ไลฟ์สไตล์

วัดพุทธโบสถ์คริสต์และหนังสือผีที่ฮานอย

วัดพุทธโบสถ์คริสต์และหนังสือผีที่ฮานอย

15 ส.ค. 2553

เดือนตุลาคม ปี 2553 นี้ ฮานอยจะจัดงานฉลองใหญ่ในโอกาสครบ 1,000 ปี ครับ

เมื่อคราวที่ผมไปเดินริมถนนของคนเวียดนาม ในนครหลวงฮานอย ซึ่งคล้ายกับเมืองเก่าแก่ทั่วโลก คือ ไม่มีถนนใหญ่ เป็นเมืองที่สวยงาม ถนนสายเล็กๆ มีร้านรวงขายของเล็กๆ น้อยๆ เต็มไปหมด นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบที่สวยงามอยู่กลางเมืองด้วย

ศาสนาในเวียดนามเป็นเรื่องน่าสนใจ ในอดีตผมเคยอ่านหนังสือการเมืองเกี่ยวกับพรรคคอมมิวนิสต์ มีการพูดถึงคอมมิวนิสต์ว่าจะทำลายศาสนา เพราะศาสนาคือยาเสพติด แต่ปัจจุบันก็พิสูจน์แล้วว่าไม่จริงเสมอไป เพราะประเทศคอมมิวนิสต์ที่ผมเคยไปเยือนมาแล้ว 3 ประเทศ ประชาชนต่างมีเสรีภาพที่จะเลือกนับถือศาสนา ไม่ว่าจะเป็นที่จีน ลาว และเวียดนาม

ที่เวียดนาม มีผู้นับถือศาสนาพุทธ 89% คริสต์ 10% ที่เหลือเป็นศาสนาอื่นๆ 

วัดแรกที่ผมไปเยือนคือ วัดจอหงวน เป็นวัดประจำราชสำนัก และยังเคยเป็นสถานที่สอบนักศึกษาที่ต้องการรับราชการ คนที่สอบได้เป็นจอหงวน จะมีเกี้ยวไปรับถึงบ้าน ถือเป็นความสำเร็จอย่างสูง

ทางเข้าวัดจอหงวนที่มีพระเดินเข้า ดูรูปแล้วที่เวียดนามคงไม่มีกฎตายตัวเรื่องการแต่งกายของพระสงฆ์ เห็นสีจีวรและรูปแบบของจีวรแตกต่างกันพอสมควร
ที่เวียดนามนี้ คงเป็นพุทธนิกายมหายานเพราะได้รับอิทธิพลมาจากจีน แต่ยังมีข้อแตกต่างอยู่บางประการคือ พระที่เวียดนามไม่เคร่งเรื่องการแต่งตัว ผมเห็นท่านนั่งรถเบียดกับสีกาได้ ไม่ผิดศีล พระบางรูปบิดมอเตอร์ไซค์ก็ยังมี และพระเวียดนามฉัน 3 มื้อเหมือนชาวบ้าน นอกจากนั้นยังเล่นการเมืองได้คือเป็นตัวแทนไปนั่งในสภาคอมมิวนิสต์ได้ด้วย

ทะเลสาบสวยที่อยู่กลางเมืองชื่อ ทะเลสาบคืนดาบ ตำนานเล่าว่าพระเจ้าไล่ไท้โตวต้องรบกับศัตรูจากจีน มีเต่าคาบเอาดาบมาให้ เมื่อพระองค์ได้นำไปปราบอริราชศัตรูเสร็จสิ้น ก็ได้นำดาบมาคืนเต่า และเต่าคาบดาบจมลงไปในทะเลสาบ กลางทะเลสาบจึงมีวัดและเจดีย์เล็กๆ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น
คนเวียดนามนับถือเต่ากันมาก ดูจากหินแกะชื่อผู้สอบจอหงวนได้ก็มีเต่าเป็นฐานรองรับ

ปกติวัดเล็กๆ ไม่มีชื่อเสียง แทบไม่มีนักท่องเที่ยวสนใจ แต่ที่เวียดนามจะเห็นวัดแบบนี้แทรกตัวตามมุมตึกแถวต่างๆ มากมาย เรียกว่าถ้าไม่สังเกตก็ไม่เห็น เพราะจะมีแต่ทางเดินเข้าแคบๆ ด้านหน้าเป็นตึกแถวแบ่งไว้ค้าขาย ลึกไปจึงเป็นที่กว้างๆ มีกุฏิพระเป็นห้องเรียงกันสองชั้น แต่ก็สงบเงียบร่มรื่นอยู่ในที
นอกจากศาสนาพุทธแล้ว เนื่องจากเวียดนามเคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส จึงมีคนจำนวนหนึ่งที่นับถือศาสนาคริสต์ และสมัยนั้นก็มีการสร้างโบสถ์ไว้ไม่น้อย แต่ที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือ โบสถ์คริสต์แห่งฮานอย มีอายุกว่า 200 ปี

โบสถ์แห่งนี้อยู่ในกลางเมืองเช่นกัน เดินจากทะเลสาบไปประมาณ 1 กิโลเมตร มองดูก็เห็นแต่ไกล รอบๆ นั้นก็มีโรงเรียนคริสต์อยู่ด้วย เด็กที่เรียนดูจะผิวพรรณหน้าตาดีกว่าเด็กทั่วๆ ไป น่าจะเป็นลูกหลานคนมีสตางค์ส่งมาเรียน

ขณะที่สร้างโบสถ์นี้ เวียดนามกำลังเป็นเมืองขึ้น ฝรั่งเศสผู้ที่ปกครองจะสร้างศาสนสถานทั้งที ก็ต้องให้ยิ่งใหญ่จนข่มเอาสิ่งต่างๆ โดยรอบให้สยบอยู่ใต้อำนาจจนหมดสิ้น ผมคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาในยุคนั้น

ผมเดินย้อนกลับมาดูวิวทะลสาบคืนดาบยามเย็น รอบๆ นั้นมีนักท่องเที่ยวตลอดจนชาวเวียดนามมาเดินเล่น นั่งเล่น พักผ่อนกันตามสบาย มีร้านกาแฟน่านั่งเล่นหลายร้าน ยังเห็นสาวชาวเวียดนาม ที่ยังรักในวัฒนธรรมเดิม พวกเธอใส่ชุดประจำชาติ อาว หญ่าย เดินเล่นแถวริมทะเลสาบ
สุดท้าย เมื่อเดินย่ำพลบค่ำบนถนนสายหนึ่ง เห็นร้านหนังสือเรียงรายกันอยู่เป็นแถว จัดหน้าร้านคล้ายๆ กัน คือมีแผงหนังสือเรียงกันเต็มหน้าร้าน จึงเดินไปดูเห็นหนังสือฝรั่งแปลเป็นภาษาเวียดนามบ้าง ฝรั่งเศสบ้าง เต็มไปหมด พลิกๆ ดูก็อมยิ้ม เพราะเมืองไทยมีปัญหาแผ่นผีซีดีผี แต่ที่ฮานอยยังมีมากกว่าเราอีกอย่าง
จะว่าไปแล้วหนังสือพวกนี้เป็นหนังสือผีคือ ก๊อปจากหนังสือฝรั่งมา กระดาษเป็นกระดาษหยาบไม่ใช่กระดาษปอนด์ แอบพิมพ์เอามาขาย เท่าที่ผมเห็นมีทั้ง ดาวินชี โค้ด / บิล คลินตัน my life / ฮิลลารี คลินตัน autobiography / นิยายของ สตีเฟน คิง อีกเพียบ ส่วนราคามีตั้งแต่ 5 ดอลลาร์สหรัฐไปจนถึง 8 ดอลลาร์

ฮานอย นครหลวงแห่งเวียดนาม กำลังครบ 1,000 ปีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่เมืองยังมีความสวยงามไม่เสื่อมคลาย พวกเขาคงตัดสินใจแยกกันเด็ดขาด ให้กรุงโฮจินมินห์ หรือ ไซ่ง่อน เป็นเมืองเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ไปเสียให้ความเจริญรุ่งเรือง ตึกสูงๆ โรงงาน ไปอยู่เสียที่นั่น ส่วนฮานอยให้คงไว้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเพื่ออนุรักษ์ผังเมืองเอาไว้

ฮานอยจึงยังมีความสวยงาม สงบเงียบตามสมควร ไม่ได้สวยน้อยลงตามความทันสมัยของโลกแต่อย่างใดเลย...

www.oknation.net/blog/kakalot