ไลฟ์สไตล์

รวมมิตรร่วมสมัย สร้างสรรค์ไทยสู่สากล

รวมมิตรร่วมสมัย สร้างสรรค์ไทยสู่สากล

19 ส.ค. 2553

ในฐานะที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของมวลมนุษยชาติมาโดยตลอด โดยเฉพาะด้านการพัฒนาศิลปาชีพในหลากหลายแขนง จึงเป็นที่มาของมหกรรมศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัยในงาน “รวมมิตรร่วมสมัย สร้างสรรค์ไทยสู่สากล” หวังเป็นก

   ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล ผู้อำนวยการ สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงมหกรรมครั้งนี้ว่า นับเป็นเทศกาลครั้งสำคัญของวงการศิลปวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย ที่ออกสู่สายตาปวงชนชาวไทยอย่างยิ่งใหญ่ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชนินีนาถ ที่ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดินและพระราชทาน “ศิลปาชีพ” แก่ปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด จนทำให้ผลงานของศิลปินไทยมีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน ได้มีโอกาสอวดสู่สายตาประชาชนและเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ

 "นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชนีนาถ ทรงพระราชทานแนวคิดและบำเพ็ญพระราชกรณียกิจให้แก่ปวงชนชาวไทยตลอดมา เพื่อให้พสกนิกรไทยมีศิลปาชีพที่มั่นคงและสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเต็มภาคภูมิ นอกจากนี้ยังเป็นมรดกของชาติที่จะตกทอดสู่รุ่นต่อรุ่นต่อไป ภายในงานจึงได้มีนิทรรศการที่รวบรวมเอารางวัลด้านศิลปวัฒนธรรมที่สถาบัน หน่วยงาน องค์กรต่างๆ จากทั่วโลกถวายแด่พระองค์ท่านมานำเสนอ นอกจากนี้ยังมีความในใจจากพสกนิกรไทยที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโดยตรงจากสมเด็จพระราชินีด้านการศึกษาศิลปาชีพด้วย" ปริศนา กล่าว

  ดังนั้นเพื่อให้มหกรรมในครั้งนี้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้เข้าชม ผอ.สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เปิดเผยว่า ในงานจึงมีการรวบรวมจัดแสดงผลงานศิลปวัฒธรรมร่วมสมัยไทยจากศิลปินรางวัลศิลปาธรและศิลปินร่วมสมัยมากกว่า 9 สาขา อีกทั้งยังมีการเปิดเวทีเสวนากับศิลปินศิลปาธรปี 2553  อาทิ ปฐมา หรุ่นรักวิทย์ จากสาขาสถาปัตยกรรม  ชัยยุทธ โตสง่า ในสาขาดนตรี  นิกร แซ่ตั้ง  สาขาการแสดง   วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ สาขาออกแบบ และ  อาทิตย์ อัสสรัตน์ สาขาภาพยนตร์ 

 "นอกจากนี้ในสาขาทัศนศิลป์ ยังได้จัดให้มีการจัดแสดงผลงานภาพวาดของเยาวชนจากโครงการ “เยาวชนไทยหัวใจสันติภาพ” ซึ่งคัดเลือกเยาวชนที่มีพรสวรรค์จากทั่วประเทศกว่า 50 คน มาอบรมต่อยอดเพื่อพัฒนาทักษะศิลปะร่วมสมัยอย่างเข้มข้นจากศิลปินระดับประเทศ แล้วนำผลงานภาพวาดมาจำหน่าย เช่นเดียวกับเสื้อยืดลายพิมพ์ผลงานศิลปะของเยาวชน โดยนำรายได้ทั้งหมดมอบให้สภากาชาดไทยต่อไป นอกจากนั้นยังมีนิทรรศการภาพถ่ายจากเยาวชนในโครงการ “การเดินทางของความคิดผ่านภาพถ่ายชายแดนใต้” เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความสวยงาม วิถีชีวิต เอกลักษณ์ มนต์เสน่ห์ของ 5 จังหวัดชายแดนใต้ให้คนในสังคมไทยได้รับรู้ผ่านศิลปะภาพถ่าย และ การมอบรางวัลแก่เยาวชนผู้ชนะการประกวดภาพยนตร์สั้น จากโครงการ ค่ายศิลปะการแสดง ภาพยนตร์และสร้างภาพยนตร์สั้น หรือ คบเด็กสร้างหนัง, การแสดงแฟชั่นโชว์ จากเหล่าดีไซเนอร์เลือดใหม่, การแสดงจากคนหน้าขาว, การแสดงจากศิลปะขันธา ชุด ระบำจิตวิญญาณ, การแสดงจากคณะหุ่นสายเสมา เรื่องพระอภัยมณี ตอน สุดสาครผจญชีเปลือย เป็นต้น" แม่งานใหญ่แจงรายละเอียด

 และสำหรับผู้ที่รักงานขีดเขียน แม่งานคนเดิมยังฝากบอกอีกว่า ไม่ควรพลาด นิทรรศการของสาขาวรรณศิลป์ที่จะมีกิจกรรมพิเศษๆ ในบรรยากาศแบบตลาดสไตล์ยุโรป ให้สนุกกับการเลือกสรร เรื่องสั้น บทกวี สารคดี ต่างๆ จากนักเขียนชื่อดัง ร่วมเล่นเกมประลองความรู้ว่าในกิจกรรม “วรรคทอง ของใคร” รวมถึงมุมโปสการ์ดสื่อรัก ถึงนักเขียนในดวงใจ และจากนี้ไปหนังสือเก่าก็กลายเป็นหนังสือใหม่ได้กับ หนังสือแลกหนังสือ หรือการขับขานอ่านบทกวีโดยชมรมวรรณศิลป์ ของนิสิต นักศึกษา ตั้งแต่วันที่ 17-22 สิงหาคม นี้