ไลฟ์สไตล์

วิจัยพบ"มะพร้าว 2 พันธุ์ใหม่" 
ผลผลิตสูง-หนุนปลูกเพื่อการค้า

วิจัยพบ"มะพร้าว 2 พันธุ์ใหม่" ผลผลิตสูง-หนุนปลูกเพื่อการค้า

03 ส.ค. 2553

เอกลักษณ์ของ “มะพร้าวกะทิ” ที่มีเนื้อหนาฟู อ่อนนุ่ม หวานมัน อร่อย ทำให้ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทว่า บ้านเรายังผลิตได้ไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดทำให้มีราคาค่อนข้างแพง จึงนับเป็นข่าวดีที่ สมชาย วัฒนโยธิน นักวิชาการเกษตรฯ สถา

 "ทีมวิจัยเริ่มปรับปรุงพันธุ์มะพร้าวลูกผสมกะทิที่สวนผลิตพันธุ์มะพร้าวลูกผสมคันธุลี ศูนย์วิจัยยางสุราษฎร์ธานี ปี 2538 โดยได้รับความร่วมมือจากสวนมะพร้าวกะทิพันธุ์แท้ของบริษัท อูติเมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมัน จำกัด อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี สนับสนุนพ่อพันธุ์แท้ 1 พันธุ์ จำนวน 44 ต้น นำมาผสมกับแม่พันธุ์ 5 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์น้ำหอม มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย มลายูสีแดงต้นเตี้ย ทุ่งเคล็ด และสายพันธุ์เวสท์แอฟริกันต้นสูง พันธุ์ละ 100 ต้น" หัวหน้าทีมวิจัย แจง

 พร้อมระบุว่า เบื้องต้นได้นำมะพร้าวลูกผสมกะทิ ทั้ง 5 พันธุ์ซึ่งชื่อย่อ NHK, YDK, RDK, TKK และ WAK ซึ่งทีมนักวิจัยได้ทดลองปลูกพร้อมคัดเลือกสายพันธุ์เรื่อยมากระทั่งปี 2549 พบว่า 2 พันธุ์มีความโดดเด่นและมีศักยภาพการให้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพ คือ YDK และ NHK ซึ่งเหมาะสมที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก

 "พันธุ์ YDK เป็นพันธุ์ลูกผสมกะทิระหว่างมลายูสีเหลืองต้นเตี้ย (พันธุ์แม่) กับมะพร้าวกะทิสายพันธุ์แท้ (พันธุ์พ่อ) ลัษณะเด่น คือออกจั่นและติดผลเร็ว ต้นเตี้ย หลังปลูก 4 ปี เริ่มเก็บเกี่ยวได้ ให้ผลผลิตสูง เฉลี่ย 1,902 ผล/ไร่/3 ปีแรก (อายุ 4-7 ปี) คิดเป็นรายได้ 28,008 บาท/ไร่ ถ้าแหล่งปลูกปลอดมะพร้าวธรรมดาผลผลิตต่อไร่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มเป็น 34,002 บาท/ไร่ ขึ้นอยู่กับระบบจัดการสวน"

 ส่วน NHK สมชายบอกว่า เป็นพันธุ์ลูกผสมกะทิระหว่างพันธุ์น้ำหอม (พันธุ์แม่) กับกะทิสายพันธุ์แท้ (พันธุ์พ่อ) ลักษณะเด่น คือ ออกจั่นเร็ว ให้ผลผลิตเป็นมะพร้าวกะทิที่มีกลิ่นหอมทั้งน้ำและเนื้อ ให้ผลผลิตเฉลี่ย 1,064 ผล/ไร่/3 ปีแรก (ช่วงอายุ 4-7 ปี) ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตรจะประกาศให้มะพร้าวลูกผสมกะทิพันธุ์ใหม่ทั้ง 2 สายพันธุ์ เป็นพันธุ์แนะนำของกรมในปี 2553 นี้ พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปปลูกเพื่อการค้าเพิ่มรายได้อย่างแพร่หลายมากขึ้น "ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งผลิตต้นพันธุ์ทั้ง 2 พันธุ์ โดยใช้พื้นที่กว่า 80 ไร่ เพื่อรองรับความต้องการของเกษตรกรที่มียอดสั่งจองมาแล้วกว่า 2 หมื่นต้น ขณะเดียวกันมีแผนขยายผลการวิจัยพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ต่อ เพื่อให้ได้พันธุ์มะพร้าวกะทิน้ำหอมต้นเตี้ยซึ่งเป็นพันธุ์แท้ต่อไปด้วย" สมชาย กล่าว

 อีกทั้งเสริมว่า ปัจจุบันราคามะพร้าวกะทิหน้าสวนซื้อขายผลละ 30-35 บาท ขณะที่ราคาท้องตลาดและซูเปอร์มาร์เก็ต ผลละ 90-100 บาท ซึ่งถือว่าสูงมาก ขณะที่ตลาดทั้งภายในและต่างประเทศมีแนวโน้มความต้องการเพิ่มสูงขึ้น อนาคตคาดมะพร้าวกะทิพันธุ์ใหม่นี้ จะเป็นช่องทางที่ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้นกว่าการปลูกมะพร้าวธรรมดา 3-4 เท่า
 
 "ต้นมะพร้าวลูกผสมกะทิ ถ้าแหล่งปลูกอยู่ในเขตปลอดจากมะพร้าวพันธุ์ธรรมดาจะได้ผลมะพร้าวเป็นกะทิ 25% ผลมะพร้าวลูกผสมกะทิ 50% และผลมะพร้าวธรรมดา 25% แต่สภาพโดยทั่วไปต้นมะพร้าวลูกผสมกะทิจะขึ้นปะปนกับมะพร้าวธรรมดา ทำให้ผลผลิตเป็นกะทิในบางทลายและปริมาณผลที่เป็นกะทิจะได้ไม่ถึง 25%"

 อย่างไรก็ตาม สมชาย ฝากบอกว่าหากสนใจเกี่ยวกับมะพร้าวกะทิพันธุ์ใหม่ที่ว่า สอบถามได้ที่สถาบันวิจัยพืชสวน โทร.0-2579-0583 ต่อ 135 หรือสวนผลิตพันธุ์มะพร้าวลูกผสมคันธุลี โทร.0-7738-1963