
เปิดตัวละครพระมารดา3มหาราชไทยถวายราชินี
รัฐบาลจัดงานพลังแห่งรัก แม่ของแผ่นดิน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 12 สิงหา พร้อมจัดกิจกรรมตามหาคนในภาพกราบพระบาทแม่ของแผ่นดิน 12 คน บอกเล่าความซาบซึ้งที่มีต่อแม่ของแผ่นดิน ขณะที่ วธ.เปิดตัวละครอิงประวัติศ
ในโอกาสวันแม่ 12 สิงหาคมที่จะถึงนี้ รัฐบาลโดยคณะกรรมการอำนวยการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 78 พรรษา 12 สิงหาคม 2553 จะจัดกิจกรรมภายใต้ชื่องาน “พลังแห่งรัก…แม่ของแผ่นดิน” ระหว่างวันที่ 12-15 สิงหาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. บริเวณสวนอัมพรและลานพระราชวังดุสิต ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ และการแสดงอย่างยิ่งใหญ่อลังการเพื่อร่วมแสดงถึงพลังแห่งรัก
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานเจ้าภาพในการจัดงาน กล่าวว่า งานดังกล่าวจัดขึ้นด้วยแนวคิดที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก่อเกื้อพระราชกรณียกิจอเนกอนันต์ด้วยพลังแห่งรัก ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในความเป็นแม่ที่เอื้ออาทรความอบอุ่นให้แก่ลูกๆ ทั้งแผ่นดิน ทั้งยังทรงมีต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอันล้ำค่าของไทย ในการอนุรักษ์ส่งเสริมมรดกล้ำค่าแห่งความเป็นไทย และยังทรงงานหนักด้วยทรงมีพระราชประสงค์สร้างสรรค์ความสุขแก่ลูกในทุกภูมิของประเทศและในทุกวันเวลา
นายศุภักษร จงศิริ ผู้บริหารบริษัทที่รับจัดงานให้รายละเอียดในการจัดงานครั้งนี้ว่า งาน “พลังแห่งรัก…แม่ของแผ่นดิน” ประกอบด้วย 12 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1. “พลังแห่งรัก…คู่พระบารมี” จัดแสดงนิทรรศการประกอบมัลติมีเดียคู่พระบารมี พร้อมจุดลงนามถวายพระพร 2. “พลังแห่งรัก…พระเมตตา” จัดแสดงนิทรรศการที่แสดงถึงความเป็นแม่ที่ยิ่งใหญ่ ที่ให้ความรักแก่ลูก 3. “พลังแห่งรัก…ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” จัดแสดงนิทรรศการในโครงการป่ารักน้ำ ปะการังเทียม การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4. “พลังแห่งรัก…ความเป็นไทย” จัดแสดงนิทรรศการและการสาธิตศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 5. “พลังแห่งรัก…พื้นที่รักแม่” จัดทำแผนที่การจัดแสดงงานแจกผู้มาร่วมงานให้พาแม่ไปเที่ยวตามจุดต่างๆ พร้อมรับสติกเกอร์ดอกมะลิติดลงบนที่เพื่อรับเหรียญที่ระลึก และมีการจัดพิมพ์โปสการ์ดบอกรักแม่ 12 แบบพิเศษ ให้จัดส่งถึงแม่ฟรี 6. "พลังแห่งรัก…แม่ลูกผูกพัน” จุดถ่ายภาพแม่ลูก และการประกวดภาพถ่าย “พลังแห่งรัก” ผ่านทางโซเชียลมีเดีย
7. “พลังแห่งรัก…โครงการพาแม่เที่ยว” การออกบูธจำหน่ายแพ็กเกจท่องเที่ยวราคาพิเศษ 8. “พลังแห่งรัก…ศาลาทรงงาน” จัดสร้างศาลาทรงงาน 4 ภูมิภาค ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงงานและส่งเสริมโครงการศูนย์ศิลปาชีพ 9.”พลังแห่งรัก…พลังเฉลิมพระเกียรติ” การจัดพื้นที่เพื่อให้แต่ละกระทรวงจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ โดยเน้นให้นำโครงการหลักมานำเสนอ พร้อมการสาธิตและการแสดงต่างๆ 10.เวทีกลางเฉลิมพระเกียรติ 11.เวทีกลางน้ำ เมจิก วิชั่น มัลติมีเดีย “พลังแห่งรัก…แม่ของแผ่นดิน” การจัดสร้างเวทีกลางสระน้ำภายในสวนอัมพร โดยนำระบบม่านน้ำ ระบบน้ำพุดนตรี ระบบฉายภาพพิเศษบนม่านน้ำ ระบบเลเซอร์ มัลติคัลเลอร์ ระบบเทคนิคพิเศษ ระบบเอฟเฟกท์พิเศษ พลุดอกไม้ไฟ ไพโรเทคนิค มาผสมผสานเป็นหนึ่งเดียวสร้างความแปลกใหม่ ยิ่งใหญ่ตระการตา 12.อุทยานราชินี เป็นการจัดแสดงภาพถ่ายพร้อมตกแต่งประดับประดาด้วยดอกไม้นานาพันธุ์
นอกจากนี้กระทรวงการคลังร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย จัดกิจกรรม “ตามหาบุคคลในภาพ กราบพระบาทแม่ของแผ่นดิน โดยจะเผยแพร่ภาพแห่งความทรงจำจำนวน 12 ภาพ เพื่อตามหาบุคคลที่เคยมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขณะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจกว่า 40 ปี จากทั่วประเทศมาร่วมบอกเล่าความซาบซึ้งใจในพระมหากรุณาธิคุณ ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้
วันเดียวกัน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า วธ.จะจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ณ บริเวณโรงละครแห่งชาติ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ซึ่งจะเป็นการนำเสนอพระราชกรณียกิจและพระอัจฉริยภาพที่ทรงอุปถัมภ์ศาสนา ภูมิปัญญาไทย ศิลปาชีพ และการเผยแพร่เรื่องราวศิลปวัฒนธรรมไทย
นอกจากนี้ วธ.ยังได้จัดทำละครอิงประวัติศาสตร์ เรื่อง พระมารดา 3 มหาราชไทย เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายและฉายให้ประชาชนได้ชม พร้อมทั้งได้จัดเตรียมพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อให้ปวงชนชาวไทยได้ลงนามถวายพระพร และการให้บริการดาวน์โหลดบัตรอวยพรวันแม่ ที่ประกอบด้วยภาพและคำประพันธ์ ที่แสดงรักและความผูกพันของแม่ที่มีต่อลูก ทางเว็บไซต์ www.m-culture.go.th ด้วย
ดร.วิทูร กรุณา ที่ปรึกษา รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า การจัดสร้างละครอิงประวัติศาสตร์ เรื่อง “พระมารดา 3 มหาราชไทย” และหนังสือเรื่องของชาติไทย ในครั้งนี้ วธ.จะนำขึ้นเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมจะนำมาออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ภายหลังสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพระราชทานพระบรมราโชวาทต่อพสกนิกรชาวไทยในวันที่ 11 สิงหาคม รวมทั้งจัดทำเป็นวีซีดีจำนวน 1 ล้านแผ่น แจกไปตามสถานศึกษาและประชาชนที่สนใจด้วย
"การที่ วธ.ได้จัดทำละครอิงพระวัติศาสตร์ขึ้นมานั้น เพื่อสนองแนวพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่อยากให้คนไทยหันมาสนใจประวัติศาสตร์ของชาติมากขึ้น รวมทั้งเป็นการสะท้อนให้เห็นความสำคัญของความเป็นแม่ทุกระดับไม่ว่าจะเป็นมารดา พระมารดา หรือแม่ของแผ่นดิน ของไทยที่เหล่าบรรดาลูกๆ ควรระลึกถึงและมีความสำคัญให้ชาติบ้านเมืองนี้อยู่มาได้อย่างมั่นคง" ดร.วิทูรกล่าว
นายวรยุทธ พิชัยศรทัตน์ ผู้ดำเนินงานสร้างและเขียนบทละครอิงประวัติศาสตร์ ”พระมารดา 3 มหาราชไทย” กล่าวว่า เรื่องราวของละครเรื่องนี้อ้างอิงจากที่บันทึกไว้ในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ โดยบทละครได้ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องก่อนการผลิตเป็นละครจากกองโบราณคดีและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร ซึ่งเนื้อหาตลอด 30 นาที จะเทิดทูนพระมารดาของมหาราชแต่ละพระองค์ ที่ทรงมีบทบาทสำคัญในแต่ละช่วงเวลาตามประวัติศาสตร์ ประกอบด้วย พระนางเสือง พระมารดาของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระวิสุทธิกษัตริย์ พระมารดาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระสุพรรณกัลยา สมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ พระราชมารดาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
“พระนางเสือง พระมารดาของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช วีรสตรีผู้อยู่เบื้องหลังการก่อตั้งอาณาจักรสุโขทัย ทรงโดดเด่นด้านนโยบายทางการเมือง รับบทโดย ปภัสรา เตชะไพบูลย์ พระวิสุทธิกษัตริย์ กษัตริยาผู้ต้องสูญเสียทั้งพระนเรศวรและพระสุพรรณกัลยา เพื่อรักษาประเทศชาติเอาไว้ รับบทโดย สรวงสุดา ลาวัลย์ประเสริฐ และสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ พระราชมารดารัชกาลที่ 5 แม้จะสิ้นพระชนม์เมื่อพระชนมายุได้ 28 พรรษา แต่ทรงเป็นแม่ของแผ่นดินที่สอนลูกให้มีความเมตตา และเป็นคนดีทำประโยชน์ต่อส่วนร่วม และต่อมาลูกของพระองค์ รัชกาลที่ 5 ทรงประกาศเลิกทาส รับบทโดย ชาลิสา บุญครองทรัพย์ แก่นสำคัญของละครอิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้ ก็คือการนำเสนอประวัติศาสตร์เพื่อสะท้อนให้คนไทยรับรู้ว่าเราเป็นหนี้บุญคุณแม่” นายวรยุทธกล่าว
ขณะเดียวกัน นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการสำรวจพฤติกรรมของประชาชนเกี่ยวกับวันแม่ จากกลุ่มตัวอย่าง 1,055 ตัวอย่างทั่วประเทศ ว่า ในช่วงวันแม่ปีนี้คาดว่าจะมีเงินใช้จ่ายรวมทั้งการทำกิจกรรมและการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว 4 วันประมาณ 14,259 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 56% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 88.7 เลือกทำกิจกรรมภายในบ้าน ไม่เดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด แสดงว่าประชาชนยังไม่มั่นใจต่อเศรษฐกิจมากนัก ส่งผลให้งบประมาณในการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนประมาณ 3,158 บาท รวมเป็นเงิน 9,509 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
สำหรับกิจกรรมที่ประชาชนวางแผนจะทำในวันแม่นั้น ส่วนใหญ่ร้อยละ 28.6 จะพาแม่ไปทำบุญ รองลงมา คือทำอาหารทานที่บ้าน ร้อยละ 12.7 ซึ่งการใช้จ่ายในการซื้อของขวัญให้แม่ ร้อยละ 25.5 ให้ทองและเงินสดกับแม่ รองลงมา คือให้พวงมาลัย/ดอกไม้ ร้อยละ 23.1 ส่วนสิ่งที่แม่ต้องการให้ลูกทำให้เป็นอันดับแรก คือการให้เชื่อฟังและเป็นคนดี รองลงมา คือการให้ลูกรัก ฟังเหตุผล ต้องการให้ลูกกอด และต้องการให้ลูกเลิกเหล้า บุหรี่ และการพนัน



