ไลฟ์สไตล์

ห้านิ้วนี่มันไม่เท่ากัน

ห้านิ้วนี่มันไม่เท่ากัน

11 ส.ค. 2553

เคยสังเกตไหมว่า มือเรานั้น ห้านิ้วนี่มันไม่เท่ากัน แต่ละนิ้ว มันก็มีหน้าที่ต่างกัน นิ้วหัวแม่โป้ง เวลาที่กำมือแล้วก็เอานิ้วสี่นิ้วมากดหัวแม่โป้งเอาไว้ เวลาใครเขาชก หรือว่าคุณโยมชกอะไร เพราะว่าถูกนิ้วอีกสี่นิ้วกดทับ อาการตีเสมอ คือ อาการของคนที่ไม่รู้จัก

 ลองนึกดูว่า ถ้าทุกคนตีเสมอ ไม่มีอาวุโส มือคุณโยมนี่นะ นิ้วมันใหญ่เท่ากันหมดเลย มันน่าเกลียดไหม มือคนที่นิ้วใหญ่เท่ากัน นี่มันคือมือเปรตนะ  ไม่ใช่มือมนุษย์ เพราะฉะนั้น อาการตีเสมอ ถือว่าเป็นมลทินของสมณะ

 ถัดมาก็คือความริษยา ความริษยานี่มาอยู่ในตระกูลของความโลภ ไม่ใช่โลภอยากได้เท่าเขา แต่เห็นใครดีจะทำลายเขา มีวิธีการทำลายเขาด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด หรือการกระทำ แน่นอนที่สุด ริษยานั้น มันเกิดในความคิดอยู่ในจิตใจเสียก่อน แสดงออกทางคำพูด แสดงออกทางกิริยาท่าทาง เห็นผ้าเขาตากเอาไว้ ไปดึงมันลงมาซะ ไปดึงมันลงมามันคลุกขี้โคลนซะ นี่คือ อาการริษยาที่เป็นตัวอย่างเล็กๆ ความหนักเบาของริษยาที่อยู่ในใจของเรานั้น ถ้ามันหนัก มันก็แสดงอิทธิฤทธิ์มาก ถ้ามันน้อยมันก็แสดงอิทธิฤทธิ์น้อย

 ตัวถัดมาคือ ความตระหนี่ ก็อยู่ในครอบครัวของความโลภ มีของ ไม่ว่าจะมีอะไรไม่แบ่งปันเก็บเอาไว้แต่เฉพาะตัว เก็บเอาไว้จนเน่า ของกินบางอย่าง เป็นห่อเป็นซอง ของบางอย่างเปิดแล้วต้องกินเลยไป หวงเอาไว้ ไม่อยากให้คนอื่นกิน เก็บเอาไว้ก่อน ทีนี้ซองมันก็เปิดแล้วกว่าจะนึกขึ้นได้อีกทีหนึ่งก็เน่าหมดแล้ว

 เพราะความตระหนี่อย่างนี้เอง เวลาที่เราจะได้อะไรมา ก็ได้มาด้วยความยากลำบาก คนอื่นเขาก็ไม่อยากให้เรา เพราะเราไม่เคยให้อะไรเขา

 มลทินตัวถัดมา คือ ความมักอวด มักอวดนี่เขาเรียกว่า อีโก้ เป็นคนที่ตัวกูของกูแรง มีอะไรก็ชอบอวด รู้อะไรนิดหนึ่งก็พูดยาว อาการมักอวดนี่แสดงออกมาในรูปแบบต่างๆ ทำให้เกิดความรำคาญกับเพื่อนๆ ไม่รุนแรงนัก แต่มันแสดงถึงความขาดในตัวเอง จึงจำเป็นที่จะต้องอวด จำเป็นที่จะต้องแสดง เพื่อที่จะให้คนอื่นเขาเห็นว่าตัวนั้นเก่ง ตัวนั้นแน่ แต่แท้ที่จริงแล้ว คนที่เขามีจริงๆ ไม่ว่าจะมีความรู้  ไม่ว่าจะมีสมบัติ ไม่ว่าจะมีชื่อเสียง เขาไม่ต้องอวดเลย ไม่ต้องแสดงตัวเลย "รู้น้อยว่ามากรู้"

 เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่า เราเป็นผู้ปฏิบัติธรรม เราเป็นสมณะ สิ่งใดที่เรารู้ เราเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน จะเป็นคนละลักษณะกับอาการมักอวด

"ธัมมนันทา"