
ขับเคลื่อน "สหกรณ์ร้านค้า" สู่มืออาชีพ
จากการที่รัฐบาลได้มีนโยบายสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจและสังคม ช่วยเหลือประชาชนทุกภาคส่วน ให้เกิดสภาพคล่องทางเศรษฐกิจและการเงิน ย่อมส่งผลต่อกระบวนการสหกรณ์ที่ต้องขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะ สหกรณ์ร้านค้า เป็นสหกรณ์ท
ในปัจจุบันมีสหกรณ์ร้านค้าจำนวน 289 แห่ง มีสมาชิกจำนวน 748,301 คน ทุนดำเนินงาน 2,529.90 ล้านบาท มีมูลค่าธุรกิจรวม 5,473.37 ล้าน ทั้งนี้ ในอดีตที่ผ่านมาสหกรณ์ร้านค้าได้รับความนิยมจากผู้บริโภค แต่เมื่อเปรียบเทียบกับโครงสร้างร้านค้าภาคเอกชนในปัจจุบัน ซึ่งมีการพัฒนารูปแบบการจัดหาสินค้ามาจำหน่าย/ระบบการจำหน่าย (สะดวกซื้อ) ทำให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนรสนิยมการซื้อสินค้า
แต่ในยุคของท่านอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ "อนันต์ ภู่สิทธิกุล" ดูเหมือนว่าได้สนองนโยบายดังกล่าวสู่ภาคการปฏิบัติอย่างเต็มที่ ล่าสุดได้ร่วมกับชุมนุมร้านสหกรณ์แห่งประเทศไทย โดยนำร่อง 11 สหกรณ์ร้านค้า มุ่งหน้าพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มธุรกิจสหกรณ์ ด้วยการขับเคลื่อนมูลค่า 3 ประเภท ได้แก่ ขับเคลื่อนมูลค่าทางการเงิน ขับเคลื่อนมูลค่าทางการดำเนินการ และขับเคลื่อนมูลค่าทางสังคมในปี 2553-2554 นี้
ทั้งนี้ เพื่อให้สหกรณ์ร้านค้าได้เปรียบเทียบกับคู่แข่งขัน สร้างกำไรจากการดำเนินงานให้มากกว่าต้นทุน ด้วยการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย สร้างความพึงพอใจในสินค้าและบริการ สามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้า เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจสังคมได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ก่อนหน้านี้ยังได้ร่วมกับสถาบันการศึกษาอีก 11 สถาบันเพื่อติวเข้มหลักสูตรการสร้างอาชีพผู้สอบบัญชีสหกรณ์ พร้อมส่งลงทดสอบฐานะผู้ช่วยเต็มรูปแบบในพื้นที่อีก 2 ปี จำนวน 10 สหกรณ์ ก่อนสอบเพื่อขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือการพัฒนาบุคลากรด้านการบัญชีและการสอบบัญชีภาคสหกรณ์ ภายใต้ระบบบริหารจัดการด้านการเงินการบัญชีของสหกรณ์ที่จัดจ้างผู้สอบบัญชีภาคเอกชน
โดยการเติมเต็มความรู้พิเศษด้านสหกรณ์ในหลักสูตร CPCA Program หรือหลักสูตรสร้างอาชีพผู้สอบบัญชีสหกรณ์ (Certified Pre Coop. Accountant Program) ซึ่งขณะนี้ได้เดินหน้าเสร็จสิ้นไปแล้ว 10 แห่ง และจะเปิดอบรมอีก 1 แห่ง ในเร็วๆ นี้ โดยที่ผ่านมามีผู้สมัครเข้าอบรมจากทุกสถาบันจำนวน 600 คน ผ่านการอบรมแล้วกว่า 100 คน เข้าฝึกงานกับผู้สอบบัญชีสหกรณ์ภาครัฐแล้วกว่า 40 คน
ทั้งนี้ คาดว่าในเดือนตุลาคมนี้ จะเข้าสู่การทดสอบในภาคสนามในฐานะผู้ช่วยผู้สอบบัญชีสหกรณ์ภาครัฐ หรือภาคเอกชน โดยเลือกปฏิบัติงานได้ทั้งแบบเต็มเวลาและเสริมนอกเวลาเพื่อเอื้อประโยชน์แก่นักศึกษาที่ยังศึกษาอยู่ในสถาบัน และการทดสอบจะใช้เวลาทั้งหมด 2 ปี จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการสอบอีกครั้ง เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีสหกรณ์ (CCA) ต่อไป
"สุรัตน์ อัตตะ"
[email protected]



