ไลฟ์สไตล์

ยันก.คลังยืนราคาสเต็นท์สปสช.ผจก.กพย.ชี้ไม่เกิดฮั้วประมูลแน่

ยันก.คลังยืนราคาสเต็นท์สปสช.ผจก.กพย.ชี้ไม่เกิดฮั้วประมูลแน่

20 ส.ค. 2553

ผจก.กพย.รับรองไม่เกิดฮั้วประมูลสเต็นท์ ยัน ก.คลังต้องยืนราคาตาม สปสช. ขณะที่เลขาฯ สปสช.แจง จัดซื้อรวมเพื่อลดราคา รอบ 8 เดือนประหยัดงบได้ถึง 157 ล้านบาท

จากกรณีสมาคมแพทย์มัณฑนากรหัวใจและหลอดเลือด เปิดเวทีกรณีกรมบัญชีกลางปรับลดเพดานเบิกจ่ายค่าสเต็นท์ให้เท่ากับราคาใหม่ ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดประมูลได้ในราคาถูก ส่งผลให้แพทย์ไม่สามารถจัดซื้อสเต็นท์จากบริษัทอื่นในท้องตลาดได้ ผศ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี  ผู้จัดการแผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) กล่าวว่า บริษัทที่เสนอราคาประมูลของ สปสช. ได้ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้จำหน่ายได้ และไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดการฮั้วกันของบริษัท เพราะเป็นการจัดซื้อรวม อำนาจการต่อรองมีมากกว่า หากยังไม่มีการควบคุมค่าใช้จ่าย เมื่อถึงจุดหนึ่งที่รัฐอุ้มระบบสวัสดิการข้าราชการไม่ไหว ก็จะพังกันทั้งระบบ

 “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะเรื่องนี้ คือระบบการเงินการคลังของประเทศ หากยอมให้มีการยกเลิกประกาศราคากลางเท่ากับว่ากลับไปสู่วงจรแบบเดิม งบประมาณรั่วไหล และจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนล้มละลายทั้งระบบ กระทรวงการคลังต้องยืนยันประกาศราคากลางฉบับใหม่ของกรมบัญชีกลางและสนับสนุนให้ดำเนินการในรายการอื่นๆ ให้เท่ากันทั้งสามระบบด้วย” ผศ.ดร.นิยดากล่าว

 นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า หลังจากนั้นได้ประกาศลดราคาสเต็นท์ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2552 ซึ่งมีการประกาศลดราคาสเต็นท์ชนิดเคลือบยา จาก 8.5 หมื่นบาท เป็นราคา 3 หมื่นบาท และประกาศลดราคาสเต็นท์ชนิดไม่เคลือบยา จากราคา 3.5 หมื่นบาท เป็นราคา 6,800 บาท และจัดซื้อรวม ระยะที่ 1 (1 ธ.ค.2552-ก.พ. 2553 และขยายต่อ 30 มิ.ย.2553) และจัดซื้อรวม ระยะที่ 2 (1 ก.ค.-31 ธ.ค. 2553) สเต็นท์ชนิดไม่เคลือบยาได้ ชุดละ 5,400 บาท เป็นราคาที่ลดลงถึง 85% และสเต็นท์ชนิดเคลือบยาได้ ชุดละ 23,400 บาท เป็นราคาที่ลดลงถึง 72% ซึ่งเป็นราคากลางเดียวกับที่กรมบัญชีกลางประกาศเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2553

 ผลการดำเนินงาน 8 เดือนประหยัดงบประมาณได้ถึง 157 ล้านบาท คาดว่าตลอดทั้งปีจะสามารถประหยัดได้ถึง 260 ล้านบาท ลดการขาดดุลสินค้า เนื่องจากอุปกรณ์ทางการแพทย์ส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศทั้งสิ้น และหากแพทย์มีความจำเป็นต้องใช้สเต็นท์ชนิดอื่น สปสช.ก็เปิดโอกาสให้ดำเนินการได้ตามขั้นตอน ทำเรื่องมาได้ ไม่ได้ปิดกั้น และบริษัทที่ได้รับการประมูลก็ได้รับการตรวจรับรองคุณภาพจาก อย. เงินที่ประหยัดได้ สามารถนำมาเฉลี่ยคืนให้แก่อุปกรณ์อื่นๆ ที่อยู่ในสิทธิประโยชน์ ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถจ่ายชดเชยได้ตามราคากลาง เช่น ข้อเข่าเทียมราคากลาง 5 หมื่นบาท จ่ายได้ 4 หมื่นบาท เครื่องช่วยฟังราคา 13,500 บาท จ่ายได้ 10,800 บาท