
นักวิจัยชี้น้ำโขงส่อตกเป็นของจีนปท.ตอนล่างวิกฤติ
กรุงเทพฯ-นักวิจัยสถาบันสติมสัน เซ็นเตอร์ ชี้การสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าตอนต้นแม่น้ำโขงอาจทำให้แม่น้ำสายยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นส่วนหนึ่งของจีน
นายริชาร์ด โครนิน หัวหน้าศูนย์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาบันสติมสัน เซ็นเตอร์ แห่งสหรัฐอเมริกาเปิดเผยผลการศึกษาฉบับล่าสุดเมื่อวันพุธ (11 ส.ค.) ว่าการที่จีนได้สร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำทางตอนต้นแม่น้ำโขงในมณฑลยูนนาน และมีแผนที่จะสร้างเขื่อนเพิ่มเติมอีก 4 แห่ง แม้ว่าจะไม่มีการระบุผลกระทบที่ชัดเจนต่อแม่น้ำโขงทางตอนล่างที่หล่อเลี้ยงประเทศพม่า ลาว เวียดนาม ไทย และกัมพูชา ทั้งยังกล่าวด้วยว่า "หากประเทศทั้ง 6 (ที่แม่น้ำโขงไหลผ่าน) ไม่ร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ก็มีความเป็นไปได้ว่าแม่น้ำโขงจะกลายเป็นแม่น้ำสายหนึ่งของจีน"
สถาบันสติมสันได้ตีพิมพ์งานวิจัยชื่อ "จุดเปลี่ยนของแม่น้ำโขง" ที่เผยทิศทางการเปลี่ยนแปลงด้านความมั่นคงของมนุษย์ และความไร้เสถียรภาพด้านการเมืองในภูมิภาค ที่เกิดจากแผนการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้า 4 แห่งของจีนและการที่ประเทศทางตอนล่างของแม่น้ำโขงฟื้นแผนก่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำรวม 11 แห่ง ซึ่งก่อนหน้านี้โครงการดังกล่าวถูกพับเก็บในช่วงสงครามเวียดนามในช่วงทศวรรษที่ 1960-1970
โครงการสร้างเขื่อนทั้งหมดบนแม่น้ำโขงจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพของแม่น้ำ โดยเขื่อน 4 แห่งของจีนจะควบคุมปริมาณน้ำ 70% ขณะที่โครงการเขื่อนผลิตไฟฟ้าทั้ง 11 แห่งทางตอนล่างจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหารอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขื่อนทางตอนใต้ของลาวและกัมพูชา จะมีผลกระทบต่อการย้ายถิ่นเพื่อวางไข่ของปลาหลายสายพันธุ์



