
ชุดตรวจสอบสารตกค้างในน้ำยาง
ในอุตสาหกรรมยางพารา มีการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบหลายอย่างทั้งยางแผ่น และน้ำยางข้น โดยเฉพาะการใช้น้ำยางข้นมักจะต้องเติมสารเติมแต่งบางอย่างลงไปเพื่อประโยชน์ต่างๆ เช่น เติมสารที่มีฤทธิ์ป้องกันเชื้อราและจุลินทรีย์ต่างๆ ลงไปเพื่อไม่ให้น้ำยางเสีย หรือมีการเติมส
คราวนี้ถ้ามีการเติมสารเหล่านี้มากเกินไป ก็อาจเกิดผลเสียขึ้นมาได้ หรือบางครั้งสารดังกล่าวอาจจัดอยู่ในกลุ่มสารอันตราย เช่น ทีเอ็มทีดี หรือเตตระเมทิลไทยูแรมไดซัลไฟด์ ซึ่งมีการเติมในน้ำยางข้นเพื่อป้องกันเชื้อราและแบคทีเรียในน้ำยาง อันเป็นสาเหตุให้น้ำยางเน่าเสียได้นั้น สารทีเอ็มทีดี เป็นสารอันตรายต่อร่างกายชนิดหนึ่ง
ดังนั้นในวงการยางจึงมักจะต้องตรวจสอบก่อนว่ามีสารดังกล่าวตกล้างอยู่ในน้ำยางและผลิตภัณฑ์ยางหรือไม่ ซึ่งวิธีการตรวจสอบปัจจุบันก็สามารถทำได้โดยการส่งตัวอย่างไปวิเคราะห์ เพียงแต่ว่าต้องใช้เวลานาน 1-3 วัน และมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงคือประมาณ 800 บาทต่อหนึ่งตัวอย่าง
เพราะฉะนั้นเรื่องการวิเคราะห์สารนี้จึงเป็นข้อจำกัดที่โรงงานน้ำยางข้นต้องคิดหนัก และไม่อาจปฏิบัติได้อย่างสม่ำเสมอ ความจริงก็มีวิธีการทดสอบหาสารดังกล่าวอย่างง่าย แต่เป็นเพียงการทดสอบเบื้องต้นที่ยังไม่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมคุณภาพได้
ดร.วิไลรัตน์ ชีวะเศรษฐธรรม อาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งอยู่ในแหล่งของการปลูกยาง ได้รับทุนวิจัยจาก สกว. เพื่อหาทางคิดวิธีวิเคราะห์สารทีเอ็มทีดีอย่างง่ายแต่ได้มาตรฐานชนิดที่สามารถใช้ในการควบคุมคุณภาพน้ำยางข้นได้ ในที่สุดจึงเกิดเป็นชุดตรวจสอบหรือที่เรียกกันว่าเทสต์คิท ซึ่งประกอบด้วย ชุดน้ำยาทดสอบและเครื่องมืออย่างง่าย สามารถตรวจสอบสารตกค้างดังกล่าวได้ภายใน 15 นาที และมีต้นทุนในการวิเคราะห์ไม่ถึง 100 บาทต่อตัวอย่าง
จากผลงานชิ้นนี้เองจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้มาก แถมยังเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งรักษามาตรฐานได้ด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง ตอนนี้ได้มีการจดสิทธิบัตรชุดตรวจสอบซึ่งรวมถึงน้ำยาและวิธีการดังกล่าวแล้ว และได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีไปยังบริษัทเอกชนเพื่อนำไปผลิตขาย นอกจากชุดตรวจสอบสารทีเอ็มทีดีแล้ว นักวิจัยยังได้คิดค้นชุดตรวจสอบสังกะสีออกไซด์ในน้ำยางข้นเช่นกัน โดยชุดตรวจสอบดังกล่าวสามารถตรวจได้เร็วและแม่นยำ ในราคาที่ถูกกว่าการส่งวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ
ทั้งสองชุดนี้มีประโยชน์อย่างมากในวงการยางพาราของประเทศ เพราะเท่ากับว่าเราสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับสินค้าประเภทเดียวกันในตลาดโลกได้ เนื่องจากเราสามารถทำได้เร็วกว่าและประหยัดกว่า จึงทำให้ต้นทุนโดยรวมต่ำลงได้
ความจริงนักวิจัยทีมนี้เคยประสบความสำเร็จในการพัฒนาวิธีการตรวจสอบปริมาณสบู่ลอเรตตกค้างในน้ำยางอย่างง่ายและรวดเร็วมาแล้ว และขณะนี้มีเอกชนและหน่วยราชการนำไปใช้ เพราะว่าสามารถวิเคราะห์ได้เร็วกว่าเดิมมาก และที่สำคัญคือราคาถูกกว่าเช่นกัน จะเห็นได้ว่าถ้านักวิจัยได้รับการสนับสนุนที่ดีพอ ก็สามารถสร้างผลงานที่มีคุณค่าได้อย่างมากเช่นกัน และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากชิ้นงานเล็กๆ เหล่านี้ความจริงแล้วมากมายมหาศาล
ยกตัวอย่างเช่น การตรวจปริมาณสบู่ลอเรตตกค้างอย่างง่ายนี้ หากไม่มีวิธีการดังกล่าว ก็จะไม่ทราบปริมาณสบู่ลอเรตที่เติมลงไปเพื่อไม่ให้น้ำยางแยกตัว ผลเสียที่ตามมาคือหากมีสบู่ลอเรตมากไปในน้ำยางก็จะเกิดฟองอากาศได้ง่ายและเกิดการรั่วขึ้น หากเป็นถุงมือยางหรือลูกโป่งที่เกิดการรั่วแบบนี้ ความเสียหายเชิงธุรกิจย่อมมีมาก
หากสามารถตรวจได้ก่อนการผลิต ความเสียหายดังกล่าวก็สามารถควบคุมได้ตั้งแต่ต้น ลดปัญหาสินค้าถูกตีกลับได้อย่างมากครับ!
รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ



