
ชิคาโกตอนอวสาน
เดลี่พลาซ่าเป็นศูนย์การค้าที่อยู่กลางใจเมืองของนครชิคาโก ซึ่งทางกงสุลใหญ่ได้เลือกสถานที่แห่งนี้ จัดงานเทศกาลไทย เนื่องจากเป็นใจกลางเมือง เดินทางไป-มาสะดวก บริเวณงานก็จะเป็นลานหน้าศูนย์การค้า ซึ่งก็จะมีร้านอาหารของคนไทยมาออกบูธมากมายหลายร้านและทุกๆ ร้าน
สำหรับเวทีแสดงในวันนี้ซึ่งเป็นวันที่ 3 และเป็นวันสุดท้ายก็จะมีวงดนตรีของผมกับการเดินแบบชุดไทยเพียงแค่สองอย่างเท่านั้น เนื่องจากว่า ทางเทศบาลเมืองนครชิคาโกเขาอนุญาตให้ใช้เสียงแค่ในช่วง 12.00-13.00 น. เท่านั้น เพราะในบริเวณเดลี่พลาซ่าส่วนใหญ่จะเป็นที่ทำการของหน่วยงานราชการและเอกชน จึงเท่ากับว่าวงผมมีเวลาแสดงแค่ 45 นาที และที่เหลือ 15 นาที ก็เป็นการเดินแบบของเด็กไทย ที่ถือกำเนิดที่นั่นและการแสดงของวงผมก็เป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพราะผมเลือกเพลงที่มีจังหวะเร็วทุกเพลง และการแสดงที่เดลี่พลาซ่าในช่วงของวงผม ท่านผู้อ่านสามารถเข้าไปชมได้ที่ FACBOOK/KHUN-IN “OFF-BEATSIAM” หรือถ้าอยากจะชมแบบสดๆ ก็ต้องอดใจรอกันนิดหนึ่ง ก็คือวันที่ 19 เดือนนี้ผมจะยกวง ขุนอินออฟบีทสยาม แบบครบวง ไปแสดงที่ลานปาร์คพารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน ในเวลา 1 ทุ่ม รับประกันความสนุกแต่ถ้าไม่สนุกก็ไม่ต้องคืนสตางค์ เพราะกระทรวงวัฒนธรรมจัดให้ดูกันแบบฟรีๆ ครับ
ในค่ำคืนของวันที่ 16 ท่านณรงค์ บริบูรณ์ กงสุลใหญ่ประจำชิคาโก จัดงานเลี้ยงขอบคุณผู้ร่วมงานทั้งหมด ซึ่งในนั้นก็จะมีท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมนั่งเป็นประธาน โดยวันนี้ผมได้จัดวงดนตรีเล็กๆ แค่ 4 ชิ้นแนวฟิวชั่นแจ๊สประกอบไปด้วยระนาดเอก เปียโน ดับเบิลเบสและกลองชุด เข้าไปแสดงในงานนี้ ก็ถือโอกาสที่จะซ้อมเพลงวงนี้ไปในตัว เพราะหลังจากที่เดินทางกลับถึงเมืองไทยแล้ว พวกเรา 4 คนนี้ จะต้องเดินทางไปแสดงต่อที่เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น
รุ่งเช้าของวันที่ 17 กรกฎาคม ผมตื่นขึ้นมาพร้อมด้วยหายจากอาการหูอื้อและดีใจมาก เพราะคิดว่า คอนเสิร์ตในค่ำคืนนี้จะต้องสนุกกว่าทุกๆ ครั้งโดยเฉพาะในคืนนี้ จะมีการนำเงินที่ได้ทิปจากพวงมาลัยบนคอของพวกเราทั้งหมด ไปบริจาคให้แก่พี่น้อง กทม. ที่ประสบภัยจากการเมือง จึงเท่ากับว่า พวกเราจะได้วัดเรตติ้งว่า บนคอใครจะมีแบงก์ดอลล่าร์มากกว่ากัน และในค่ำคืนนั้นที่ วัดธัมมาราม ซึ่งเป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตของพวกเราจึงมีแต่พี่น้องชาวไทยล้วนๆ 300 กว่าคน โดยค่ำคืนนั้นดูเหมือนว่าผมจะเป็นคนที่มีแบงก์ดอลล่าร์อยู่บนคอมากที่สุด ท่วมคอเหมือนกับพี่เป้าสายัณห์ สัญญาในสมัยก่อน แต่แล้วในช่วงหัวเพลงโยสลัมที่เป็นจังหวะมาร์ช น้องอั๋นมือทรัมเป็ต พาน้องแมนและน้องชิ มือแซกและทรัมโบนลงไปเป่าตามโต๊ะ และหยุดรีดไถเงินรางวัลได้ครบทุกโต๊ะ แต่ทุกคนก็เต็มใจให้ด้วยความสนุกสนาน และกลับขึ้นมาบนเวทีด้วยแบงก์ดอลล่าร์ ไม่ต่ำกว่า 2,000 ดอลล่าร์และรวมเงินทิปทั้งหมดแล้วเป็นจำนวน 5,000 ดอลลาร์ ซึ่งก็ถือว่าไม่มากและไม่น้อย แต่ว่ามันเป็นน้ำใจจากพี่น้องชาวไทย ที่อยู่แดนไกลและห่วงใยชาว กทม. และเงินจำนวนนี้ ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ก็จะนำไปมอบให้แก่ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร และทั้งหมดนี้ก็คือภารกิจที่พวกเราได้รับโอกาสจาก กระทรวงวัฒนธรรมและสถานกงสุลใหญ่นครชิคาโก ผมต้องขอขอบคุณเอาไว้ใน ณ ที่นี้ด้วย รวมถึงพี่น้องชาวไทยทุกๆ ท่านที่อยู่นครชิคาโก ทุกๆ คนมีน้ำใจไมตรีต่อพวกเราโดยเฉพาะคุณหมอหลายท่านที่เป็นห่วงอาการหูอื้อของผม ได้มอบยาดีๆ ที่เมืองไทยไม่มีให้แก่ผมหลายขนาน
รุ่งเช้าวันที่ 18 กรกฎาคม พวกเราก็เดินทางกลับ โดยมีครูเอื้อย พี่ตุ๋ย และ อามาโนช ไปส่งที่สนามบินและคนสำคัญ คือคุณเปิ้ล คนไทยที่แสนน่ารัก เป็นเจ้าหน้าที่สายการบิน ANA ที่ใช้กำลังภายใน ที่ทำให้พวกเราไม่ต้องเอาของในกระเป๋าออก เนื่องจากทุกคนน้ำหนักในกระเป๋าเกินกันถ้วนหน้า ก็ต้องขอขอบคุณทุกๆ คน และอีกหนึ่งคนที่พลาดไม่ได้ก็คือ คุณศิริพร หรือพี่ปุ๋ย ของน้องๆ ในวงผม และหลังจากนั้นพวกเราก็ต้องเดินทางอันแสนไกล และมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิของเช้าวันที่ 20 กรกฎาคม ด้วยความปลอดภัย แต่ภารกิจของผมยังไม่หมดใน ฉบับหน้าผมจะพาไปพบกับเทศการลอยกระทง และเทศกาลไทยที่นครโอซากาที่สนุกไม่แพ้กันครับ.... สวัสดี ครับ
"ขุนอิน"



