
จุรินทร์พร้อมทบทวนกก.ถกร่างกม.คุ้มครองผู้เสียหาย
จุรินทร์ พร้อมทบทวน คกก.ถก ร่าง กม.คุ้มครองผู้เสียหาย หลังแพทยสภา-สมาพันธ์แพทย์ฯ โวยสัดส่วนและรายชื่อ คกก.ไม่เหมาะสม ขณะที่ ปลัด สธ. ชี้ตั้ง กก.เพิ่ม 4 คน เพราะหวังดี แจงดึง เลขา สช. - ผอ.สวรส. เข้าร่วมในฐานะผู้ร่างฯ ให้ข้อมูลแต่ไม่มีส่วนแสดง
ที่รร.รอยัล ภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 ส.ค. เวลา 11.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่มีผู้ไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย เพื่อแก้ไขความขัดแย้งต่อร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจาการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. ...ว่า เมื่อยังมีความเห็นว่าควรจะมีผู้แทนของกลุ่มอื่นจากที่ตนได้ลงนามแต่งตั้งเข้ามาร่วมอีก ก็เป็นเรื่องที่น่าจะดี เพราะว่าทุกฝ่ายจะได้สบายใจ ตนจึงมอบให้ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กลับไปหารืออีกครั้งว่าควรจะมีกลุ่มไหน ใครบ้าง ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นด้วยมาเป็นคณะทำงาน จึงตั้งวงเจรจารายละเอียด เพราะถ้าตั้งไปแล้วไม่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายแทนที่แก้ปัญหาจะเป็นการเพิ่มปัญหา
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาถ้าต้องมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไขคณะกรรมการเสริมสร้างความสมาฉันท์ระบบบริการสาธารณสุขที่แต่งตั้งไปแล้ว เพราะเป้าหมายชัดเจนคือเราต้องการอำนวยความสะดวกให้มีการพูดคุย และขอให้ฝ่ายของกระทรวงสาธารณสุขที่ไปเป็นคณะกรรมการทำหน้าที่อำนวยการเท่านั้น ส่วนความเป็นไปได้ในการถอนตัวกรรมการบางคนที่แต่งตั้งไปแล้วนั้น เท่าที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขรายงาน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครขอถอนตัว ส่วนการประชุมของคณะทำงานครั้งแรก ที่เดิมกำหนดไว้ในวันที่ 7 ส.ค.นั้น ก็ขอให้ทางปลัดกระทรวงสาธารณสุขไปหารือกับทุกฝ่ายก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องมีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนไม่ขอพูดเรื่องคณะกรรมการว่าต้องเป็นระดับไหน แต่เมื่อมีผู้ที่มีส่วนร่วมทุกฝ่ายมาแสดงความเห็นร่วมหารือกันได้แล้ว ก็น่าจะยุติได้ และไม่ขอแสดงความเห็นกรณีที่มีกระแสข่าวว่า การเคลื่อนไหวคัดค้านกรรมการบางคนในชุดนี้เพราะต้องการล้มทั้งคณะกรรมการเพราะส่วนตัวอยากเห็นการพูดคุยกันได้ ซึ่งตนยินดีหากมีอะไรให้ช่วยดำเนินการ แต่คงต้องขอความร่วมมือจากทั้งสองฝ่ายด้วย
ด้านนพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เรื่องสัดส่วนของคณะทำงานที่มีการแสดงความเห็นออกมานั้น อาจเข้าใจไม่ตรงกัน เพราะการหารือเมื่อวันจันทร์ 2 ส.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุขไม่มีเวลา แต่เพื่อความหวังดีจึงได้ตั้งคณะทำงานอีก 4 คน ซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องจากกรมสนับสนุนบริการสาธารณสุข 2 คน นพ.อำพล จินดาวัฒนะเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เป็นได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับร่างกฎหมายฉบับนี้ตั้งแต่แรก ส่วนอีกคน นพ.พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข ผู้อำนวยการสถาบัยวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) นั้นเป็นผู้ทำวิจัยเกี่ยวกับร่างกฎหมายฉบับนี้เช่นกัน แต่คนเหล่านี้รวมทั้งตน ไม่ใช่คนที่จะแสดงความคิดเห็น แต่เรามีหน้าที่ให้ข้อมูล เหมือนเป็นฝ่ายเลขานุการ ส่วนการประชุมที่จะมีในวันที่ 7 ส.ค. จะมีการพูดคุยเช่นกับการประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ 2 ส.ค. จะไม่ใช่การประชุมคณะทำงานที่รมว.สาธารณสุขแต่งตั้ง ส่วนความเป็นไปได้ในการถอนคณะทำงานบ้างส่วนที่ไม่เป็นที่ยอมรับของสองฝ่ายนั้น เมื่อตนได้แสดงเจตนาเช่นนี้แล้ว จะให้บุคคลนั้นเป็นเพียงผู้เข้าร่วมประชุมไม่ใช่กรรมการก็ได้ อย่างไรก็ตามอยากให้พูดคุยกันเพราะตอนนี้ประชาชนสับสน
นพ.สุพรรณ ศรีธรรมา ประธานคณะอนุกรรมการสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วยและญาติกับบุคลากรทางการแพทย์ กล่าวว่า ในวันเสาร์ ที่ 7 ส.ค. จะมีการประชุมของทั้งสองฝ่ายที่สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข เวลา 9.30 น. แต่ไม่ใช่การประชุมครั้งแรกของคณะทำงาน และอยู่ระหว่างการประสานภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งโรงเรียนแพทย์ด้วย
พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา ประธานเครือข่ายคุ้มครองบริการสาธารณสุข (คบส.) กล่าวที่จ.ภูเก็ตว่า กรณีที่กลุ่มโรงเรียนแพทย์ รวมทั้งแพทย์นอกกระทรวงอาทิ กทม. หมอทหาร ซึ่งมีจำนวนมากกว่า หมอในกระทรวงสาธารณสุขจะขอเจรจา เรื่องร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. ... เพราะเห็นว่าเป็นวาระแห่งชาติ ที่ทุกภาคส่วนที่จะได้รับผลกระทบต้องได้มีส่วนในร่างกฎหมายฉบับนี้ อย่างไรก็ตาม ทางเครือข่ายคุ้มครองบริการสาธารณสุข จะไม่เข้าร่วมการประชุมของคณะทำงาน 3 ฝ่าย ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลงนามแต่งตั้ง เนื่องจากหมดความชอบธรรม ไม่มีความจริงใจ เนื่องจากคณะทำงานที่แต่งตั้งขึ้น 26 คน มีสัดส่วนของคณะกรรมการจากแพทย์ 8 คน ภาคประชาชนหรือเอ็นจีโอ 8 คนและจากกระทรวงสาธารณสุข 4 คน ไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ เนื่องจากมีตัวแทนจากแพทยสภาเพียงคนเดียว และยังมีการเพิ่มรายชื่อ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) และนพ. พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข ผอ.สวรส. อีกทั้งยังมีการด่วนสรุปว่า คณะทำงานที่แต่งตั้งขึ้นจะสรุปปัญหาภายใน 2 สัปดาห์ ทั้งที่ ข้อตกลงในวันนั้น ระบุว่าเราของสงวนสิทธิให้การชะลอร่างพ.ร.บ.นี้ไม่ก่อน
“ เราจะไม่เข้าร่วมประชุมครั้งแรกของคณะทำงาน 3 ฝ่าย ในวันที่ 7 ส.ค. อย่างแน่นอน แล้วถ้าใครไป ก็อย่ามาแอบอ้างเรา เราจะยอมเข้าร่วมเวทีที่นายกรัฐมนตรีเข้ามาจัดการ รวมทั้งมีทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมแก้ไข และประชาชนตัวจริงไม่ใช่ประชาชนที่จัดตั้งขึ้น ” พญ.เชิดชู กล่าว



