
นักวิชาการระบุยางไทยยังราคาดีความต้องการซื้อสูง
นักวิชาการฟันธงอีก 2 ปีราคายางยังดีอยู่ แนะเกษตรกรอีสานไม่ต้องห่วง ระบุประเทศจีนยังต้องการสูงเพื่อนำผลิตยางรถยนต์ แนะเกษตรกรรวมกลุ่มเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง รวมถึงดึงโรงงานแปรรูปยางเข้าตั้งในพื้นที่เพื่อให้สามารถผลิตยางเกรดเอป้อนตลาดได้
ผศ.ดร.กฤตพา แสนชัยธร รองคณดีบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลกับเกษตรกรชาวสวนยางพาราในพื้นที่ 10 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อใช้ในการทำข้อมูลการวิจัยเรื่อง "กลไกและรูปแบบการจัดการโซ่อุปทานและกระบวนการจัดการธุรกิจในโซ่อุปทานที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและสร้างความยั่งยืนแก่เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ" เปิดเผยว่า หลังจากลงพื้นที่เพื่อพูดคุยกับเกษตรกรหลายร้อยคนในพื้นที่ 10 จังหวัดพบว่า เกษตรกรที่ปลูกยางพารามาตั้งแต่ปี 2532 ที่รัฐบาลเข้ามาส่งเสริมปลูกในช่วงแรกๆ มีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้นมากกว่าตอนทำไร่มันสำปะหลังและไร่อ้อย เพราะอาชีพการปลูกยางพารานั้นจะสามารถทำรายได้ให้เดือนละ 2 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งหากปลูกยางพาราประมาณ 7 ไร่ขึ้นไปเรียกได้ว่าสามารถใช้เลี้ยงดูครอบครัวได้ แต่ถ้าหากปลูกน้อยกว่านั้นอาจจะไม่คุ้มทุนมากนักเพราะค่าใช้จ่ายในการดูแลและการลงทุนค่อนข้างสูงอยู่ แต่รายได้ก็พอจะเลี้ยงปากท้องได้แต่อาจจะไม่พอปลดหนี้
ซึ่งขณะนี้พบว่าในพื้นที่ภาคอีสานมีการปลูกยางพาราสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากภาคใต้ และยางพาราในโครงการยาง 1 ล้านไร่อีก 2 ปีก็จะสามารถกรีดเพื่อส่งขายได้แล้ว ซึ่งหลายคนกังวลว่าในอีก 2 ปีที่ยางพาราในโครงการยาง 1 ล้านไร่ออกสู่ตลาดจะทำให้ราคายางในตลาดลดลงนั้นเรื่องนี้ตนได้ศึกษาวิจัยอย่างละเอียดพบว่าราคายางพาราคงไม่ลดลงเพราะประเทศที่มีการปลูกยางพาราและมีการส่งออกจำนวนมากคือ ไทย อินโดนีเซียและมาเลเซียแต่ล่าสุดมาเลเซียได้งดปลูกยางพาราแล้วโดยหันไปปลูกปาล์มแทนเพราะเกิดปัญหาเรื่องโรคทำให้มีประเทศที่ส่งออกเพียงไทยและอินโดนีเซียและมีประเทศปลูกใหม่เพิ่มเข้ามาคือ ลาวและเวียดนามแต่ถึงกระนั้นหากดูจากอุปสงค์และอุปทานนั้นก็ยังพบว่าความต้องการใช้ยางพาราในกระบวนการผลิตยังสูงอยู่เพราะฉะนั้นในอีก 2 ปีที่จะมีการกรีดยางของภาคอีสานได้นั้นก็จะไม่ส่งผลกระทบทำให้ยางล้นตลาดและทำให้ราคายางพาราลดลง
"ประเทศที่นำเข้ายางพารามากที่สุดคือ จีน รองลงมาคือสหรัฐและญี่ปุ่น จากความต้องการดังกล่าว เป็นผลมาจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความต้องการของประเทศจีนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันประเทศจึนได้เป็นฐานการผลิตสินค้าจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่มีความต้องการยางพาราเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต แสดงให้เห็นว่าผลผลิตยางพาราของเกษตรกรไทย มีโอกาสทางการตลาดที่ดี และมีความจำเป็นที่จะต้องมีการบริหารจัดการด้านการตลาด การจัดส่ง การส่งออกและกิจกรรมอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายผลผลิตจากสวนยางพารา ผ่านกระบวนการแปรรูปจนเป็นสินค้าส่งถึงมือผู้ใช้ในบั้นปลาย"ผศ.ดร.กฤตพา กล่าว และว่า
สิ่งหนึ่งที่พบในการลงพื้นที่ศึกษาพบว่า ขณะนี้เกษตรกรภาคอีสานสามารถจำหน่ายผลผลิตยางได้เพียงยางเกรด 3 เนื่องจากระบบการซื้อขายส่วนใหญ่เป็นระบบการประมูล ทำให้ยางพาราแม้จะทำยางแผ่นคุณภาพดีเกรด 2 หรือ เกรด 1 ออกมาเวลาประมูลขายก็มักจะถูกนำไปรวมกับยางเกรด 3 ซึ่งราคาถูกกว่าหากในอนาคตมีการส่งเสริมด้านการตลาดและทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมีการรวมกลุ่มเพื่อต่อรองมากขึ้นและมีการตั้งโรงงานแปรรูปและรับซื้อยางในพื้นที่ภาคอีสานมากขึ้นอาจจะทำให้เกษตรกรในพื้นที่สามารถจำหน่ายยางพาราคุณภาพดีได้ราคาเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนั้นยังพบอีกว่า เกษตรกรในพื้นที่กำลังประสบปัญหาเรื่องการขโมยยางแผ่น เพราะเกษตรกรอีสานส่วนใหญ่มีบ้านกับสวนยางอยู่ห่างกันเวลาทำยางแผ่นและตากเอาไว้ปรากฎว่ามีขโมยเข้ามาขโมยยางทำให้เกิดความสูญเสียและนอกจากยางพาราแผ่นที่ถูกขโมยแล้วขนาดยางก้อนถ้วยก็ยังถูกขโมยด้วยซึ่งอนาคตเป็นไปได้ที่เกษตรกรชาวสวนยางภาคอีสานอาจจะต้องไปสร้างบ้านอยู่ในสวนยางเหมือนเกษตรกรภาคใต้ก็ได้



