ไลฟ์สไตล์

ประชาชนร่วมหนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหาย

ประชาชนร่วมหนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหาย

06 ส.ค. 2553

ประชาชนร่วมประสนับสนุนกฎหมายคุ้มครองผู้เสียหาย เชื่อทุกฝ่ายได้ประโยชน์ พร้อมเรียกร้องผู้มีอำนาจเร่งนำกฎหมายเข้าสภา แพทยสภา ยันไม่ร่วมเจรจาตั้ง คกก.เสริมสร้างสมาฉันท์ฯ 7 ส.ค. นี้ ชี้ช่องประนีประนอม ให้ สธ.ตั้ง กก. 20 คนตามข้อตกลงเดิม ขณะที่ “ แพทยสมาคม ”

 (6ส.ค.) ที่โรงแรม อมารี ดอนเมือง เครือข่ายศูนย์ประสานหลักประกันสุขภาพประชาชน ประกอบด้วย ศูนย์ ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน โซนบูรพา ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน โซนศรีนครินทร์ ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน โซนรัตนโกสินทร์ ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน โซน เจ้าพระยา ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน โซนธนบุรีเหนือ ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน โซนธนบุรีใต้ ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน เขตบึงกุ่ม ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน เครือข่ายแรงงานนอกระบบ ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน เครือข่ายชุมชนแออัด ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน กลุ่มพัฒนาชุมชนใต้สะพาน

 แถลงจุดยืนสนับสนุน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข เพราะได้ร่วมกันใช้สิทธิ ของประชาชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เข้าชื่อ 10,000 ชื่อ เสนอกฎหมายหมายไปตั้งแต่ปี 2552 พร้อม ยื่นขอเรียกร้องให้รัฐบาล เดินหน้าเอากฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ในสมัยการประชุมนี้ และผ่านออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้โดยเร็ว เพราะหากทำเรื่องนี้ได้ ก็จะลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เป็นการปฏิรูประบบบริการสาธารณสุข ที่จะนำไปสู่การปฏิรูปประเทศไทย

 นางประจวบ ทิทอง ตัวแทนศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน เขต บึงกุ่ม กล่าวว่า ตนคิดไม่ถึงว่าหมอจะออกมาทำแบบนี้ ทั้งๆ ที่เคารพและศรัทธาหมอ คนแก่ยังยกมือไหว้หมอเลย และยิ่งหมอ -พยาบาลทำงานมาก ก็ยิ่งมีโอกาสพลาดมาก แน่นอนว่า ไม่มีใครอยากเจ็บป่วย เมื่อไปรักษาก็อยากหาย ไม่มีใครอยากเสียหาย แต่เมื่อมันเกิดขึ้น

 “เรา ต้องทนทุกข์ หมอเองก็เป็นทุกข์ ทุกข์กันทุกฝ่าย เพราะเรารู้ หมอไม่ได้ตั้งใจ แต่เราก็อยากให้มีการช่วยเหลือเยียวยา โดยที่หมอไม่ต้องเดือดร้อน แต่ที่ผ่านมา หมอต้องรับผิดชอบเอง หรือไม่ผู้เสียหายก็ไปฟ้องศาล สู้แล้วไม่รู้ชนะหรือเปล่า ถ้าเราชนะ หมอก็แพ้ หมอก็ทุกข์ แต่เราก็ยังต้องพึ่งหมอ จึงคิดว่าน่าจะมีทางที่จะทำให้ชนะทั้งสองฝ่าย เมื่อมีร่างกฎหมายฉบับนี้ จึงช่วยกันหารายชื่อ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าจะได้ครบ 10,000 ชื่อ เลือดตาแทบกระเด็น” นางประจวบกล่าว

 ด้าน นางศสิธร กาญจนทัต ตัวแทนศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน และประธานเครือข่ายเศรษฐกิจชุมชนโซนบูรพา ให้ความเห็นว่า จริงๆ แล้ว ตอนนี้มีช่องทางการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเสียหาย ในกฎหมายหลักประกันสุขภาพ มาตรา 41 แต่ก็ได้เฉพาะคนที่ใช้สิทธิบัตรทองเท่านั้น คนประกันสังคม และข้าราชการไม่ได้ และเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้นเท่านั้น ไม่เพียงพอที่จะทำให้อยู่ได้ตามปกติ ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงมาอุดช่องว่างของปัญหาได้ ด้วยหลักการที่ว่า ผู้เสียหายได้รับการชดเชยอย่างเหมาะสม ทำให้ไม่ต้องฟ้องหมอ และนำข้อผิดพลาดมาปรับปรุงบริการและพัฒนาระบบต่อไปได้

 ในขณะที่ นายณัชพล เกิดเกษม ตัวแทนศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน โซนศรีนครินทร์ และประธานสภาองค์กรชุมชน กรุงเทพฯ กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมหมอต้องคัดค้าน ทำไมรัฐบาลยังลังเล ทั้งๆที่ยอมรับกันทุกฝ่าย ว่าหลักการกฎหมายฉบับนี้ดี ดังนั้น บางเรื่องที่ไม่เห็นด้วย บางประเด็นยังข้องใจ ก็ควรจะเอาไปคุยกันในสภา และอยากฝากไปถึง สส. ทุกคน และรัฐบาล ขอให้ทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย ขอให้แสดงความกล้าหาญ แสดงความจริงใจ ด้วยการช่วยกันเอากฎหมายนี้เข้าสภา

แพทยสภายันไม่ร่วมเจรจาตั้งกก.เสริมสร้างสมาฉันท์ฯ7ส.ค.
 
 นพ.โชติศักดิ์ เจนพาณิชย์ ผู้ช่วยเลขานุการแพทยสภา กล่าวถึงกรณีที่มีการยกเลิกการประชุมคณะกรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์ในระบบบริการสาธารณสุขในวันพรุ่งนี้ ( 7 ส.ค.) แต่เปิดเป็นเวทีเพื่อร่วมตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวแทน ว่า ทางแพทยสภายังคงจุดยืนเดิมคือไม่เข้าร่วมประชุม เพราะจะมั่นใจได้อย่างไร เนื่องจากการเจราจาเมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุมเห็นชอบในการตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย จำนวน 20 คน แต่พอแต่งตั้งกลับมีเพิ่มเติมอีก 4 คน เหมือนเป็นเจตนาปิดประตูตีแมว แถมในจำนวนนี้ยังเป็นผู้ที่ทางสมาพันธ์แพทย์ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปคัดค้าน อีกทั้งในวันดังกล่าวซึ่งมีมติให้ทุกฝ่ายหยุดเคลื่อนไหว แต่ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการ สช. และ นพ.วิชัย โชควิวัฒน์ กรรมการปฏิรูปประเทศไทย กลับมาเคลื่อนไหวเปิดเวทีโจมตีสมาพันธ์แพทย์ฯ และแพทย์ที่คัดค้านอีก

 “ มีทางเดียวที่พอจะคุยกันได้ คือกระทรวงสาธารณสุขจะต้องทำตามข้อตกลงในวันที่ 2 ส.ค. ให้มีสัดส่วนโครงสร้างคณะกรรมการฯ อยู่ที่ 20 คนเหมือนเดิม และเป็นเวทีหารือระหว่างผู้คัดค้านและสนับสนุนร่างกฎหมาย โดยในส่วนผู้คัดค้านให้เป็นตัวแทนสมาพันธ์แพทย์ฯ ไม่ต้องมีตัวแทนสภาวิชาชีพก็ได้ เพียงแต่กระทรวงสาธารณสุขต้องตรงไปตรงมา ” นพ.โชติศักดิ์ กล่าว และว่า ส่วนที่ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า จะให้ นพ.อำพล และนพ.พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข ผอ.สวรส. เป็นเพียงแค่ผู้เข้าร่วมประชุมเท่านั้น หากเป็นเช่นนั้นก็ควรเปิดให้สื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ประชุม ไม่ใช่ปิดกั้นเหมือนที่ผ่านมา

 ขณะที่ พล.ต.ท.นพ.จงเจต อาวเจนพงษ์ นายกแพทยสมาคม กล่าวว่า เท่าที่ทราบทางปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ยกเลิกการประชุมคณะกรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์ฯ แล้ว ซึ่งก็ถูกต้องเพราะการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ไม่ได้เป็นไปตามมติที่ประชุม 3 ฝ่ายก่อนหน้านี้ โดยเปลี่ยนเป็นการประชุมเจราจานอกรอบเพื่อหาข้อสรุปตัวคณะกรรมการฯ ซึ่งขณะนี้ล่าสุดยังไม่ได้รับการประสานจากกระทรวงสาธารณสุข

 “ หากเป็นเพียงแค่หารือในส่วนการตั้งคณะกรรมาการฯ ก็คงเข้าร่วม เพราะไม่ใช่การประชุมคณะกรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์ที่ทางแพทยสมาคมได้ทำหนังสือไปยังกระทรวงสาธารณสุขแล้วเมื่อเช้านี้ เพื่อแสดงจุดยืนไม่ร่วม ” นายแพทยสมาคม กล่าว