
มุมมองใหม่-ตลาดนัดวันอาทิตย์เมืองแปงนำความรู้สู่ประโยชน์ชีวิตจริง
หลังจากเข้าร่วมโครงการอบรมของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เกี่ยวกับการจัดการความรู้หรือการนำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นจุดเริ่มต้นให้ นายสมบัติ ทองออน ครู คศ.2 ครูสอนภาษาไทยและสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (สาระเพิ่มเติม) ระดับช่วงชั้นที่ 3 หรื
โดยเริ่มจากการมองตนเองว่ามีความถนัดด้านใด และจะสามารถถ่ายทอดให้นักเรียนเรียนรู้ในด้านใดได้บ้าง ครูสมบัติพบว่ามีความสามารถในการทำอาหาร ประกอบกับโรงเรียนจัดชั่วโมงว่างให้นักเรียน 1 ชั่วโมงเพื่อเป็นชั่วโมงอิสระ ซึ่งผู้บริหารโรงเรียนได้มอบโจทย์สำคัญให้หาแนวทางแก้ปัญหาให้นักเรียนช่วงชั้นที่ 3 ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ครูสมบัติจึงคิดถ่ายทอดการทำอาหารให้นักเรียน ในโครงการ “ตลาดนัดวันอาทิตย์” โดยยึดหลัก “เรียนจริง ทำจริง ขายจริง”
ครูสมบัติเริ่มต้นจากการสอบถามนักเรียนแต่ละระดับชั้นว่าอยากเรียนทำอาหารอะไร ซึ่งนักเรียนอยากเรียนจากเรื่องที่ง่ายไปสู่เรื่องที่ยากขึ้น คือ ม.1 อยากเรียนการทำน้ำดื่ม ม.2 การทำขนมไทย และ ม.3 การทำอาหารจานเดียวและอาหารในท้องถิ่น จึงเริ่มจัดการเรียนการสอนสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับชั้นละ 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยในช่วงต้นปีการศึกษาระหว่างเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม จะให้ความรู้นักเรียนในเชิงทฤษฎี โดยจะเปลี่ยนชนิดของอาหารที่เรียนไปในทุกสัปดาห์ เช่น สัปดาห์แรก ม.1 เรียนทำน้ำฝรั่ง สัปดาห์ต่อไปเรียนทำน้ำสมุนไพร เป็นต้น
“หลังจากเรียนวิธีการทำอาหารแต่ละชนิดแล้ว นักเรียนทุกคนจะต้องทำอาหารที่เรียนมาส่งครูอย่างน้อยชนิดละ 1 จานต่อคน เพื่อให้ทุกคนทำเป็นจริง ไม่ใช้รูปแบบการทำเป็นกลุ่มเพราะนักเรียนบางคนเท่านั้นที่ทำบางคนไม่ได้ลงมือทำก็จะทำไม่เป็น จะไม่เกิดประโยชน์ต่อนักเรียนทุกคนอย่างแท้จริง และเมื่อนักเรียนทำอาหารได้แล้ว ครูและนักเรียนได้มาคิดร่วมกันว่าจะขยายผลอย่างไร จึงเป็นที่มาของตลาดนัดโรงเรียน” ครูสมบัติ กล่าว
ดังนั้นเมื่อจบสิ้นการเรียนจริง ทำจริง จึงถึงเวลาขายจริง ตลาดนัดวันอาทิตย์จะเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงช่วงปลายภาคการศึกษาในเดือนมีนาคม รูปแบบตลาดนัดจะมี 3 ร้านค้า ประกอบด้วยร้านน้ำดื่มของนักเรียนชั้น ม.1 ร้านขนมของนักเรียนชั้น ม.2 และร้านอาหารของนักเรียนชั้น ม.3 โดยให้นักเรียนแต่ละระดับชั้นสลับกลุ่มขายในแต่ละสัปดาห์
นักเรียนที่รับผิดชอบการขายในแต่ละสัปดาห์จะต้องมาวางแผนและเตรียมของที่จะขายตั้งแต่วันเสาร์ โดยจะขับรถพานักเรียนไปซื้อของที่ตลาด เพราะโรงเรียนห่างจากตลาดถึง 30 กิโลเมตร ส่วนวันอาทิตย์จะต้องมาทำของขายตั้งแต่ตีห้า สำหรับนักเรียนที่ไม่ได้เป็นกลุ่มรับผิดชอบการขาย หากว่างก็จะอาสามาช่วยเพื่อน โดยผลกำไรที่ได้จะเก็บไว้เป็นเงินประจำห้อง เมื่อนักเรียนสำเร็จชั้น ม.3 จะมีเงินกองทุนห้องประมาณ 3-4 หมื่นบาท เงินจะถูกนำมาใช้ในการพานักเรียนไปทัศนศึกษาที่ชายทะเล เนื่องจากพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ส่วนใหญ่เป็นภูเขา การได้เที่ยวทะเลซึ่งเป็นสิ่งที่นักเรียนใฝ่ฝันมาก
หลังจากเกิดโครงการนี้แล้ว ครูในโรงเรียนมีส่วนมาช่วยสอนอาหารบางอย่าง และยังได้เรียนรู้อาหารบางอย่างจากนักเรียนด้วย ตัวนักเรียนเองก็ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพราะหลังจากทำและขายแล้วนักเรียนก็จะมาสรุปผลว่าการดำเนินงานเป็นอย่างไร มีปัญหาอุปสรรคใด อะไรเป็นข้อดี อะไรเป็นข้อเสีย และจะปรับปรุงวิธีทำ วิธีขายอย่างไร อะไรขายดี ขายไม่ดี จะพัฒนาต่อไปอย่างไร เช่น อาหารที่ทำไม่กรอบ จะแก้ปัญหายังไง เป็นต้น นอกจากนี้รุ่นพี่ยังสามารถแนะนำรุ่นน้องได้ว่าควรทำอาหารอย่างไร ขายอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ เรียกว่าเป็นการถ่ายทอด best practice ให้น้องๆ เท่ากับเด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องการจัดการความรู้ไปในตัว
ตลาดนัดวันอาทิตย์โรงเรียนบ้านเมืองแปง ส่งผลให้นักเรียนมีความสุข ความพอใจ และได้รับการตอบรับจากคนในชุมชนดีมาก ทุกคนจะรอคอยให้ถึงวันอาทิตย์เพื่อที่จะได้มาหาซื้ออาหารการกินจากตลาดนัดที่อยู่บริเวณหน้าโรงเรียน เนื่องจากภายในหมู่บ้านไม่มีตลาด มีเพียงร้านขายของชำ อีกทั้ง ขนม น้ำดื่ม และอาหารที่นักเรียนนำมาจำหน่ายก็มีรสชาติอร่อย
“กิจกรรมรูปแบบการเรียนการสอนแบบนี้ ทำให้เด็กเรียนรู้เรื่องคุณธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความซื่อสัตย์ เสียสละ รับผิดชอบ มีจิตอาสา รู้จักการช่วยเหลือผู้อื่น และได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ไม่ใช้วันหยุดไปทำสิ่งที่ไม่ดี ที่สำคัญช่วยให้นักเรียนเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งว่าวิชาความรู้ที่เรียนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงได้อย่างไร หากให้นักเรียนเรียนแต่ทฤษฎีในห้อง เด็กจะเบื่อและไม่เข้าใจว่าจะนำความรู้ไปใช้จริงได้อย่างไร” ครูสมบัติกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
โรงเรียนที่สนใจแลกเปลี่ยนการจัดการเรียนรู้ผ่านโครงการตลาดนัดวันอาทิตย์กับโรงเรียนบ้านเมืองแปง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ครูสมบัติ ทองออน โทร.0-5369-3301 หรือโทร.08-5621-0410



