร์ที่สอดคล้องกับความงาม องค์ประกอบศิลป์อันสวยงามเพื่อความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ และหลังจากนั้นศาสตร์อื่นจะเข้ามาประกอบให้สมบูรณ์ เช่น นิเทศศาสตร์ คือการจัดรูปแบบประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อที่เหมาะสม

 เห็นมั้ยละครับว่า “เก้าอี้” 1 ตัว ต้องอาศัยศาสตร์มากมายขนาดไหน การที่นักออกแบบสามารถประสบความสำเร็จได้ จะต้องเรียนรู้หลายแขนงวิชา ฉะนั้นตัวแปรในการเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งสำคัญเลยอยู่ที่ “ความคิดเชิงสร้างสรรค์” และ “การออกแบบ” โดยเฉพาะการ “เพิ่มมูลค่า” ด้วยการออกแบบอย่างมีวิสัยทัศน์ ดังผมได้ยกตัวอย่างไปข้างต้นถึงกรณีศึกษาใน ต.กะรน จ.ภูเก็ต คือความพยายามใช้วิธีการออกแบบที่เพิ่มมูลค่าให้แก่เมือง การออกแบบให้เมืองสวยงาม น่าอยู่ มูลค่าที่ดินก็จะสูงขึ้น การออกแบบแพ็กเกจจิ้งของสินค้า ของที่ระลึก มูลค่าสินค้าจะสูงขึ้นเช่นกัน

 การออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับการท่องเที่ยวที่น่าซื้อก็ยิ่งกระตุ้นให้มูลค่าผลิตภัณฑ์มีราคามากขึ้น แม้จะไม่สูงมากแต่รูปลักษณ์ของสินค้าน่าซื้อ น่าใช้ น่าเก็บ ดีกว่าขายของถูกแต่ไม่มีคุณภาพ การออกแบบที่ดียังมีผลต่อการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย เพราะหลายๆ ครั้งการออกแบบคือ การแก้ปัญหาข้อบกพร่องในอดีต ไอเดียนักออกแบบบางคนนำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ใกล้ตัวมาออกแบบจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกก็มีมากมาย

 ภาคธุรกิจที่แข็งแรงจึงมิได้มองเพียงแค่มิติของรายได้จากการขาย เชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่ควรมองความสำเร็จจากการยกระดับสินค้าให้มีคุณภาพ และมีมูลค่ามากขึ้น ที่ถึงแม้ตลาดล่างราคาถูกจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ แต่สินค้าและกลุ่มธุรกิจบางปัจจัย ก็ควรได้รับการส่งเสริมให้เห็นคุณภาพและการออกแบบในราคาที่สูงได้ โดยเฉพาะสินค้าส่งออก หรือขายกับต่างชาติ

 การขลุกอยู่กับตลาดล่าง กำไรน้อยๆ ใช้คนเยอะแยะในการผลิต มีการแข่งขันกันมากต้องใช้ปริมาณในการขายมากมายมหาศาลนั้น อาจจะไม่คุ้มเลย ถ้าเทียบกับการขายที่มีปริมาณน้อยลง มีมูลค่ามากขึ้นใช้บุคลากรจำกัดกว่า เช่น การกดราคาข้าวจนชาวนาไม่เหลือกำไร สินค้าการเกษตร อาหารของโลกที่โดนกดราคาเหลือเกิน แต่ผิดจากน้ำมัน, โปรแกรมคอมพิวเตอร์ลิขสิทธิ์ ที่ต่างชาติเขากำหนดราคาได้โดยเราทำอะไรไม่ได้เลย

 ปัญหาเหล่านี้จึงจำเป็นต้องได้รับนโยบาย “เชิงสร้างสรรค์” และ “การบูรณาการ” เข้ามาแก้ไข และเปลี่ยนแปลงครับ

 โครงการอสังหาริมทรัพย์ โครงการที่พักโรงแรมและการท่องเที่ยวเพื่อสำหรับคนต่างชาติ จึงต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการเอาเปรียบจากนักลงทุนต่างชาติ ที่เป็นตั๊กแตนปาทังก้ารุมทึ่งประเทศแล้วเอาเงินกลับไปอย่างมหาศาล ในขณะที่เหลือซากสิ่งแวดล้อมเน่าๆ การตัดต้นไม้ ที่ดินเสื่อมโทรมเหลือไว้ให้คนไทย คือ กากเดน

 การส่งเสริม การลงทุนจึงควรมุ่งเน้นที่นักลงทุนไทยครับ โดยต้องส่งเสริมสนับสนุน ให้เขาเข้มแข็งมากขึ้น มีจริยธรรมในการสร้างสรรค์โครงการ รู้จักขายในระดับไฮคลาส แต่ใช้ต้นทุนไม่มาก

 รู้จักนำการออกแบบมาเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม จับต้องได้เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และการให้บริการเป็นการเพิ่มมูลค่าประเทศให้สูงขึ้น แต่ต้องคงความสมดุล โดยคนไทยก็ไม่ควรใช้ของแพงด้วยเช่นกัน

 เนื้อหาสาระที่เข้มข้นเหล่านี้จะเป็นรูปธรรมไปไม่ได้เลยถ้าเป็นเพียงตัวหนังสือที่ปรากฏอยู่ตรงนี้

 การปฏิบัติการเวิร์กช็อปจึงควรเกิดขึ้นระหว่างผู้อ่านและผู้เขียน โทรศัพท์จองที่นั่งด่วนได้ที่ 0-2984-0091-2 หรือ 08-6331-7433 สัมมนาเชิงปฏิบัติการแนวใหม่เกิดขึ้นในหัวข้อ “พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” ตอน สร้างสรรค์ธุรกิจโรงแรม และรีสอร์ทแนวใหม่แห่งอนาคต วันที่ 18-19 กันยายน 2553 เวลา 10.00-17.00 น. ณ CDC รับจำนวนจำกัด แล้วพบกันนะครับ

อ.เอกพงษ์ ตรีตรง
www.ideal1group.com