
ปลัด.ศธ.ชี้การจัดการศึกษาภาคใต้ดีขึ้นยังห่วงการอ่าน
ปลัด.ศธ. ชี้การจัดการศึกษาภาคใต้ดีขึ้น แต่ยังห่วงปัญหาเรื่องการอ่านออกเขียนได้ ฝาก สพฐ.เร่งแก้ไขลดจำนวน นร.กลุ่มนี้ ด้าน อมรวิชช์ ชี้งานวิจัยที่ ศธ.ร่วม สกว.ทำนั้นช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ได้มาก ระบุหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาคือ ครู
(18ส.ค.) ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ สำนักงานโครงการความร่วมมือทางวิชาการเพื่อการพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ร่วมจัดงานมหกรรมการวิจัยเพื่อพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 2 โดยมีนายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัด ศธ. เป็นประธานเปิดงานและร่วมชมนิทรรศการตัวอย่างงานวิจัยที่ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกันนี้ได้กล่าวเปิดงาน มีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า การแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จำเป็นต้องใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหา ซึ่งเรื่องนี้เป็นนโยบายของ ศธ. และ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในด้านการศึกษา ศธ. ให้ความสำคัญทั้งการเรียนสายสามัญและด้านศาสนาควบคู่กัน โดย ศธ.มีนโยบายสนับสนุนการจัดการศึกษาของสถาบันปอเนาะให้มีความเข้มแข็ง ส่งเสริมครูฟัรดูอีน รวมถึงครูอุสตาสต่าง ๆ ให้ได้รับการพัฒนา
“ปัญหาการอ่านออกเขียนได้ของเด็กในพื้นที่นั้น เป็นสิ่งที่ ศธ.ห่วงใยเป็นอย่างมาก ซึ่งการประเมินจากหลายส่วนพบว่าเด็กที่จบ ป.6 อ่านไม่ออกจำนวนมาก อย่างไรก็ดีทางสพฐ. มีนโยบายที่พยายามจะลดจำนวนเด็กในกลุ่มนี้ให้ได้ เช่น โครงการเร่งรัดการอ่านออกเขียนได้ในนักเรียนชั้น ป.3 เป็นต้น และขณะนี้ในส่วนการเรียนการสอนเองได้เน้นเรื่องการเขียนมากขึ้น ทั้งข้อสอบที่เน้นบรรยาย ฝึกให้ใช้ความคิด ซึ่งหากทำให้เด็กสามารถรักการอ่าน และเขียนตอบได้มากขึ้น เชื่อว่าคุณภาพการอ่านไม่ออกก็จะลดลงได้”นายเฉลียว กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ผู้รับผิดชอบได้จัดทำโครงการวิจัยขนาดใหญ่ 5 ชุด ในจำนวนนี้มีงานวิจัยย่อยอีก 35 ชุดที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นเจ้าภาพและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนับแต่ปี 2550-2553 ตนเชื่อว่าผลการวิจัยเหล่านี้จะเป็นประสบการณ์สำคัญที่จะทำให้บุคลากรทุกฝ่ายได้ร่วมแลกเปลี่ยนเพื่อนำไปต่อยอดการดำเนินงานและแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป
ด้าน นายอมรวิชช์ นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ กล่าวว่า นับแต่ ศธ. และ สกว.ร่วมวิจัยมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 ปี ตนเชื่อว่าเป็นการดำเนินงานที่ได้ผลอย่างมาก วิธีแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเน้นเรื่องใกล้ตัว คือแก้ที่ครู โดยหลักคิดที่ได้ผลดีที่สุดคือนำครูที่เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ และอยู่ในพื้นที่นาน นำเทคนิค การใช้สื่อการเรียนการสอนต่างๆ มาจัดการความรู้ผ่านโครงงานวิจัยของครูในพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาการอ่านออกเขียนได้ ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็เห็นผลการทำงานชัดเจน
นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่น ๆ ที่หน่วยงาน ศธ.ดำเนินการ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่ทำโครงการการมีงานทำในท้องถิ่น ฝึกอาชีพและพัฒนาฝีมือแรงงานสร้างตลาดซื้อขายก็ได้รับการตอบรับที่ดี รวมถึงโครงการประกันคุณภาพโรงเรียนเอกชน การสร้างเครือข่ายการดูแลเด็กเล็ก ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ก็เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การทำงานในรอบ 3 ปีนี้เราจึงได้เห็นว่าผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้หลายเรื่อง ซึ่งตนหวังว่าหลายโครงการจะได้รับการสานต่อและขณะเดียวกันเครือข่ายครูที่สร้างไว้ก็มีความเข้มแข็งพอที่จะเดินหน้าเพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหาอื่น ๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย



