ไลฟ์สไตล์

“อ้อยโคลน" อาหารสัตว์พันธุ์แรก 
เพื่อเกษตรกรเลี้ยงโค-แพะ-แกะ

“อ้อยโคลน" อาหารสัตว์พันธุ์แรก เพื่อเกษตรกรเลี้ยงโค-แพะ-แกะ

10 ส.ค. 2553

ปัญหาอย่างหนึ่งในการเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ คือ ขาดแคลนอาหารหยาบ ที่นำมาใช้เลี้ยงสัตว์ อีกทั้งผลิตผลดังกล่าวมีราคาแพง ล่าสุดสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 จังหวัดสงขลา โดยการขับเคลื่อนของ ไพโรจน์ สุวรรณจินดา ผอ.สำนักวิจัย ได้

  ผอ.ไพโรจน์ เล่าถึงเหตุผลว่า ปัจจุบันการเลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้องในพื้นที่ภาคใต้มีปัญหาขาดแคลนอาหารหยาบและวัตถุดิบอาหารสัตว์มีราคาแพง เนื่องจากพื้นที่ทุ่งหญ้ามีค่อนข้างจำกัด และอยู่ห่างไกลจากแหล่งผลิตพืชไร่ที่ใช้เป็นวัตถุดิบหลัก ทำให้มีต้นทุนการขนส่งสูง ซึ่งอ้อยอาหารสัตว์นี้จะเป็นทางออกที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรได้
 
 "เพื่อแก้ปัญหา สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 จังหวัดสงขลา จึงร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลา นำพันธุ์อ้อย 6 สายพันธุ์ ที่มีลักษณะเหมาะจะใช้เป็นอาหารสัตว์มาทดสอบการให้ผลผลิตในสภาพแวดล้อมของศูนย์วิจัย พบว่าอ้อยโคลนพันธุ์เบอร์ 6 ซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์ Phi58-260 กับพันธุ์ K84-200 เป็นพันธุ์ที่มีศักยภาพเหมาะสมกับการใช้เป็นอาหารสัตว์มากที่สุด คือ มีลำเล็ก แตกกอดี ใบมาก เติบโตเร็ว มีความทนแล้ง สามารถตัดได้หลายครั้ง และมีโปรตีนประมาณ 5 % โดยน้ำหนักสด" ผอ.สวพ.8 แจง

 พร้อมเสริมว่า อ้อยลูกผสมพันธุ์นี้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทุก 3-4 เดือน หรือยืดไปถึง 6 เดือน โดยให้ผลผลิตต้นสดในสภาพการปลูกแบบอาศัยน้ำฝน เฉลี่ย 2 ตันต่อไร่ต่อเดือน หรือมากกว่า 20 ตันต่อไร่ต่อปี ซึ่งเกษตรกรสามารถใช้เครื่องสับให้สัตว์กินสด หรือทำเป็นหญ้าหมักไว้เลี้ยงสัตว์ยามขาดแคลนได้ สัตว์จะชอบกินมากเพราะมีความหวานกว่าฟางข้าวและหญ้าสดทั่วไป ถือเป็นพืชอาหารสัตว์ทางเลือกใหม่ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ แพะ และแกะ โดยเฉพาะผู้เลี้ยงโคนม มีความเป็นไปได้สูง ซึ่งจะช่วยลดความสิ้นเปลืองค่ากากน้ำตาลได้ค่อนข้างมาก

 “เกษตรกรที่มีพื้นที่น้อยก็ปลูกอ้อยอาหารสัตว์ได้โดยสามารถปลูกตามหัวไร่ปลายนา หรืออาจปลูกในพื้นที่ว่างระหว่างแถวยางหรือปาล์มน้ำมันปลูกใหม่ ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีราคาแพง ทำให้ประหยัดต้นทุนและหนุนระบบการผลิตปศุสัตว์ให้มั่นคงมากขึ้น โดยเฉพาะการเลี้ยงแพะ แกะในเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังขยายตัวมาก” ผอ.สวพ.8 แจง

 ด้าน สมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ปีนี้กรมวิชาการเกษตรได้ปรับปรุงมิติการวิจัยด้านพืชใหม่ให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่เน้นศึกษาวิจัยฉพาะพืชที่เป็นอาหารมนุษย์ ก็ได้เพิ่มการวิจัยและพัฒนาคลอบคลุมพืชอาหารสัตว์ด้วย เบื้องต้นก็ได้พัฒนาพันธุ์อ้อยให้เหมาะสมกับการใช้เป็นพืชอาหารสัตว์ เพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารหยาบเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งพันธุ์นี้มีคุณสมบัติต่างจากอ้อยโรงงาน คือสร้างต้นและใบได้มากในเวลาอันสั้น ทนแล้งได้ดี งอกใหม่ได้ ง่ายต่อการจัดการ ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าการปลูกพืชอาหารสัตว์ชนิดอื่น เช่น ข้าวโพด และข้าวฟ่าง ที่ต้องปลูกใหม่ทุกครั้ง หรือตัดได้เพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งกรมคาดจะประกาศรับรองเป็นพันธุ์พืชอาหารสัตว์พันธุ์แรกของกรมวิชาการเกษตรได้ปี 2554 

 อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรท่านใดสนใจพันธุ์อ้อยอาหารสัตว์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โทร.0-7420-5980