ไลฟ์สไตล์

เล่นการพนันในวัด

เล่นการพนันในวัด

16 ส.ค. 2553

บริเวณสระน้ำมนต์ โบราณสถานและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในวัดหงส์รัตนาราม ที่มีการพัฒนาปรับปรุง (สำนักผังเมืองปีงบประมาณ 2549-2550) ปัจจุบันมีกลุ่มบุคคลย้ายภูมิลำเนาจากต่างจังหวัดเข้าไปพักอาศัยอยู่บริเวณนี้

โดยยึดพื้นที่ว่างส่วนหนึ่งภายในเขตสระน้ำมนต์ เพื่อใช้เป็นสนามตะกร้อถาวร มีการตั้งและขึงเน็ตถาวร เทปูน ดัดแปลงพื้นผิวเดิม เพื่อใช้ทำกิจกรรมส่วนตัว
 มีการเล่นการพนันอย่างโจ่งแจ้งทุกวัน ในช่วงบ่ายจนถึงค่ำ บางวันโดยเฉพาะวันอาทิตย์ จะเล่นกันตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ มีการชักนำกลุ่มบุคคลจากภายนอกเข้ามาร่วมวงพนัน ส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย ไม่สนใจบ้านเรือนรอบข้างเลย
 เคยแจ้งไปยัง สำนักงานเขตบางกอกใหญ่ ทางเขตได้แก้ปัญหา และมีการรายงานผลให้ทราบว่า "ทางสำนักงานเขตได้ลงพื้นที่ประสานกับประธานชุมชนวัดหงส์รัตนาราม เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยทางชุมชนวัดหงส์รัตนาราม กรรมการวัดหงส์ฯ ได้ประชุมร่วมกันให้หาสถานที่อื่นในการเล่นตะกร้อ และปัจจุบันไม่ได้เล่นตะกร้อในช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว และได้ประสานฝ่ายเทศกิจดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบและได้ทำหนังสือถึงสถานีตำรวจนครบาลบางกอกใหญ่ เพื่อจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบด้วย" (ตามเอกสารแนบ)
 เป็นการแก้ปัญหาเพียงชั่วคราว ตำรวจเพียงเข้ามาบอกกล่าวตักเตือน ไม่นานบุคคลเหล่านี้ก็กลับมาเล่นการพนัน และส่งเสียงดังก่อเหตุรำคาญเช่นเดิม ชาวบ้านได้พูดคุยกับทางวัดถึงปัญหา ทางวัดเพียงมีการบอกกล่าวตักเตือน แต่ยังให้บุคคลกลุ่มดังกล่าวใช้พื้นที่ในเขตวัดเป็นบ่อนกลางแจ้งอยู่
 โดยให้เหตุผลว่า บริเวณสระน้ำมนต์วัดหงส์ยังไม่มีการโอน หรือส่งมอบให้ทางวัด ยังเป็นของกรมผังเมือง ดังนั้นทางวัดจึงไม่สามารถกันสนามตะกร้อ และกลุ่มบุคคลดังกล่าวออกไปจากบริเวณได้
 การกระทำของกลุ่มคนเหล่านี้สร้างความรำคาญ อีกทั้งไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในเขตวัด และสถานที่โบราณสถาน
ณัฐ
ตอบ
 พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ ผลวานิชย์ ผกก.สน.บางกอกใหญ่ ชี้แจงว่า เรื่องร้องเรียนตามเอกสารที่แนบมานั้น เหตุเกิดตั้งแต่เดือนกันยายน 2552 เมื่อปีที่แล้ว ผู้กำกับยังไม่ได้ย้ายมา จึงไม่ทราบว่าทางเขตเคยแจ้งให้ตรวจสอบการเล่นการพนันและเหตุเดือดร้อนรำคาญในวัด เท่าที่ทราบทางวัดมีปัญหาเรื่องการแต่งตั้งเจ้าอาวาสใหม่ และปัญหาเรื่องที่บริเวณลานจอดรถของวัด ส่วนเรื่องเล่นการพนันและเล่นตะกร้อเสียงดังยังไม่ได้รับแจ้ง
 วัดนี้ตั้งอยู่หลัง สน. ถ้ามีการเล่นพนันตำรวจต้องรู้ แต่ถ้าปัญหาเกิดขึ้นจากตัวบุคคล หรือเด็กวัด ก็เป็นเรื่องของทางวัด เป็นพื้นที่ธรณีสงฆ์ ตำรวจทำได้แค่ว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น
 ผู้กำกับบอกว่า จะลงพื้นที่สอบถามชาวบ้านที่พักอาศัยใกล้ๆ วัดด้วยตนเองอีกครั้ง
ลุงแจ่ม