
ป้องกัน "ไข้หวัดใหญ่ 2009"
การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ (เอ็ช 1 เอ็น1) 2009 ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และได้ขยายไปสู่ชุมชนของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้ใหญ่วัยทำงาน (ช่วงอายุ 5-49 ปี) มากกว่าผู้สูงอายุ
การแพร่กระจายเชื้อใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล กล่าวคือ ได้รับเชื้อที่มากับละอองฝอยจากการ ไอ จาม ของผู้ป่วย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายป่วยเองภายใน 1 สัปดาห์ มีเพียงผู้ป่วยส่วนน้อยที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ การหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้
ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง คนอ้วนมาก และสตรีมีครรภ์ ซึ่งมีความเสี่ยง 4-5 เท่าที่จะมีอาการรุนแรงเมื่อเทียบกับคนปกติ คนที่มีสุขภาพปกติบางราย ก็พบว่ามีอาการป่วยรุนแรงเช่นกัน จำเป็นต้องรีบไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการระบาด ลดการป่วย และการเสียชีวิต กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานทุกภาคส่วน ได้เตรียมมาตรการป้องกัน ควบคุมโรค และการดูแลผู้ป่วย รวมทั้งการสำรองยาต้านไวรัส การจัดหาและให้บริการฉีดวัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ แก่กลุ่มเสี่ยงต่างๆ
คำแนะนำประชาชนทั่วไป
1.ปิดปาก ปิดจมูก เมื่อไอ จาม ด้วยกระดาษทิชชู หรือแขนเสื้อของตนเอง สามหน้ากากอนามัยเมื่อเป็นไข้หวัด
2.ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำสบู่ หรือใช้แอลอกฮอล์ เจลทำความสะอาดมือ เช็ดทำความสะอาดพื้นผิวและสิ่งของที่มีคนสัมผัสบ่อยๆ
3.หลักเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่เสี่ยงต่อการติดโรค
4.งดกิจกรรมการเดินทาง หยุดเรียน หยุดงาน เมื่อป่วยเป็นไข้หวัด จนกว่าจะหายเป็นปกติแล้วอย่างน้อย 1 วัน และในช่วงเวลาดังกล่าวหลีกเลี่ยงการคลุกคลี หรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น
คำแนะนำสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มีคนจำนวนมาก
1.ผู้ที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ จาม เจ็บคอ มีน้ำมูก แม้จะมีอาการไม่มาก ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 7 วัน นับจากเริ่มป่วย หรือหลังจากหายแล้ว 1 วัน
2.ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ที่หากป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่จะมีอาการรุนแรง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หญิงมีครรภ์ ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และผู้มีโรคอ้วน ควรเลี่ยงการไปในสถานที่ที่มีการรวมตัวของคนหมู่มาก
3.ปฏิบัติตัวตามหลักสุขอนามัย เช่น ล้างมือด้วยน้ำสบู่ หรือเจลบ่อยๆ หากมีอาการไอ จาม ให้ใช้กระดาษทิชชูปิดปากและจมูก หากหยิบไม่ทันไม่ควรใช้มือป้องจมูก ปาก เพราะเชื้อจะติดอยู่ที่มือ ควรใช้แขนเสื้อแทนปิดปากแทน จะช่วยลดการกระจายเชื้อได้ดีกว่า
4.การสวมหน้ากากอนามัยเป็นประโยชน์มาก โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการป่วย
ข้อมูลต่างๆ ปรึกษาได้ที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กองควบคุมโรค สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร โทร.0-2245-8106, 0-2246-0358, 0-2354-1836 และต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไชต์กระทรวงสาธารณสุข www.moph.go.th และศูนย์บริหการข้อมูลฮอตไลน์กระทรวงสาธารณสุข โทร.1442 ตลอด 24 ชั่วโมง ศูนย์ปฏิบัติการกรมควบคุมโรค โทร.0-2590-3333
กระทรวงสาธารณสุข
www.moph.go.th



