
เปิดบันทึกการประชุมกรรมการมรดกโลกที่บราซิล
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ว่า จากการที่นางโสมสุดา ลียะวนิช รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะคณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศ ได้เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 34 (the 34 Session of the World Heritage Committee)
ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม -3 สิงหาคม 2553 ณ กรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล ได้รายงานบันทึกการประชุมเสนอต่อนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โดยมีลำดับเหตุการณ์และรายละเอียด ดังนี้
การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 34
วันที่ 27 กรกฎาคม 2553
เวลา 15.00 น. คณะผู้แทนไทย ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงวัฒนธรรม ได้เข้าร่วมหารือกำหนดท่าทีของฝ่ายไทยในการประชุมวาระ 7 บี เรื่อง ”สถานะของ การอนุรักษ์ทรัพย์สินที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลกแล้ว” ลำดับที่ 65 (ซึ่งเดิมอยู่ในลำดับที่ 66) เรื่อง ปราสาทพระวิหาร (กัมพูชา) [Temple of Preah Vihear (Cambodia)] ณ ห้องพักของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายสุวิทย์ คุณกิตติ) โรงแรมรอยัลทิวลิป เมืองบราซิเลีย ประเทศบราซิล ในการนี้ ฝ่ายความมั่นคง (กรมแผนที่ทหาร) ได้แสดงภาพถ่ายบริเวณพื้นที่ปราสาทพระวิหารจากมุมสูง ซึ่งได้บันทึกไว้เมื่อวันที่ 15 กรกฏาคม 2553 ให้แก่คณะผู้แทนไทยเพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดท่าที โดยฝ่ายความมั่นคง ได้ชี้แนวเขตอธิปไตยของไทยตามคำพิพากษาของศาลปกครอง รวมทั้งจุดวางอาวุธหนักของกัมพูชาในพื้นที่ปราสาทพระวิหาร โดยที่ประชุมได้ขอให้คณะผู้แทนไทย นำเสนอภาพดังกล่าวหากจำเป็นหรือหากตกอยู่ในสถานการณ์ที่เพลี่ยงพล้ำ นอกจากนั้น ยังมีการกำหนดท่าทีที่พร้อมจะวอล์คเอาท์ออกจากห้องประชุม และอาจจะประกาศลาออกจากภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ (Convention concerning the Protection of the World Cultural and Natural Heritage) หากจำเป็นต้องดำเนินการ เพื่อกดดันที่ประชุม
วันที่ 28 กรกฏาคม 2553
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2553 ก่อนเริ่มการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ในวาระ 7 บี เรื่องรายงานสถานการณ์อนุรักษ์ปราสาทพระวิหาร เพื่อพิจารณาแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารตามข้อเสนอของประเทศกัมพูชา (หนึ่งในคณะกรรมการมรดกโลก) ซึ่งตามกำหนดการประชุมฯ จะต้องพิจารณาวาระดังกล่าวในช่วงบ่ายของวันที่ 28 กรกฎาคม 2553 นั้น ประเทศบราซิลซึ่งเป็นประธานการประชุม ได้ขอให้ผู้แทนของกัมพูชาเจรจานอกรอบกับผู้แทนของไทย ทำให้การพิจารณาวาระดังกล่าวต้องเลื่อนออกไป
เวลา 17.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายสุวิทย์ คุณกิตติ) ได้เจรจานอกรอบกับ นายสก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยฝ่ายไทยประกอบด้วย 1) นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย 2) นายอัษฎา ชัยนาม อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำนิวยอร์ค ซึ่งเป็นที่ปรึกษาคณะผู้แทนไทย และฝ่ายกัมพูชาประกอบด้วย 1) นายสก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนกัมพูชา 2) ที่ปรึกษากฎหมายชาวต่างประเทศ โดยทั้งสองฝ่าย ได้หารือในประเด็นเกี่ยวกับแผนบริหารการจัดการพื้นที่ปราสาทพระวิหาร โดยมีเอกอัครราชทูตบราซิลประจำองค์การยูเนสโก เป็นผู้ดำเนินการในการเจรจาในช่วงแรก ใช้เวลาประมาณ 25 นาที โดยฝ่ายกัมพูชาแจ้งว่าได้ยอมให้แก้ไข (ลบ) พื้นที่การบริหารจัดการทางตะวันตกของปราสาทพระวิหารให้ไทยมากแล้ว และชี้แจงว่าแผนบริหารจัดการไม่ได้นำเขตแดนด้านทิศตะวันตกของปราสาทพระวิหารมาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่บริหารจัดการ แต่คณะผู้แทนไทยได้โต้แย้งว่าทางทิศตะวันออก (ช่องบันไดหัก) ยังไม่ได้กันพื้นที่ออกไป และยังมีกรณีพิพาทเรื่องเขตแดนอยู่ ดังนั้น ประชาชนไทยคงรับไม่ได้ นอก จากนี้ ยังเจรจาถึงเนื้อหาในเอกสารรายงานสถานะของการอนุรักษ์ประสาทพระวิหารของกัมพูชา ซึ่งทางไทยรับไม่ได้ใน 2 ข้อ รวมทั้งแผนผังแนบท้าย แต่ทางกัมพูชายืนยันว่าไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ เพราะกัมพูชามีโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่ และต้องดำเนินการตามโครงการดังกล่าวต่อไป ในที่สุดการเจรจาก็สิ้นสุดลงโดยไม่สามารถตกลงกันได้
ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก จึงได้เลื่อนการพิจารณาในวาระดังกล่าวออกไปอีก 1 วัน โดยกำหนดจะพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งในวาระแรกของการประชุมในเช้าวันที่ 29 กรกฎาคม 2553 เวลาประมาณ 10.00 น. โดยในชั้นนี้ ทางคณะผู้แทนฝ่ายไทยได้กำหนดท่าทีว่าสถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นต้องถอนตัวจากที่ประชุม หรือลาออกจากคณะกรรมการมรดกโลก แต่จะไม่ยอมรับแผนบริหารจัดการปราสาทพระวิหารและไม่ยอมรับรายงานสถานะของการอนุรักษ์ที่กัมพูชาจะเสนอต่อที่ประชุม และหากที่ประชุมยังยืนยันจะมีการพิจารณาวาระดังกล่าว คณะผู้แทนไทยจะแถลงประณามการทำงานของฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการมรดกโลกที่ฝ่าฝืนและละเว้นระเบียบข้อบังคับการประชุม (Rules of Procedure) กรณีจัดทำเอกสารการประชุมรายงานสถานะของการอนุรักษ์ปราสาทพระวิหารของกัมพูชาล่าช้า ซึ่งในข้อเท็จจริง จะต้องส่งให้กรรมการพิจารณาล่วงหน้าก่อนการประชุมอย่างน้อย 6 สัปดาห์ แต่ฝ่ายเลขานุการกลับเผยแพร่เอกสารดังกล่าวในที่ประชุม เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2553 เวลา 15.00 น. ซึ่งหมายถึงก่อนการประชุมไม่ถึง 24 ชั่วโมง และหากการทักท้วงดังกล่าวยังไม่เป็นผล คณะผู้แทนไทยจะเดินออกจากที่ประชุมทันที
วันที่ 29 กรกฎาคม 2553
เวลา 09.30 น. ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างประธานในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก (Mr. Juca Ferreira รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมบราซิล) เอกอัครราชทูตบราซิลประจำองค์การยูเนสโก (Mr. Joao Carlos Souza Gomes) และคณะผู้แทนไทย ซึ่งประกอบด้วย 1) นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะกรรมการในคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก และหัวหน้าคณะผู้แทนไทย 2) นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3) นางโสมสุดา ลียะวณิช รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม 4) นางศรีวิการ์ เมฆธวัชชัยกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 5) นายอัษฎา ชัยนาม ที่ปรึกษาพิเศษด้านการต่างประเทศ เนื่องจากการหารือทวิภาคีระหว่างหัวหน้าคณะฝ่ายไทย นายสุวิทย์ คุณกิตติ และหัวหน้าคณะฝ่ายกัมพูชา นายสก อาน เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2553 ยังไม่ประสบผลสำเร็จ
การหารือใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงจนฝ่ายไทยได้ข้อตกลงเป็นร่างมติ (Draft Decision) แต่เมื่อฝ่ายบราซิล ได้นำร่างมตินี้ไปหารือกับทางกัมพูชาในลักษณะเดียวกับที่ได้หารือกับไทย เพื่อให้ได้ข้อสรุปเบื้องต้นร่วมกัน ปรากฏว่าทางฝ่ายกัมพูชาไม่สามารถรับข้อเสนอได้ ทำให้วาระการประชุมดังกล่าว ซึ่งเลื่อนการประชุมมาจากเย็นวันที่ 28 กรกฎาคม 2553 มาเป็นเช้าวันที่ 29 กรกฎาคม 2553กรกฎาคม 2553 ที่ทางบราซิลเจ้าภภาพะวิหาร จึงต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ดังนั้น เมื่อการเจรจาไม่สามารถเจรจาผ่านตัวกลางสำเร็จ เจ้าภาพจึงต้องจัดให้มีการหารือกันโดยตรงระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยมีบราซิลในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 34 และในฐานะประเทศเจ้าภาพ เป็นตัวกลางอีกครั้ง การประชุมเริ่มประมาณ 17.30 น. โดยฝ่ายไทยประกอบด้วย 1) นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าคณะ 2) นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3) นายอัษฎา ชัยนาม ที่ปรึกษาพิเศษด้านการต่างประเทศ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ และฝ่ายกัมพูชา ประกอบด้วย 1) นายสก อาน 2) ที่ปรึกษากฎหมายชาวอเมริกันเข้าร่วมด้วย (การประชุมครั้งนี้ทางผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรม ไม่ได้มีส่วนร่วมแสดงข้อคิดเห็นและไม่ได้เข้าร่วมประชุม รวมทั้งไม่มีส่วนในการร่าง Draft Decision) การเจรจาใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ และได้ข้อสรุปในเบื้องต้น
โดยมีสาระสำคัญคือ ให้เลื่อนการพิจารณาเอกสารแผนการบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกปราสาทพระวิหารของประเทศภาคีสมาชิก (กัมพูชา) จากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 34 ณ ประเทศบราซิล ไปในการประชุมฯ ครั้งที่ 35 ในปีพ.ศ. 2554 ณ ประเทศบาห์เรน โดยปัญหาหลักของประเทศไทยคือพื้นที่การบริหารจัดการของปราสาทพระวิหาร (buffer zone) ที่มีบางส่วนที่รุกล้ำเข้ามาในเขตอธิปไตยของไทยในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งฝ่ายไทยก็อ้างสิทธิในพื้นที่นี้ตามชายขอบของสันปันน้ำ (watershed) รวมทั้งเอกสารรายงานสถานะของการอนุรักษ์หมายเลข 34COM 7B.Add.3 จำนวน ๗ หน้า ที่ทางฝ่ายเลขานุการได้แจกในที่ประชุมก่อนการพิจารณาวาระ มีกิจกรรมบางอย่างซึ่งในเนื้อหากล่าวถึง กระทำในเขตอธิปไตยของไทย ซึ่งฝ่ายไทยไม่สามารถยอมรับได้ นอกจากนี้แล้ว แผนการบริหารจัดการในเขตพื้นที่ฉบับเต็ม ซึ่งทางกัมพูชาอ้างว่าได้เผยแพร่ในเว็บไซต์ของศูนย์มรดกโลกแล้ว ก็ยังไม่ปรากฏแต่อย่างใด
การประชุมเริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 29 กรกฎาคม 2553 โดยไม่ได้มีการลงคะแนนเสียง แต่เป็นการประกาศร่างมติ (Compromise Draft Decision) โดยประธานการประชุม (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมของบราซิล) โดยมีรายละเอียดดังนี้
The World Heritage committee,
คณะกรรมการมรดกโลก
1. Having received document WHC-10/34.COM/7B.add.3,ได้รับเอกสารหมายเลข WHC-10/34.COM/7B.add.3,
2. Recalling Decisions 31 COM 8B.24, 32 COM 8B.102, and 33 COM7B.65, adopted at its 31st Session (Christchurch, 2007), 32nd Session (Quebec, 2008), and 33rd Session (Sevilla, 2009) respectively, อ้างถึงมติวาระที่ 31 COM 8B.24, 32 COM 8B.102 และ 33 COM7B.65 ซึ่งรับรองในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 31 (ไครสต์เชิร์ช ปี 2550) ครั้งที่ 32 (ควิเบก ปี 2551) ครั้งที่ 33 (เซบิญา ปี2552)
3. Take notes that the World Heritage Centre has the documents submitted by the State Party,ได้รับแจ้งว่าศูนย์ข้อมูลมรดกโลกมีเอกสารที่รัฐภาคี (กัมพูชา) ได้เสนอไว้
4. Further welcomes the steps taken by the State Party towards the establishment of an international coordinating committee for the sustainable conservation of the Temple of Preah Vihear;แสดงความยินดีกับรัฐภาคีในการที่จะดำเนินการเพื่อนำไปสู่การจัดตั้งคณะกรรมาธิการประสานงานระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ปราสาทพระวิหารอย่างยั่งยืนต่อไป
5. Decides to consider the documents submitted by the State Party at its 35th Session in 2011.มีมติให้พิจารณาเอกสารที่รัฐภาคี (กัมพูชา) ได้เสนอไว้ ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 35 ในปี 2554
(หมายเหตุ: ร่างคำแปลอย่างไม่เป็นทางการ)
หลังจากนั้น ประเทศต่าง ๆ ที่เป็นคณะกรรมการมรดกโลก ได้เดินมาจับมือแสดงความยินดีกับคู่กรณีทั้งสองฝ่าย (ซึ่งส่วนใหญ่จะมาแสดงความยินดีกับฝ่ายไทยมากกว่า) ที่สามารถตกลงกันได้โดยไม่มีการวอล์คเอาท์ทำให้เสียบรรยากาศในที่ประชุม และไทยก็ไม่ต้องลาออกจากคณะกรรมการมรดกโลก รวมทั้งลาออกจากสมาชิกภาพของยูเนสโกตามที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้
วันที่ 30 กรกฎาคม 2553
คณะผู้แทนกัมพูชา ได้เผยแพร่เอกสาร จำนวน 2 ฉบับ ดังนี้
1.Reports of judgments, advisory opinions and oders : Case concerning the Temple of Preah Vihearคำพิพากษาศาลโลกกรณีปราสาทพระวิหาร (พ.ศ.2505)
2.The Temple of Preah Vihear, inscribed on the World heritage List (UNESCO) since 2008
ประสาทพระวิหาร (จัดพิมพ์ 3 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส โปรตุเกส)
วันที่ 31 กรกฎาคม 2553
คณะผู้แทนกัมพูชา ได้เผยแพร่เอกสารเพิ่มเติมอีก 1 ฉบับ คือ “A Challenge to Thailand’s denunciation of UNESCO and the World Heritage Committee” ในการนี้ เจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรม ได้เก็บตัวอย่างเอกสารทั้ง 3 ฉบับ และมอบให้ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปเรียบร้อยแล้ว



