ไลฟ์สไตล์

อย่าปล่อยให้ "นอนกรน"

อย่าปล่อยให้ "นอนกรน"

06 ส.ค. 2553

การนอนกรน ไม่ได้เป็นปัญหาเพราะเสียงดังเท่านั้น แต่เป็นปัญหาของสุขภาพ เพราะการกรน คือภาวะที่การนอนมีเสียงดังขณะหลับ โดยเสียงนั้นเกิดจากการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณด้านหลังหลอดลมส่วนบน ลิ้นไก่ และเพดานอ่อน

 เนื่องจากมีการแคบลงของทางเดินหายใจส่วนบน เกิดจากการหย่อนตัวของกล้ามเนื้อขากรรไกรล่าง ลิ้น และเพดานอ่อน ในขณะหลับทำให้ไปขัดขวางทางลมผ่านของการหายใจ นอกจากนี้ความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้า เนื้องอกในโพรงจมูก ภูมิแพ้ ยานอนหลับ ความอ้วน และการดื่มสุรา ล้วนเป็นสาเหตุโดยอ้อมของเสียงกรน
การกรนแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
 1. การนอนกรนปกติ ที่มีเสียงรบกวน
 2. การนอนกรนที่มีเสียง และมีการหยุดหายใจร่วมด้วย (Sleep Apnea) เป็นอันตรายและมีผลเสียต่อสุขภาพได้ การหยุดหายใจนานอย่างน้อยที่สุด 10 วินาที มากกว่า 5 ครั้งต่อ 1 ชั่วโมง ในขณะที่นอนหลับ เกิดจากมีการปิดกั้นอย่างสมบูรณ์ของทางเดินหายใจชั่วคราว ซึ่งภาวะเช่นนี้จะทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้น้อยลง ทำให้ร่างกายช่วยตัวเองโดยตื่นขึ้นมาจากการหลับลึก เพื่อหายใจเป็นระยะในช่วงที่นอนหลับ
 การนอนกรนชนิดที่มีการหยุดหายใจ เป็นผลร้ายต่อสุขภาพ ได้แก่ มีการหมุนเวียนของเลือดไปเลี้ยงหัวใจผิดปกติ มีความเสี่ยงต่อโรคสมองขาดเลือด มีความเสี่ยงต่อหัวใจล้มเหลว มีความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง มีการเต้นของหัวใจผิดปกติในเวลากลางคืน ปวดศีรษะตอนเช้า ซึมเศร้า ง่วงนอน ขาดสมาธิ ไม่แจ่มใสในเวลากลางวัน มีความเสี่ยงกับอุบัติเหตุขณะขับรถ หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล และรบกวนทำลายสุขภาพเพื่อนร่วมห้องนอน
การรักษา
 มีหลายวิธี ในผู้ป่วยที่เป็นปานกลางถึงรุนแรง การรักษาที่ดีที่สุดในขณะนี้คือ การใส่เครื่องเพิ่มแรงดันในทางเดินหายใจ (CPAP) ในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางกายวิภาค ส่วนทางเดินหายใจ อาจได้ผลดีต่อการผ่าตัด ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการกรนโดยไม่มีการหยุดหายใจ สามารถแก้ได้โดยใส่เครื่องมือในปากเวลานอน เพื่อเปิดทางเดินหายใจไม่ให้เกิดเสียงกรน 
 ควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการกรนหรือง่วงนอนผิดปกติ หรือปวดศีรษะตอนเช้าๆ ความจำ หรือสมาธิลดลง อาการกรนมีผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าเสียงดัง และสามารถรักษาให้หายได้
โรงพยาบาลธนบุรี
โทร.0-2412-0020