
ปั้นบัณฑิตมืออาชีพด้วยโมเดลธุรกิจใหม่หนึ่งเดียวของไทย
"ผมมารับตำแหน่งเมื่อ 1 กรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นงานที่ท้าทาย เพราะตลอดชีวิตประมาณ 32 ปี ผมทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยของรัฐ (จุฬาฯ) มาโดยตลอด อยู่ในแวดวงวิชาการที่เป็นของภาครัฐ ตอนนี้มาอยู่ในภาคเอกชน คงทำให้มีตัวแปรใหม่ๆ มาบริหารจัดการ"
รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ เปิดใจ
สถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ สถาบันการศึกษาในสังกัด บมจ.ซีพี ออลล์ ภายใต้การบริหารจัดการของ รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีคนใหม่ เตรียมวางแผนผลิตบัณฑิตมืออาชีพระดับประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์และโมเดลทางธุรกิจแบบใหม่แห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย
รศ.ดร.สมภพ วาดหวังว่านับจากปี 2553 เป็นต้นไป สถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ จะเน้นมุ่งสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพฝีมือระดับมืออาชีพของประเทศ โดยจะแบ่งยุทธศาสตร์ออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับประเทศ จะมีการเรียนการสอน และการทำวิจัย เพื่อตอบโจทย์ของประเทศในด้านต่างๆ เช่น เพิ่มสมรรถนะและขีดความสามารถด้านการแข่งขันในทางเศรษฐกิจและธุรกิจของประเทศ, การเตรียมตัวมุ่งสู่โลกเศรษฐกิจที่อิงกับภาคบริการที่เรียกว่า Service-based Economy, การรองรับการขยายตัวของภาคเมืองที่จะตามมากับการลงทุนด้านสิ่งสาธารณูปโภคต่างๆ, เพิ่มสมรรถนะของภาคเกษตร เน้นการใช้องค์ความรู้และภูมิปัญญาเป็นปัจจัยในการเพิ่มมูลค่าให้แก่เศรษฐกิจและธุรกิจของประเทศ
ส่วนในระดับสถาบัน คือ สถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์จะมุ่งเป็น Corporate University แห่งแรกของไทย โดยมีภาคธุรกิจให้การสนับสนุนพัฒนาทางการศึกษา เพื่อยกระดับทรัพยากรมนุษย์ และสร้างองค์ความรู้และภูมิปัญญาใหม่ๆ ในการพัฒนาประเทศ พัฒนาแบบอย่างการเรียนการสอนและการทำวิจัยด้วยการเชื่อมโยงความรู้ทางด้านวิชาการที่เป็นทฤษฎีเข้าสู่ภาคปฏิบัติที่เป็นจริง (Work-based Learning) และศึกษาโดยการใช้ Case Study จริงของธุรกิจต่างๆ (Project-based Learning) นอกจากนี้ยังเน้นการใช้โมเดลใหม่ที่เรียกว่า “DJT (Deutsche Japan Thailand) Business Model” ให้ความสำคัญต่อพลวัตความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและธุรกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของภูมิภาคเอเชียที่จะเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลกในศตวรรษที่ 21
โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคเอเชียที่จะเติบใหญ่มาเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจโลกในศตวรรษที่ 21 คือใน 2 ศตวรรษที่ผ่านมา คือศตวรรษที่ 19-20 โลกถูกนำพาโดยประเทศตะวันตก เริ่มต้นจากอังกฤษในศตวรรษที่ 19 และส่งไม้ต่อให้แก่อเมริกาในศตวรรษที่ 20 แต่ว่าศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่แล้ว Exchange ขึ้นมา หัวรถจักรสำคัญ 3 ขบวนก็คือ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และไทยเราจะเชื่อมโยง อินทริเกต กับประเทศเหล่านี้ได้อย่างไร
เมืองไทยเราแต่ไหนแต่ไรมาเป็นจับกังอีโคโนมี เศรษฐกิจจับกัง หมายความว่าเศรษฐกิจที่ขายแรงงานเป็นหลัก ตอนนี้ประเทศที่มีค่าจับกังที่ถูกกว่าเรา วิ่งตามมาเป็นพรวนมีเวียดนาม อินเดีย อินโดนีเซีย ที่พร้อมเข้ามาแชร์ตลาดในแง่ของการผลิตไม่ว่าจะเป็นเกษตรหรือว่าอุตสาหกรรม เราจะทำอย่างไรดี ฉะนั้นเราจะทำอย่างไรเพื่อยกขีดความสามารถของประเทศขึ้นมาในกิจการต่างๆ ที่เรามีอยู่แล้ว
"เราต้องการทำให้ประเทศไทยเป็น Knowledge-based และ Wisdom-based economy คือเป็นธุรกิจที่ไม่ได้ขายแรงงานเน้นหนักเหมือนช่วงที่ผ่านมา เป็นธุรกิจที่อิงกับองค์ความรู้ใหม่ๆ อิงกับภูมิปัญญาใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น คือหากินกับสมอง แทนที่จะหากินกับแรงงานอย่างเดียว ฉะนั้นแล้วเราจะใช้องค์ความรู้ หรือ Knowledge และ Wisdom นี่ เป็นตัวแปรสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ หรือมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ ใส่สมองเพิ่มไปให้มากขึ้น
และการที่เราเป็น Corporate University คือเชื่อมโยงระหว่าง Corporation หรือบริษัท หรือธุรกิจเข้ากับมหาวิทยาลัย หรือการศึกษา ซึ่งน่าจะเป็นแห่งเดียวที่มีอยู่ในขณะนี้ในประเทศไทย และผมก็ทราบมาว่าอีกหลายเครือธุรกิจยักษ์ใหญ่ พยายามจะทำอยู่ในขณะนี้ แต่ของเราได้ทำล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ขณะนี้เราขึ้นเป็นปีที่ 4 ของสถาบันการศึกษาแล้ว"
รศ.ดร.สมภพ ให้คำมั่นว่า เริ่มทำตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ที่หนักมือขึ้น คิดว่าไม่น่าเกิน 5 ปีจะเห็นผลอย่างเต็มที่ เพราะขณะนี้เราเพิ่งเปิดมาได้ขึ้นปีที่ 4 เรายังไม่ได้ผลิตบัณฑิตเลย บัณฑิตในปริญญาตรีจะเริ่มสำเร็จการศึกษาเป็นรุ่นแรกในปีหน้านี้ ฉะนั้นแล้วถ้าเราเริ่มมีปริญญาตรีที่ออกมาแล้วที่เป็นบัณฑิตแล้ว แนวโน้มของการผลักดันในปณิธานว่าด้วยแนวโน้มของสถาบันของเราจะเริ่มชัดเจนขึ้น ไม่น่าเกิน 4-5 ปีน่าจะเริ่มออกดอกออกผลในมาตรการที่เราวางไว้ ซึ่งบัณฑิตของเราภาพลักษณ์ก็คือ คิดเป็นทำเป็น คิดได้ทำได้ เก่งกล้าดี เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ แค่เก่งกล้าอย่างเดียวไม่พอต้องดีด้วย
ตั้งเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้า "สถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ "จะเพิ่ม 7 วิชาเอก มี 1.ค้าปลีก 2.Food Management คือการบริหารห่วงโซ่อุปทานอาหาร 3.Logistic 4.Software Computer 5.ภาษาจีนธุรกิจ แล้วเพิ่ม 2 สาขา วิชา ที่ Approve โดยผ่านสภาสถาบันของเราไปแล้ว คือ สาขาวิศวะคอมพิวเตอร์ และสาขาวิศวะอุตสาหการ จากเดิมที่เปิดอยู่แล้ว 3 คณะ 5 วิชาเอกในระดับปริญญาตรี มี 1.บริหารธุรกิจ 2.คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3.คณะศิลปศาสตร์ สาขาภาษาจีนธุรกิจ
สถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ เป็นสถาบันการศึกษาที่ได้มาตรฐานจากกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้การสนับสนุนจากบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ที่มุ่งเน้นการเรียนด้วยระบบการศึกษาแบบใหม่ คือการเรียนทฤษฎีควบคู่การเรียนภาคปฏิบัติ หรือ “Work-based learning” สนใจเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.cpallnews.com



