
ม.มหิดลส่งนศ.ทำวิจัยชุมชนกว่า200แห่งในกทม.
ม.มหิดล เตรียมช่วยปฎิรูปประเทศ ส่งนศ.ทุกคณะ ทำวิจัยชุมชน กว่า 200 แห่งในเขตกทม. หวังติดอาวุธทางปัญหาแก่นศ. พร้อมแนะสถาบันการศึกษาปฎิรูปตัวเอง พัฒนาปรับปรุง เพิ่มเติมศักยภาพของตนเอง ขณะที่คณะแพทย์ รามาฯ เผยปัญหาน่าห่วงขอแพทย์ ระบุสำรวจย้อนหลังไป 5 ปี พบว่
เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) สภาคณาจารย์สานเสวนา เรื่อง”ประชาคมมหิดลร่วมปฎิรูปประเทศไทย” โดยมีศ.คลินิก นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร อธิการบดีมม.เป็นประธานกล่าวเปิดงานว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยที่ผ่านมา บทบาทหน้าที่ของมหาวิทยาลัยต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการปฎิรูปประเทศ โดยการให้ความรู้ พัฒนางานวิจัยเพื่อให้ทะลุอคติที่มีอยู่ในทุกคน ความหลงในวัตถุที่เกิดขึ้น และลดความเห็นแก่ตัวของคนที่ตอนนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้การเริ่มติดอาวุธทางปัญญาแก่นักศึกษาให้มีความรู้ที่จะไปสู่การเผชิญโลก สร้างองค์ความรู้ที่ก่อให้เกิดการพัฒนาผลกระทบต่อชุมชน ประเทศ และโลก เนื่องจากต้องนี้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
“มหาวิทยาลัยต้องเริ่มปฎิรูปตัวเอง โดยมองสิ่งที่มหาวิทยาลัยมีอยู่แล้ว พัฒนาปรับปรุง เพิ่มเติมศักยภาพของตนเองก่อน เพื่อนำไปสู่การปฎิรูปประเทศ เช่น ม.มหิดล ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยให้เอื้อต่อการศึกษา เรียนรู้ตลอดเวลาของนักศึกษา หรือมีการเปลี่ยนวิชาพื้นฐาน โดยให้นักศึกษาในทุกคณะ สาขาเรียนร่วมกัน และทำวิจัยชุมชนร่วมกันซึ่งการทำวิจัยชุมชนของนักศึกษาเป็นการเข้าไปถามถึงปัญหา สิ่งที่ชุมชนต้องการ และนักศึกษาเข้าไปดูแล ช่วยพัฒนาให้ชุมชนดีขึ้น และจากการทำวิจัยชุมชน เมื่อเร็วๆ นี้ กรุงเทพมหานครได้ประชุม ขอความร่วมกับมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ให้ช่วยทำวิจัยชุมชน ซึ่งมีประมาณ 1,000 กว่าชุมชน โดยมม. รับที่จะเข้าทำวิจัยชุมชนประมาณ 200 ชุมชน” ศ.คลินิก นพ.ปิยะสกล กล่าว
ด้านศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่าปัญหาประเทศไทยที่เกิดจากประชาชนขาดโอกาสได้รับการศึกษา การดูแลทางสุขภาพ และสวัสดิการจากรัฐ รวมไปถึงการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หรือที่เรียกว่าด้อยโอกาสการศึกษา เจ็บป่วย และยากจน สถาบันการศึกษา จึงถือเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการเยียวยาสังคม สร้างโอกาสให้เกิดกับชุมชน การแก้ไขปัญหาของชาติได้ โดยการทำงานในเนื้องานของตนเองให้เต็มที่ เช่น ครูก็ทำหน้าที่ครู ตำรวจทหารก็ทำหน้าที่ของตนเองซึ่งลงมือทำได้ทันที
สำหรับเนื้องานของคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี คือ การให้การศึกษาแก่บัณฑิตแพทย์และให้แพทย์ออกไปให้บริการแก่ชุมชนอย่างมีมาตรฐาน แต่ปัญหาที่น่ากังวลในขณะนี้คือ แพทย์ซึ่งต้องใช้ทุน 3 ปีในโรงพยาบาลชนบท ขอชดใช้ทุนแทนการทำงานใช้ทุน ซึ่งเมื่อสำรวจย้อนหลังไป 5 ปี พบว่า แพทย์ลาออกก่อนใช้ทุนครบ มากถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนแพทย์ที่จบ ซึ่งเดิมแพทย์ที่จบใหม่จะทำงานเพื่อรับใช้สังคม แต่ขณะนี้กลับขอลาออกก่อนใช้ทุนครบ ซึ่งต้องศึกษาหาสาเหตุ ทั้งขณะนี้พบว่าแพทย์ไม่กล้าผ่าตัดแบบง่ายๆ เช่น ผ่าไส้ติ่ง ทำคลอด เพราะกลัวเกิดปัญหาฟ้องร้องหากเกิดข้อผิดพลาดภายหลัง จึงส่งผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่แทน ซึ่งคณะแพทย์ต่างๆ ก็ต้องดูว่าแก้ปัญหาอย่างไรเพื่อให้คนไทยได้รับบริการที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย



