
ป้องกัน "ไข้หวัดใหญ่ 2009" ระบาด
สถานการณ์ทั่วโลก การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ (H1 เอ็น1 N1) 2009 ได้ขยายการระบาด และส่งผลกระทบเป็นวิกฤติทางสาธารณสุขของประเทศทั่วโลก
องค์การอนามัยโลก รายงานผู้ป่วยยืนยันโรคนี้ ณ วันที่ 6 มิถุนายน 2553 ทั่วโลกมากกว่า 214 ประเทศ
สถานการณ์ในประเทศไทย ไข้หวัดใหญ่ 2009 แพร่ระบาดในประเทศไทยปัจจุบัน (ณ วันที่ 12 มิถุนายน 2553) พบผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ 229 ราย ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธุ์ 2553 พบ 5 สัญญาณการระบาดใหม่ แนวโน้มพบไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นร้อยละของผู้ป่วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และผู้มารับบริการที่โรงพยาบาลเพิ่มขึ้น หลายจุดเพิ่มสูงกว่าร้อยละ 5 พบการระบาดอยู่ในระดับพื้นที่ อำเภอ ตำบล และมักจะมีการระบาดรุนแรงในพื้นที่ที่พบการระบาดใหม่ มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นและต่อเนื่อง จำนวนผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง (เสียชีวิตหรือป่วยเป็นปอดอักเสบ) บางส่วนยังเข้าถึงบริการ หรือได้รับการบริการล่าช้า โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท
ดังนั้นมาตรการควบคุมป้องกันโรคเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้างและลดการเสียชีวิต จึงควรเร่งรัดมาตรการ
1.เฝ้าระวังโรคในกลุ่มอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และปอดอักเสบอย่างใกล้ชิด
2.สถานพยาบาลทุกแห่ง ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด
3.รณรงค์ให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมายต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อทั้งในครอบครัวและชุมชน
มาตรการป้องกันควบคุมไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่ เช่น กรณีการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้น ประกอบด้วย
- มาตรการใช้เวชภัณฑ์ รวมถึงการใช้ยาต้านไวรัส เวชภัณฑ์อื่นๆ ที่จำเป็น รวมทั้งชุดป้องกันตนเองจากการติดเชื้อ
- มาตรการไม่ใช้เวชภัณฑ์ จะเน้นการส่งเสริมให้คนไทยมีพฤติกรรมสุขอนามัยป้องกันโรค
- มาตรการควบคุมการระบาด เช่น การแยกผู้ป่วย โดยการหยุดงาน หยุดเรียน ปิดชั้นเรียน การป้องกันการแพร่เชื้อในกิจกรรมการชุมนุมของคนหมู่มาก หรือหากการระบาดรุนแรง อาจจำเป็นต้องปิดโรงเรียน เลื่อน ลด หรืองดกิจกรรมการชุมนุม
การสร้างความปลอดภัยจากโรคใน 4 กลุ่มคน
วัยเรียน : ทุกระดับชั้น ถึงระดับอุดมศึกษา (เน้นชั้นอนุบาล ชั้นประถม)
วัยทำงาน : สำนักงาน โรงงาน ฯลฯ
วัยอยู่บ้าน : เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ
ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง : ผู้ป่วยโรคปอด หัวใจ ไต ฯลฯ รวมทั้งกลุ่มเสี่ยงป่วยรุนแรง เช่น หญิงตั้งครรภ์ ผู้เป็นโรคอ้วน
การเสริม 4 พฤติกรรมป้องกันโรค
ปิด : ปิดปาก ปิดจมูก อย่างถูกต้องเมื่อไอจาม ใช้กระดาษทิชชูเมื่อป่วย สวมหน้ากากอนามัย หรือไอใส่ต้นแขนตนเอง
ล้าง : ล้างมือบ่อยๆ และทุกครั้งหลังไอจาม ก่อนรับประทานอาหาร ฯลฯ
เลี่ยง : สถานที่เสี่ยง (แออัด อากาศไม่ถ่ายเท ทึบ แสงแดดส่องไม่ถึง) การอยู่ใกล้ชิดกับผู้มีอาการป่วย (ไอ จาม)
หยุด : เมื่อป่วย (หยุดงาน หยุดเรียน หยุดกิจกรรม) เพื่อให้หายป่วยเร็วและไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่น
การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ (H1 N1) 2009 เพื่อลดอัตราป่วย อัตราตายของประชาชน โดย กรมควบคุมโรค องค์การเภสัชกรรม และ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นวัคซีนเชื้อตายของฝรั่งเศส เทคโนโลยีการผลิตระดับสูง ขึ้นทะเบียนยา และใช้ในหลายประเทศ ผ่านการทดสอบความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสร้างภูมิคุ้มกันโรคร้อยละ 90 ผ่านการขึ้นทะเบียนยา โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และการรับรองรุ่นการผลิตชีววัตถุ โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ช่วงแรกของการฉีดวัคซีน มีผู้รับบริการไม่มาก เนื่องจากผู้ให้และผู้รับบริการส่วนหนึ่งไม่มั่นใจในความปลอดภัยของวัคซีน ดังนั้นในระยะต่อไปควรเร่งทำความเข้าใจ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้น ประกอบกับในระยะนี้มีการระบาดของโรคมากขึ้น รวมทั้งการระบาดในบุคลากรหลายโรงพยาบาลด้วย
กรมควบคุมโรค
กระทรวงสาธารณสุข



