ไลฟ์สไตล์

ผ่าโคโรลล่า รี-สเปคเติมศึกแวลูของผู้นำ

ผ่าโคโรลล่า รี-สเปคเติมศึกแวลูของผู้นำ

15 ส.ค. 2553

ตลาดรถคอมแพ็ก เวลานี้ทำศึกกันอยู่ 3 ค่าย คือ โตโยต้า ฮอนด้า และ มาสด้า ในขณะที่ค่ายอื่นๆ ฟอร์ด มิตซูบิชิ นิสสัน ยังนิ่ง การขยับตัวของโตโยต้า ในฐานะผู้นำตลาด ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะนับจากเปิดตัวโคโรลล่า ก่อนรุ่นปี 2010

โตโยต้าเกือบเสียรางวัดด้วยปรากฏการณ์ที่ออกรถใหม่แต่กระแสกลับไปดันรถคู่แข่งให้ปั๊มยอดมากขึ้น เพราะว่ารูปร่างค่อนข้างอนุรักษนิยม โตโยต้าได้ฐานลูกค้าเก่าพยุงไว้ ในขณะที่ ฮอนด้า ซีวิค ซึ่งในช่วงแรกยอดหยุดเดิม เพราะธรรมชาติที่ตลาดต้องรอดูคู่แข่ง สร้างแรงกดดันให้ซีวิคไม่น้อย แต่หลังจากโคโรลล่าเผยโฉม ซีวิคแทบไม่ต้องทำอะไรมาก นั่งรับออเดอร์อย่างเดียว โคโรลล่า 2010 แนะนำตัวในตลาดเพราะว่าโตโยต้าสามารถทำยอดขายได้ระยะหนึ่งและพอที่จะปรับปรุงรถ เนื่องจากพอได้ต้นทุนที่ลงไปแล้วจัดรี-สเปคใหม่หมดของโคโรลล่า ทั้งเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง และ วัสดุภายในกับภายนอก  จึงเกิดขึ้นการรี-สเปค ครั้งนี้ถือว่าสำคัญสำหรับโตโยต้าที่ต้องการครอบครองตลาดคอมแพ็กให้มั่นคง ขึ้นปิดจุดอ่อนตัวเองและให้มั่นใจว่าจะทำยอดรถได้ 3 แสนคันในประเทศ ตามเป้าหมายของบริษัทในปีนี้ เครื่องยนต์ 3 รุ่น คือขนาด 2000 ซีซี, 1800 ซีซี, และ 1,600 ซีซี เปลี่ยนโครงสร้าง 2 รุ่น และอัพเกรดอีก 1 รุ่น

 เครื่องยนต์ขนาด 2,000 ซีซี ที่มีระบบวาล์วแบบแปรผัน ดูอัล วีวีทีไอ ได้ปรับแต่งเล็กน้อยเพื่อให้มีช่องห่างระหว่างเครื่อง 1,800 ซีซี ที่ม้าเพิ่มขึ้นมหาศาล ในขณะที่เครื่อง 2,000 ซีซี แรงม้าเดิม 141 ที่ 5,600 รอบต่อนาที เป็น 145 ที่ 6200 รอบต่อนาที หรือเพิ่ม 4 แรงม้า หรือคิดเป็น 2.82% เท่านั้น ในขณะที่เครื่องต้องทำงานเพิ่มขึ้น 10.7%

 ทางด้านแรงบิดจาก 189 ที่ 4,400 รอบต่อนาที เป็น 187 ที่ 3,600 รอบต่อนาที

 มาดูทางเครื่องยนต์ 1,800 ซีซี กันบ้าง ถือเป็นการปรับแต่งที่เด่นชัด โดยเพิ่มระบบวาล์วแบบแปรผัน เป็นแบบดูอัล วีวีทีไอ เข้ามาแทนแบบซิงเกิล แรงม้า 132 ที่ 6,000 รอบต่อนาที เพิ่มเป็น 140 แรงม้า ที่ 6,400 รอบต่อนาที หรือเพิ่มขึ้น 8 แรงม้า คิดเป็นแรงที่เพิ่มขึ้น 6% ส่วนแรงบิด มีพัฒนาการที่ดี เพราะว่ารอบเครื่องลดลง แต่แรงบิดเพิ่มขึ้นคือจากแรงบิด 170 ที่ 4,200 รอบต่อนาที เป็น 173 ที่ 4,000 รอบต่อนาที

 เครื่องยนต์ 1,600 ซีซี กันบ้าง เปลี่ยนในแพทฟอร์มเดียวกันคือจากซิงเกิลวาล์วแปรผัน มาเป็น   ดูอัล วีวีทีไอ แรงม้าจาก 109 ที่ 6,000 รอบต่อนาที เป็น 122 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที หรือเพิ่มขึ้น 13 แรงม้า คิดเป็น 11.9% ส่วนแรงบิดจาก 145 ที่ 4,400 รอบต่อนาที เป็น 154 ที่ 5,200 รอบต่อนาที  ว่ากันถึงสมรรถนะเครื่องยนต์ เครื่อง 1,600 ซีซี ได้รับการปรับปรุงสูงสุดในกลุ่ม

 ส่วนหัวใจของรถที่มีการเปลี่ยนแปลง อีกส่วนคือระบบถ่ายกำลังโดยเกียร์แบบอัตโนมัติ ซึ่งใช้ในเครื่องยนต์ขนาด 2,000 ซีซี และขนาด 1,800 ซีซี เดิมนั้นเป็นเกียร์เฟือง (Sequential shift) 4 จังหวะ (ECT 4) มาคราวนี้ปรับเป็นแพทฟอร์มใหม่คือระบบซีวีที แบบเดียวกับในญี่ปุ่น โดยเป็นเกรด ซูเปอร์ ซีวีที 7 สปีด เกียร์ซีวีที เวลานี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในตลาดโลกว่าประหยัดน้ำมัน และมีอัตราเร่งที่ดี ใครไม่ใส่ซีวีที หรือไม่มีเทคโนโลยีนี้เริ่มเชยแล้ว

 นอกจากระบบเกียร์อัตโนมัติที่เปลี่ยนไปแล้ว โตโยต้ายังยกเกียร์ธรรมดาแบบ 5 สปีด ลูกเดิมทิ้งไป ของใหม่ใส่แทน คือเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด ทิศทางของเทคโนโลยีรถเกียร์ธรรมดามีแนวโน้มว่าเกียร์ 6 สปีด จะครองตลาดในเมืองไทย โตโยต้าถือเป็นค่ายแรกที่ใส่ในรถเก๋งคอมแพ็ก ในขณะที่นิสสันถือเป็นค่ายแรกที่ใช้เกียร์ แอดวานซ์นี้ในกระบะ นาวารา

 เทคโนโลยีไฮเกรดที่ถือขาดอยู่ในรถเหล่านี้คือ ดูอัล คลัตช์ ซึ่งระบบคลัตช์คู่ในรถตลาดมีเพียงค่ายฟอร์ดค่ายเดียวที่ก้าวหน้าในด้านนี้ ไม่แน่ว่าอนาคตเราจะได้เห็นระบบแบบนี้ในรถอีกหลายยี่ห้อไม่ว่าเล็กหรือใหญ่

 รูปร่างหน้าตาของรถภายนอกเปลี่ยนไปอย่างลงตัวมากขึ้น กระจังหน้าและกันชนหน้ารวมกับไฟหน้าที่เข้ากัน มีความเป็นสปอร์ต ไฟหน้าที่อยู่ในรุ่น 2.0 ลิตร เป็นแบบ smorked chrome ไฟท้าย  ปรับให้มีความโฉบเฉี่ยว กันชนหลังปรับเปลี่ยนเช่นเดียวกัน
การเปลี่ยนแปลงของโคโรลล่าใหม่ เป็นมาตรฐานที่วางไว้ คราวนี้คอมแพ็กคาร์หันมาสู้กันที่สมรรถนะและคุณภาพของการตกแต่ง ความลงตัวของการออกแบบ รถคอมแพ็กโตโยต้าลงทำศึกจริงแล้ว ใครไม่หนักแน่น อาจจะต้องถอยหายไปจากตลาดกันเลยทีเดียว