ไลฟ์สไตล์

"สิมิลัน"สรวงสวรรค์แห่งอันดามัน

"สิมิลัน"สรวงสวรรค์แห่งอันดามัน

08 ส.ค. 2553

ช่วงที่อากาศทั่วเมืองไทยยังคงร้อนระอุ ผมเก็บเสื้อผ้าใส่เป้ใบเล็กเพื่อเดินทางลงใต้สู่เขาหลักที่วันนี้บรรยากาศเริ่มฟื้นคืนชีวิตชีวา หลังจากที่ต้องบอบช้ำกับเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิเมื่อหลายปีก่อน จุดหมายหลักของการเดินทางครั้งนี้ คือ การดำน้ำชมความสวยงามของโ

สิมิลัน เป็นภาษายาวี แปลว่า เก้า เป็นชื่อเรียกหมู่เกาะขนาดเล็กเก้าเกาะที่เรียงตัวยาวจากเหนือจรดใต้กลางทะเลอันดามัน ห่างจากฝั่งประมาณ 70 กิโลเมตร เป็นหมู่เกาะที่ได้รับการยกย่องในความสวยงามของหาดทรายขาวเนียน และแนวปะการังทั้งน้ำลึกที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก 

มาถึงเขาหลักด้วยความรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่ต้องเจอในอีกสามวันข้างหน้า เพราะผมเองถือว่าเป็นมือสมัครเล่นมากๆ ที่ผ่านมานอกจากสอบดำน้ำที่เกาะล้าน เมืองพัทยา ก็มีวนเวียนอยู่แค่แถวๆ พัทยาเท่านั้น คราวนี้เรียกว่าเป็นการออกสนามจริงสักที

ค่ำคืนวันเดียวกัน ณ ท่าเรือทับละมุ จ.พังงา เรือท่องเที่ยวขนาดย่อมพาพวกเราทั้ง 4 และนักท่องเที่ยวต่างชาติ บ่ายหน้าสู่ท้องทะเลพร้อมๆ กับเสียงประทัดที่ถูกจุดขึ้น เพื่อบวงสรวงแม่ย่านางขณะออกเดินทาง

ผู้ร่วมเดินทางของเราเกือบทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติที่หลายคนเลือกเมืองไทยเป็นสถานที่ฮันนีมูน หลายคนรักทะเลไทยจนเลือกที่จะมาทำงานเป็นไกด์พานักท่องเที่ยวดำน้ำ ทุกคนดูตื่นเต้นกับสิ่งที่จะได้พบได้เห็นในวันรุ่งขึ้น

 ท้องฟ้าอันมืดมิด กับเสียงเรือที่ครางหึ่ง ชวนให้อดสงสัยไม่ได้ว่าภายใต้ท้องทะเลอันมืดมิด โลกที่ไม่คุ้นเคยจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

วัฏจักรของการใช้ชีวิตกลางทะเลเริ่มตั้งแต่เช้า นั่งฟังบรรยายถึงสถานที่ที่กำลังจะลงดำน้ำและข้อควรระวัง หลังจากนั้นจึงเตรียมอุปกรณ์ แล้วจึงได้เวลาในการทิ้งตัวลงสู่โลกใต้ทะเลเบื้องล่าง เมื่อขึ้นมาก็เป็นช่วงเวลาพักผ่อนและกินอาหารพร้อมกับเป็นการพักน้ำไปในตัว ก่อนจะกลับมาฟังบรรยายกันอีกครั้ง เป็นอย่างนี้สลับกันไปตลอดสามวัน 

ท้องทะเลสีครามเมื่อแรกทิ้งตัวลงไปแลดูเวิ้งว้าง แต่แล้วกลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวาเมื่อดำดิ่งลงสู่แนวประการังเบื้องล่าง

ทั้งฝูงปลาน้อยใหญ่ ปะการังหลากสีสัน หรือแม้แต่ทากทะเลรูปร่างแปลกตา ต่างประกอบกันขึ้นมาเป็นโลกใต้ทะเลที่สวยงามดั่งมีใครมาแต่งแต้มเอาไว้

พวกเราเคลื่อนตัวลัดเลาะไปตามแนวหินผา เรียงรายไปด้วยกัลปังหาขนาดใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านดักรออาหารที่มากับกระแสน้ำ สิ่งมีชีวิตตัวน้อยหลายหลากชนิดที่ไกด์ผู้นำทางชี้ให้ชม

การลงมาอยู่ในสภาพที่ไม่อำนวยกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทำให้มิอาจเพลิดเพลินกับภาพตรงหน้าจนลืมสิ่งที่ต้องคอยตรวจสอบตลอดเวลา ทั้งปริมาณอากาศภายในถัง และระดับความลึก เพราะต้องเผื่อปริมาณอากาศให้สัมพันธ์กับเวลาที่จะใช้ในการขึ้นสู่ผิวน้ำ

ในบรรดาเกาะทั้งเก้าของหมู่เกาะสิมิลัน "เกาะแปด" ได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และยังเป็นที่ตั้งของหินรูปเรือใบที่เป็นสัญลักษณ์ของสิมิลัน

เพื่อนร่วมเดินทางชาวต่างชาติส่วนใหญ่เลือกที่จะขึ้นฝั่งไปเดินเล่นที่เกาะแปดในยามเย็น แต่ผมขอเลือกที่จะนั่งจิบชาอุ่นๆบนหัวเรือ ชมพระอาทิตย์ที่กำลังยอแสงแดงฉาน ก่อนจะลับขอบน้ำไปอย่างรวดเร็ว

คืนนี้เรามีปาร์ตี้บาบีคิวกันบนดาดฟ้าเรือ เพราะเป็นคืนสุดท้ายที่พรุ่งนี้ต้องแยกไปตามเส้นทางของแต่ละคน หลายคนเลือกที่จะนั่งจับเข่าคุยกันถึงสิ่งที่ได้พบเจอตลอดการเดินทาง

บางคนเลือกที่จะนอนดูดาวฟังเสียงคลื่นกระทบกราบเรือ

ผมยืนมองออกไปยังท้องทะเลเบื้องหน้า พร้อมกับความรู้สึกว่าธรรมชาติใต้ทะเลนั้นเปราะบางยิ่งนัก มีสาเหตุมากมายเหลือเกินที่คอยคุกคามสภาพความเป็นไปของระบบนิเวศเบื้องล่าง ผมคงมิอาจบอกได้ว่าสิมิลันจะยังคงงดงามเช่นนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ รู้เพียงแต่ว่าเราต้องช่วยกันให้ห้วงเวลานั้นอยู่ไกลออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงมีคนกล่าวว่ากิจกรรมดำน้ำเป็นกิจกรรมที่เสพแล้วติด เพราะประสบการณ์และสิ่งที่ได้สัมผัสสามารถสร้างความประทับใจให้คนที่กลับไปแล้วต้องกลับคืนมาอีก

 เรือของเรากลับมาเทียบท่าที่ทับละมุอีกครั้งในช่วงเย็นของวันที่ 3 บอกลาเขาหลักในยามค่ำวันเดียวกันเพื่อกลับสู่โลกของเมืองใหญ่ที่ชีวิตดำเนินไปอย่างรีบเร่ง ทิ้งความทรงจำของโลกใต้ทะเลไว้เพียงเบื้องหลัง

หวังเพียงว่าฤดูกาลหน้าจะได้กับมาพบกันอีก ...

www.oknation.net/blog/hooknoi
เรื่อง :  วรศักดิ์  จรุงรัตนาพงศ์
ภาพ :  ศิริวรรณ  สาธิตะกร