
เล่นหูเล่นตา-โชค (ตอน ดาวกระดาษ)
ความสำเร็จมาจากการผสมผสานกันระหว่าง ความมุ่งมั่นและโชค คุณต้องมีทั้งสองอย่าง หากมีโชคแต่ไม่มีความมุ่งมั่น คุณก็ไปไม่ได้ไกล...แต่ความมุ่งมั่นที่ปราศจากโชคอาจทำให้คุณไม่มีโอกาสแจ้งเกิด... (โฮ กวน ปิง ผู้สร้างแบรนด์ บันยันทรีโฮเต็ลแอนด์รีสอร์ท)
ฉันปิดหนังสือที่อ่านอยู่แล้ววางลงบนตัก มองออกไปนอกหน้าต่างที่เต็มไปด้วยก้อนเมฆปุกปุยสีขาว ท้องฟ้าสีฟ้าใสแดดจ้าลอดผ่านกระจกเข้ามาแยงตา เสียงประกาศลดระดับความสูงเพื่อเตรียมตัวร่อนลงจอดดังขึ้น...
"โอ้ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส มองเห็นเรือใบ อยู่ในท้องทะเล..."
จู่ๆ เพลงน่ารักที่หลานๆ ชอบร้องให้ฟังก็ดังขึ้นอยู่ในหัว ท้องทะเลสีคราม หาดทรายขาว เส้นขอบฟ้าทอดยาวสุดลูกหูลูกตา...อยู่ตรงหน้าฉัน...เท้าเปล่าสัมผัสกับเม็ดทรายละเอียดเนียนนุ่ม ยิ่งเดินยิ่งจมลงไปเหมือนมังกรโคโมโดตัวเมียกำลังวางไข่ หากมองไกลๆ...
ฉันมาไกลถึงสมุยเพื่อมาทำงานตามสั่ง...เงินสั่งมา! ทุกครั้งที่ได้มาในสถานที่หรูหรา สวยงาม หรือ แปลกตา ฉันจะนึกสงสัยในตัวเอง “ฉันมาไกลขนาดนี้จริงๆ หรือ?” จากนักร้องวิ่งร้องตอนกลางคืน ที่เดี๋ยวได้งาน เดี๋ยวก็ตกงาน ก็ยังตะบี้ตะบันร้องมันไปตลอด 20 ปี หวังแค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
แล้ววันที่ดีที่สุดจะมาหาเราเอง (สักวัน)...หากโชคเข้าข้าง
โชคเข้าข้าง? มันจะเกิดขึ้นกับคนอย่างฉันหรือ? แทงหวยก็ไม่เคยถูก เลี้ยงผู้ชาย เอ๊ย! ทำบุญกับคนก็ไม่เคยขึ้น ผู้ใหญ่ก็ไม่เคยให้ความสำคัญ (ในเวลานั้น) กระนั้นสิ่งเดียวที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวคือ “ความเชื่อมั่นและความเคารพในตัวเอง” มันทำให้ฉันสู้ไม่ถอย ดื้อด้านและดันทุรังในบางครั้ง แบบว่า...“ก็ฉันเชื่อของฉันแบบนี้” ไม่รู้ว่าจะเรียกว่ามุ่งมั่นได้หรือเปล่า
ฉันท้าทายตัวเองด้วยการฝึกฝนและเรียนรู้อย่างไม่หยุดหย่อน เมื่อโอกาสผ่านเข้ามาก็ไม่ลังเลที่จะคว้าไว้ ทุ่มเททุกสิ่งที่มีเพื่อทำให้มันดีที่สุด ซึ่งบางทีมันก็เสี่ยง...เมื่อโอกาสนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง จากเคยร้องเพลงประจำทุกค่ำคืน ก็ค่อยๆ ขอลาหยุดบางวันไปรับจ๊อบตามงานต่างๆ ไม่ว่าจะงานแต่งงานเลี้ยง งานฉลอง งานไหนๆ ที่ให้เงินมากกว่างานประจำ จะไกลแค่ไหน จะลำบากเท่าไร ไม่เคยหวั่น เพราะฉันไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว มีโก้ มิสเตอร์แซกแมนไปด้วย เมื่อเห็นว่าเริ่มรู้งานและถูกเรียกใช้บ่อยจากบรรดาผู้จัดงาน หรือที่เรียกว่า ออร์แกไนเซอร์ (Organizer) ฉันก็ลาออกจากงานประจำมารับงานอีเวนท์ที่ทำรายได้ให้มากกว่า หากินเป็นงานๆ มีก็กิน ไม่มีก็อด ชีวิตฉันเหมือน “ปลาดาว” ที่อยู่ในท้องทะเลกว้างใหญ่ อยากรู้มั้ย ปลาดาวฝันถึงอะไร เวลาหลับ...มันฝันว่าจะได้ เป็น “ดาว” ส่องประกายวับวาวอยู่บนท้องฟ้า แล้วผู้หญิงคนหนึ่งก็ก้มลงหยิบปลาดาวขว้างขึ้นไปบนฟ้า เธอคนนั้นชื่อ "พี่ฉอด“ สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ปลาดาวจากก้นทะเลทะยานสู่ท้องฟ้าในคอนเสิร์ตสโนว์คิ้ม
การเป็น “ดาว” มันเหนื่อยเหมือนในเพลง “เหนื่อยไหมดาว” ของมาช่า นั่นแหละ (ขออภัยที่เพลงเก๊าเก่า) มันมีเงื่อนไข กลไก และวิธีการที่คนทั่วไปไม่ค่อยเข้าใจ เอาเป็นว่ามันเหนื่อยละกันนะ บางครั้งฉันก็อยากกลับไปเป็นปลาดาวเหมือนเดิม ได้ซ่อนตัวอยู่ใต้ทราย ว่ายไปมาอย่างอิสระใต้ท้องน้ำ จะต่ำเตี้ยเรี่ยดินก็ไม่หวั่น แต่ทุกอย่างในโลกนี้มันมีเงื่อนไขในตัวมันเอง “ดาว” ไม่อาจกลับไปเป็น “ปลาดาว” ได้อีก แต่ดาวที่สุกสกาววันหนึ่งมันจะดับแสงและร่วงลงจากฟากฟ้ากลายเป็นเถ้าละอองฝุ่นตกลงสู่พื้นดิน...เมื่อเวลานั้นมาถึง
สูงสุด...สู่สามัญ
“ดาว” เป็นเพียงความคิดคำนึง กึ่งจริงกึ่งจินตนาการสำหรับฉัน เพราะแท้จริงแล้ว ฉันเป็นได้แค่เพียง “ดาวกระดาษ” กระดาษสีสะท้อนแสงที่ถูกพับเป็นรูปดาว แขวนไว้รอคนมาสอยดาว จบงานนี้ก็ย้ายไปงานอื่นหากินมันร่ำไป งานแล้วงานเล่า กระดาษรูปดาวก็เริ่มเปื่อยเก่า...ดาวแก่! (อันนี้แหละที่ทำให้เหนื่อย)
ดาวบนฟ้านั้นเกินเอื้อม แต่ดาวกระดาษอยู่ใกล้มือ แค่จ่ายเงินแล้วสอยมันลงมา ภายในความคิดของฉันมันจริงเสียยิ่งกว่าชีวิตจริง จนบางครั้งฉันสับสนว่า มองโลกในแง่ร้ายกับการยอมรับความจริง มันเป็นเรื่องเดียวกันหรือเปล่า?
ความจริงก็คือ ฉันมีเพียงแค่ ความมุ่งมัน ส่วน “โชค” นั้น มันไม่อยู่ข้างฉันสักที ฉันจึงไม่เคยได้เป็นดาวอย่างที่คิดฝัน เป็นเพียงปลาดาวที่ถูกขว้างขึ้นไปกลางอากาศกลายเป็นดาวกระดาษรอให้สอย สิ่งใดที่ตามมาไม่ว่าเงินทอง หรือชื่อเสียงอันน้อยนิดก็เป็นเพียงแค่ผลของความมุ่งมั่นและบากบั่น เมื่อโชคไม่เข้าข้าง แต่ชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไป ฉันจึงต้องอยู่เพื่อสู้กับชีวิตในแต่ละวันอย่างมีความสุขและบอกกับตัวเองว่า
ถึงมันจะไม่ดีที่สุด แต่ก็ยังดีกว่าแต่ก่อน
และถึงมันจะไม่สูงอย่างใครๆ แต่มันก็ไกลกว่าที่คิดไว้...ใช่มั้ย?
ความมุ่งมั่นและโชคคือผลรวมของความสำเร็จ ซึ่งอาจหมายถึงชื่อเสียงและเงินทอง แต่มีใครบอกเหรอว่า ความสำเร็จ แปลว่า ความสุข!
เจนนิเฟอร์ คิ้ม



