ไลฟ์สไตล์

จม.ถึงผู้แทน
ถึง รมว.ศึกษาธิการ

จม.ถึงผู้แทน ถึง รมว.ศึกษาธิการ

16 ส.ค. 2553

"ทรงผมโชว์หัวเหน่ง" (2) ผมอ่านเรื่องของ คุณวราภรณ์ เกี่ยวกับ ทรงผมนักเรียนชายที่ไว้ทรงเกรียน...ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นที่เรื่องมีมานาน คิดว่าก่อนผมเกิด (ผมเกิดปี 2503)

 ผมเข้าใจว่า การออกกฎระเบียบสมัยก่อน มาจากปัญหาการบริการทางการแพทย์ของประเทศ และปัญหาการบริการน้ำประปา มีไม่ทั่วถึง รวมทั้งสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ที่ทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับหัว หรือผม สมัยผมเรียน ม.ศ.3 ที่โรงเรียนปทุมคงคา และไปเรียนต่อ ม.ศ.4-5 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ก็ไว้ผมยาวได้แล้ว
 สมัยนี้เข้าใจว่าระบบ ระเบียบราชการ พื้นฐานทางด้านแนวคิดของข้าราชการที่ทำหน้าที่ร่างหลักสูตร การสอนหนังสือ ตลอดจนเจ้ากระทรวง ที่มีวิธีการคิดและวิธีการปฏิบัติแบบง่ายๆ สังเกตเห็นได้ด้วยตา ส่วนในเรื่องที่จะพัฒนาคน ขัดเกลาคน ให้เก่งและมีความสามารถ อย่าไปพูดถึง หายากในสังคมการศึกษาของไทย
 ต้องยอมรับความเป็นจริงว่า โรงเรียนที่มีชื่อเสียงทางด้านวิชาการต่างๆ มีนักเรียนเก่ง มีความสามารถ ซึ่งส่วนมากมาจากตัวนักเรียนเอง เด็กเหล่านี้มีพลังขับเคลื่อน มีความใฝ่ดี และมีความทะเยอทะยานจากตัวเขาเอง แต่สังคมไทยสอนและอบรมให้รู้จักตัญญู รู้คุณ หากพิจารณาและวิเคราะห์ จะพบว่าความคิดพวกนี้...มาจากผู้ใหญ่
 มีการปลูกฝังให้สำนึกบุญคุณครู-อาจารย์ ผมมองว่า ความคิดเหล่านี้มาจากผู้ใหญ่ที่เห็นแก่ได้ ผมเกิดในครอบครัวคนงาน พ่อทำงานเป็นลูกจ้างกรมสรรพาวุธทหารเรือ บางนา ตระหนักดีว่าภาระหน้าที่ที่วิญญูชนพึ่งกระทำ และวิญญูชนที่ดีไม่ควรทวงบุญคุณคนอื่น เพราะอย่างน้อยคนที่เป็นครู-อาจารย์ ก็ได้รับเงินเดือน มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกัน หลายคนคาดหวังให้คนเคารพ นับหน้าถือตา ซึ่งคนเหล่านั้นต้องหาวิธีการดีๆ เพื่อจะได้รับสิ่งเหล่านั้น ส่วนการตอบแทนบุญคุณ คนดีๆ เขาทำกันอยู่แล้วในสังคมไทย
 ครูปัจจุบันจะก้าวทันการเปลี่ยนแปลง ความรู้สึกนึกคิด การไหลบ่าทางวัฒนธรรมจากต่างชาติ การเปลี่ยนแปลง ทางสังคม เศรษฐิกจ การเมือง การปกครอง การพัฒนาทางด้านวิทยาศตร์ และเทคโนโลยี...หรือ? เพราะคนเก่งๆ ไปเรียน แพทย์ เภสัช ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ วิศวะ และคณะชั้นนำ กันหมดแล้ว
 นี่เป็นปัญญาหนึ่งของระบบการศึกษาบ้านเรา
อภิชาติ ผึ้งน้อย