
รอบรั้วเกษตร (พฤหัสบดีที่ 19 ส.ค.53)
***คุมเข้มการบริหารน้ำพื้นที่ประจวบฯ
ประจวบคีรีขันธ์ - นายสำเริง แสงภู่วงศ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานประจวบคีรีขันธ์ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยสถานการณ์น้ำว่า ขณะนี้น้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยังมีปริมาณน้ำไม่มากนัก เช่นเดียวกับอ่างเก็บน้ำในจังหวัดอื่นๆ เนื่องจากปีนี้ฝนตกค่อนข้างล่าช้าเมื่อเทียบกับทุกปีที่ผ่านมา โดยอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มีแห่งเดียวคือ อ่างเก็บน้ำปราณบุรี ขณะนี้มีปริมาณน้ำ 92 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 27 ของความจุอ่าง จากปริมาณเก็บกักน้ำสูงสุด 650 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่ามีปริมาณน้ำน้อยมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่มีปริมาณน้ำถึง 193 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ กรมชลประทานจะให้ความสำคัญในการสำรองไว้เพื่อการประปาและการอุปโภคบริโภคก่อน
***เตือนชาวสวนยางเฝ้าระวังโรคใบจุด
จันทบุรี - นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เกิดปัญหาโรคใบจุดก้างปลาระบาดรุนแรงในสวนยางพาราพื้นที่ อ.เขาสมิง อ.บ่อไร่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด และ อ.ขลุง จ.จันทบุรี สร้างความเสียหายให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางรวมเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 600 ไร่ จากการที่กรมวิชาการเกษตรได้ส่งเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทราลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า โรคดังกล่าวได้แพร่ระบาดรุนแรงและทำลายต้นยางอายุ 2-6 ปี โดยเฉพาะสวนที่ปลูกยางพันธุ์ RRIC 110 ซึ่งมีความอ่อนแอต่อโรคนี้ โดยขณะนี้โรคใบจุดก้างปลาได้เกิดระบาดขึ้นอีกครั้งในพื้นที่ จ.จันทบุรี และตราด ซึ่งต้นยางจะแสดงอาการ คือใบเป็นแผลมีสีน้ำตาลอ่อน ขอบแผลสีน้ำตาลเข้ม และมีวงสีเหลืองล้อมรอบรอยแผล ถ้าเชื้อเข้าทำลายตรงเส้นใบจะมีสีน้ำตาลหรือดำลักษณะคล้ายก้างปลา หากเข้าทำลายใบอ่อน ทำให้ใบอ่อนไหม้ แห้งเหี่ยว และอาจเกิดอาการแห้งตายจากยอดได้



