
กล้วยไม้กับความรัก (5)
จากจุดเริ่มต้นที่เขาได้จุดประกายทำให้ฉันเกิดพลังในการถ่ายทอดข้อมูลความรู้จากการปฏิบัติของฉันซึ่งตัวเองได้ทำมาตั้งแต่ชีวิตยังมีอายุไม่มากนัก เพื่อนำมาวิเคราะห์ค้นหาความจริงจากส่วนลึกของจิตใจตนเองจากแต่ละช่วงของการดำเนินชีวิตเท่าที่ผ่านพ้นมาแล้วเป็นเวลานานม
ฉันนึกถึงช่วงซึ่งตัวเองยังมีอายุได้เพียง 8-9 ขวบ ขณะนั้นการดำเนินชีวิต ทำให้ฉันพบกล้วยไม้พื้นบ้านประมาณ 5-6 กระเช้า ถูกแขวนตากแดดตากฝนทิ้งไว้ท่ามกลางสภาพแวดล้อมของบรรยากาศเมืองร้อน โดยที่ขณะนั้นตัวเองก็ยังไม่รู้ว่ามันคือกล้วยไม้ชนิดอะไรและมีแหล่งกำเนิดเกิดมาจากไหน
จากจุดเริ่มต้นที่ตรงนั้นซึ่งฉันเป็นคนสนใจเรียนรู้ผลจากการปฏิบัติของตนซึ่งส่งผลกระทบแก่ผู้คนที่ผ่านเข้ามาในวิถีชีวิตประจำวันอย่างหลากหลาย ประกอบกันกับการที่ตัวเองมีความรักความผูกพันอยู่กับคนในระดับพื้นดิน หรืออีกนัยหนึ่งอาจกล่าวว่าคือ “ชีวิตที่ด้อยโอกาส” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมของประเทศที่กำลังพัฒนาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ขณะนั้น ด้วยความที่เป็นคนใฝ่รู้จึงได้มุ่งมั่นเรียนรู้ถึงเรื่องราวของชีวิตคนในระดับพื้นดินอย่างหลากหลาย
ด้วยประเด็นสำคัญตรงนี้หลังจากหวนกลับมาค้นหาความจริงที่อยู่ในใจตนเอง จึงทำให้พบว่า แท้จริงแล้วฉันไม่ได้สนใจกล้วยไม้มากไปกว่าชีวิตคนที่ยากไร้ซึ่งอยู่ในส่วนลึกของหัวใจมาตลอด จึงสรุปได้ว่า การที่ฉันสนใจจับงานกล้วยไม้ แท้จริงแล้วเงื่อนไขที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น คือความรักในเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะคนในระดับล่าง ณ จุดนี้เองที่มันทำให้ตัวฉันนำปฏิบัติกับทุกคนอย่างมีความสุข ยิ่งกว่านั้นในช่วงหลังๆ ฉันมักพูดอยู่เสมอว่า เพื่อนมนุษย์ทุกคนคือครูที่สอนให้ฉันหยั่งรู้ความจริงจากใจตนเอง
สาเหตุที่เป็นประเด็นสำคัญของการเรียนรู้เรื่องนี้ก็เพราะว่า ในช่วงที่ฉันยังเป็นเด็กเล็กๆ คนหนึ่ง มีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งชีวิตอยู่ในสภาพมีเงินและมีความพร้อมมูลด้วยวัตถุที่ให้ความสะดวกสบายแก่ตัวเอง นำกล้วยไม้มาปลูกเล่น
ไม่เพียงเท่านั้น ในมุมตรงกันข้าม คนกลุ่มนี้ยังมีพฤติกรรมที่ดูถูกคนด้อยโอกาสซึ่งใช้ชีวิตอยู่กับพื้นดินรวมทั้งเยาวชนว่าเป็นคนชั้นต่ำจึงไม่สมควรที่จะนำกล้วยไม้มาปลูก
(ต่อฉบับหน้า)
"ระพี สาคริก"



