
3ค่ายมือถือผุดบริษัทลูกร่วมวง3จีกทช.ตั้งเงื่อนให้ขยายบรอดแบนด์ในพื้นที่ห่างไกล
ค่ายมือถือขอรับซองประมูล 3จี กันถ้วนหน้า "เอไอเอส-ดีแทค-ทรู" ผุดบริษัทลูกเข้าร่วมวง สามารถฯเร่งสรุปหาพันธมิตรเข้าร่วมด้วย กทช.ใส่เงื่อนไขให้เอกชนต้องให้บริการในพื้นที่ห่างไกล หวังเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างทั่วถึง
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) และประธานคณะทำงาน 3จี กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการสนใจเข้าขอรับซอง เพื่อแสดงความประสงค์เข้าร่วมประมูล 3จีแล้ว จำนวน 5 ราย ได้แก่ 1.บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) 2.บริษัทแอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวิร์ก (เอดับบลิวเอ็น) เป็นบริษัทลูกของเอไอเอส 3.บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) 4.บริษัทดีแทค อินเตอร์เน็ต เป็นบริษัทในเครือดีแทค และ 5.บริษัทเอสเค ไวร์เลส บริษัทใหม่ในเครือบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น
นายวัฒนชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทพร้อมเข้าประมูล 3จี โดยขณะนี้กำลังเจรจากับพันธมิตรเป็นบริษัทโทรคมต่างประเทศ 2 บริษัท คือบริษัทอะเซียตา ปัจจุบันถือหุ้นใน บมจ.สามารถ ไอ-โมบาย กว่า 24% ส่วนอีกบริษัทยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่คาดว่าจะเปิดเผยถึงแนวทางการประมูล 3จีได้ในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ซึ่งเงินลงทุนที่ต้องใช้ในการประมูลคาดว่าเป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท
ด้านนายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร กรรมการ กทช. กล่าวว่า คณะทำงานโครงการโทรศัพท์สาธารณะในพื้นที่ห่างไกล (USO) ได้เตรียมบรรจุหลักเกณฑ์การให้บริการยูเอสโอสำหรับผู้ได้รับใบอนุญาต (ไลเซ่น) 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ IMT 2100 ที่ กทช.จะเปิดประมูลเดือนกันยายนปีนี้ เพื่อเป็นเงื่อนไขบังคับเพิ่มเติมให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติตาม โดยคาดว่าจะเสนอหลักเกณฑ์ดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ใน 2 สัปดาห์จากนี้
ทั้งนี้ ผู้ที่ชนะการประมูลคลื่นความถี่ 3จี จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขให้บริการอย่างทั่วถึงในอัตรา 4% ของรายได้ ทำให้ผู้ได้รับไลเซ่น 3จี ที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมต่อปีรวม 6% เหลือเพียงจ่ายเฉพาะค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่ 2% ต่อปีเท่านั้น เช่นเดียวกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภทที่ 2 และ 3
“วัตถุประสงค์ของหลักเกณฑ์นี้มุ่งไปยังกลุ่มเยาวชนเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญ ที่จะใช้บริการ 3จี โดยเงื่อนไขนี้ถือเป็นข้อบังคับต่อผู้ได้รับใบอนุญาต ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 4% แต่ต้องทำยูเอสโอกับโรงเรียนทั่วประเทศทั้งหมด และต่อไปจะขยายไปยังองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เพื่อให้นำประโยชน์ด้านไอซีทีไปใช้ และยังช่วยส่งเสริมนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติอย่างเป็นรูปธรรม” นายสุรนันท์กล่าว
สำหรับเงื่อนไขดังกล่าวประกอบด้วย ให้ขยายอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ไปยังโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลจำนวน 4.5 หมื่นโรงเรียนทั่วประเทศ หรือ 1 โรงเรียนต่อ 1 ยูสเซอร์ แบ่งให้ผู้รับใบอนุญาต 3 ราย รายละ 1.5 หมื่นโรงเรียน ระยะเวลา 5 ปี ปีละ 3,000 โรงเรียน โดยจะกำหนดให้บริการฟรีเป็นเวลา 60 เดือน



