
มาร์คหนุนเด็กอ่านหนังสือจริงมากกว่าจากอีบุ๊ค
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ส.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเยี่ยมชมห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ของโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม ณ ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ชั้น 2 อาคารบริหาร พร้อมมอบของที่ระลึกแก่อาจารย์ที่เคยสอน 3 คน
คือ ผศ. รัชดา สุตรา อดีตรองคณบดีคณะครุศาสตร์และผอ. ร.ร.สาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม รศ.ลัดดา ภู่เกียรติ อดีตรองคณบดีคณะ ครุศาสตร์และผอ.ร.ร. สาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม รศ.สุปราณี จิราณรงค์ รองคณบดีคณะครุศาสตร์และผอ.ร.ร.สาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม โดยมี อธิการบดี คณบดี นายกสภามหาวิทยาลัย นายกสมาคม นักเรียนเก่าสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักเรียน ประมาณ 365 คน มาร่วมให้การต้อนรับ
ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม ได้กล่าวรายงานว่า ห้องสมุดโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ของโรงเรียนที่มีความสำคัญและเป็นการเรียนรู้นอกห้อง เรียนที่สามารถเปิดสู่รอบด้านและพัฒนาศักยภาพของนักเรียนคณาจารย์ รวมทั้งผู้สนใจทั่วไป ทางโรงเรียนจึงได้มีการปรับปรุงห้องสมุดให้เป็นห้องสมุดอิเล็กรอนิกส์ โดยคำนึงถึงกฎของโรงเรียนและคำนึงถึงสังคมในยุคปัจจุบันที่เป็นสังคมแห่ง ข้อมูลข่าวสาร การเรียนการสอนในรูปแบบของ Challenge Based และยังได้สนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านการศึกษา โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมนักเรียนเก่าสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ ปรับปรุงห้องสมุดของโรงเรียนให้มีความงดงามและมีเอกลักษณ์ให้เป็นห้องสมุด ที่มีลักษณะพิเศษ อาทิ การจัดพื้นที่ภายใน การบริหารจัดการ การจัดกิจกรรมการส่งเสริมการอ่าน เป็นต้น
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบโล่และของที่ระลึกแก่คณะทำงาน พร้อมกล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดให้การส่งเสริมการอ่านเป็นวาระแห่งชาติ ตามที่หลายฝ่ายได้เรียกร้องมาเป็นระยะเวลายาวนาน เพราะต้องการเห็นการพัฒนาคุณภาพของคนในประเทศ ซึ่งรัฐบาลได้ส่งเสริมสนับสนุนเรื่องการอ่านมาโดยตลอด แต่ยอมรับว่าสังคมไทยยังไม่ค่อยให้ความสำคัญในเรื่องของการอ่านเท่าที่ควร จากตัวเลขสถิติที่ได้มีการสำรวจพบว่า การรักการอ่านของคนไทยยังน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
ดังนั้น อะไรที่สามารถจะส่งเสริมการอ่านได้จึงต้องช่วยกันทำ ในส่วนของรัฐบาล โดยกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการผลักดันและพยายามที่จะส่งเสริมเรื่องห้องสมุด 3D ซึ่งขณะนี้ได้มีการเสนอมาตรการเพิ่มเติมที่จะจูงใจในเรื่องการอ่าน และช่วยในเรื่องอุตสาหกรรมหนังสือที่มีปัญหาในประเทศ อาทิ เรื่องภาษี เรื่องต้นทุนหรืออุปสรรคอื่น ๆ ซึ่งได้มีการผลักดันในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชื่นชมทุกคนที่มีส่วนร่วมในการปรับปรุงห้องสมุดแห่งนี้ ให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยการพยายามที่จะนำสื่อผสมเข้าไปอยู่กับหนังสือ ซึ่งทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้น และการเรียนการสอนที่อยู่ในห้องสมุดจะช่วยปลูกฝังให้เด็กมีความคุ้นเคยและมี ความรักในเรื่องของบรรยากาศการทำงานในห้องสมุดอีกด้วย โดยเฉพาะเรื่องคอมพิวเตอร์และสื่อผสมจะช่วยให้เด็กหันมาสนใจที่จะเข้ามาใช้ ห้องสมุดมากขึ้น
แต่ทั้งนี้อยากจะให้ทางโรงเรียนได้เน้นคุณค่าของการอ่านหนังสือมากกว่าการใช้สื่อผสม แม้จะใช้เป็นข้อมูลและให้ความรู้ได้ แต่การเรียนรู้จากการอ่าน จะช่วยให้เด็กได้ใช้ทั้งความคิด จินตนาการ มีสมาธิ และฝึกให้คนได้สามารถเรียบเรียงความคิดของตัวเองได้ ซึ่งแตกต่างจากการอ่านหรือเรียนรู้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่เนื้อหาเน้นการ เขียนข้อความสั้นๆ ง่าย ๆ ใช้เวลาอ่านที่รวดเร็วทำให้ผู้อ่านไม่สามารถสรุปเนื้อหาที่ชัดเจนได้ ซึ่งบางครั้งนำไปสู่ความขัดแย้งที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน จึงขอให้ทางโรงเรียนเน้นให้นักเรียนอ่านหนังสือที่เป็นหนังสือจริง ๆ ควบคู่กับการใช้ห้องสมุดให้มากขึ้นด้วย
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบหนังสือให้แก่ตัวแทนนักเรียนและเจ้าหน้าที่ห้องสมุดไว้ เป็นสมบัติของโรงเรียน และเปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนรวมทั้งอาจารย์ได้ซักถามในเรื่องต่าง ๆ อาทิ ทำอย่างไรผมถึงจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีตอบว่า อย่างแรกคือ ต้องศึกษางานด้านการเมือง เพราะการเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน และต้องเรียนรู้จากการอ่านหนังสือและประสบการณ์ต่างๆ อีกมากมาย คำถาม นายกรัฐมนตรีชอบวิชาอะไรมากที่สุด นายกรัฐมนตรี ชอบวิชาคณิตศาสตร์ เป็นต้น



