ไลฟ์สไตล์

"จุรินทร์"ลงนามร่างพ.ร.บ.เทคโนฯเพื่อการศึกษา

"จุรินทร์"ลงนามร่างพ.ร.บ.เทคโนฯเพื่อการศึกษา

25 มี.ค. 2552

รมว.ศธ. ลงนามเสนอ ร่าง พ.ร.บ.เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.

 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ได้ลงนามเสนอร่าง พ.ร.บ.เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวยกร่างโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เพื่อให้เป็นไปตามที่ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติให้รัฐทำหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน เสนอนโยบายและแผนในการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

รวมทั้งให้มีการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพของการผลิตและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาในกระบวนการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นสื่อ และเพื่อให้การผลิตและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเป็นไปอย่างคุ้มค่าและเหมาะสม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ อีกทั้ง การมีกฎหมายฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปการศึกษารอบ 2 ด้วย

 รมว.ศธ. กล่าต่อว่า สำหรับสาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาแห่งชาติ นั้น กำหนดให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่าคณะกรรมการเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาแห่งชาติ ทำหน้าในการเสนอนโยบายและแผนเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและกองทุนต่อคณะรัฐมนตรี รวมทั้ง เสนอแผนเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนำ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่จำเป็นต่อการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ วิทยุโทรคมนาคมและการสื่อสารในรูปอื่น เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษาต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ หรือคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ฯลฯ

 ส่วนโครงสร้างของคณะกรรมการเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาแห่งชาติ ประกอบด้วย ประธานกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิหนึ่งคน กรรมการโดยตำแหน่งจำนวนแปดคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ และเลขาธิการสภาการศึกษา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนแปดคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง ทั้งนี้ ต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มิใช่ข้าราชการหรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐรวมอยู่ด้วยจำนวนไม่น้อยกว่าสี่คน ทั้งนี้ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 3 ปีนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน โดยให้สถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการและปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนด

 “
 ในกฎหมายยังให้มีการจัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เรียกว่า กองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งทรัพยากรกลางใช้ในการผลิต การวิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทั้งนี้ในวาระเริ่มแรก ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน “ รมว.ศธ. กล่าว