
รวบแก๊งลักผ้าไตรวัดแก้วฟ้าฯ
แก๊งลักผ้าไตรวัดดังย่านดุสิตจนมุมแล้ว 2 อีกรายไหวตัวหนีทัน ยึดของกลางอีกอื้อ เผยมีคนรับซื้อผ้าไตรผืนละ 300 อ้างทำแค่หนเดียว ตร.ไม่เชื่อ คาดทำเป็นขบวนการใหญ่
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 พร้อมนายตำรวจที่เกี่ยวข้องแถลงผลจับกุมนายบุญจันทร์ ขุมทรัพย์ หรือแดง อายุ 47 ปี และนายธวัชชัย ชำนาญ หรือเนตร อายุ 22 ปี พร้อมของกลาง สบง 7 ผืน จีวร 12 ผืน อังสะ 8 ผืน บาตร 2 ลูก ขันเงิน 2 ใบ ขันทอง 1 ใบ พานเงิน 1 ใบ ทัพพีเงิน 1 อัน เสื้อกันหนาวพระ 1 ตัว ประคดเอว 31 เส้น เทียนไข 2 เล่ม และของกลางอีกหลายรายการ
พล.ต.ต.สาโรจน์กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อเวลา 13.00-14.00 น. วันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายเข้าไปลักผ้าไตรภายในวัดแก้วฟ้าจุฬามณี ถนนทหาร แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. จึงได้สืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน และนายวุฒินันท์ เกษมสุข อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาที่กำลังหลบหนีอยู่ร่วมกันก่อเหตุ จึงเข้าจับกุมนายธวัชชัยได้ที่บริเวณวัดเซิงหวาย ถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี และจับนายบุญจันทร์ได้ที่ริมทางรถไฟตลิ่งชัน ในวันเดียวกัน ส่วนนายวุฒินันท์หนีทัน เมื่อนำตัวไปค้นภายในบ้านพักก็พบของกลางกว่า 122 ราย ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องอัฐบริขารของพระสงฆ์
นายบุญจันทร์สารภาพว่า เดิมมีอาชีพขายก๋วยเตี๋ยว หลังจากนั้นจึงได้เปลี่ยนมาทำอาชีพเร่ขายผ้าไหมตามวัด และพบพรรคพวกที่ขายผ้าเร่ด้วยกันจึงได้เริ่มรับซื้อผ้าไตรไปขายต่อซึ่งมีรายได้ดี จากนั้นพวกตนพร้อมพวกที่หลบหนี จะเช่ารถกระบะออกตระเวนรับซื้อผ้าไตรตามวัดต่างๆ เมื่อสบโอกาสไม่มีพระสงฆ์อยู่ ก็จะเข้าไปลักผ้าไตรแล้วนำมาขายที่รถรับซื้อหน้าวัดเสมียนนารี ในราคาผืนละ 300 บาท โดยตนได้เข้าไปก่อเหตุที่วัดแก้วฟ้าฯ เพียงที่เดียว ส่วนของกลางที่พบนั้น ได้มาจากการรับซื้อผ้าไตรตามวัด และบางส่วนก็มีพระสงฆ์ให้มา ซึ่งก็จะเอาไปทำบุญต่ออีกทอด
เบื้องต้นตำรวจยังไม่เชื่อคำให้การ เนื่องจากพบว่ามีการแจ้งหายไว้หลายวัด เชื่อว่าแก๊งคนร้ายน่าจะทำเป็นขบวนการ รู้แหล่งรับซื้อ-ขาย และไม่น่าจะลักแต่ผ้าไตรอย่างเดียว แต่น่าจะรวมไปถึงการลักตู้บริจาควัดด้วย จึงควบคุมตัวไปดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน พร้อมขยายผลจับกุมพรรคพวกร่วมแก๊งที่เหลือต่อไป



