ไลฟ์สไตล์

ถ้าไม่ให้อยู่ก็ฟ้องขับไล่

ถ้าไม่ให้อยู่ก็ฟ้องขับไล่

02 ส.ค. 2553

สามีดิฉันมีพ่อแม่บุญธรรม ซึ่งเลี้ยงดูส่งเสียให้สามีดิฉันเรียนจนจบ เนื่องจากท่านไม่มีลูก ก่อนเสียชีวิต จึงได้ยกที่ดินให้สามีหนึ่งแปลง 10 ไร่ โดยโอนให้เป็นชื่อของสามีเรียบร้อยก่อนเสียชีวิต

มีบ้านหนึ่งหลัง โดยท่านบอกว่า ขอให้พี่สาวอาศัยอยู่ด้วย ป้าจึงอาศัยอยู่กับลูกชายของป้าอีกหนึ่งคน 
 เมื่อป้าเสียชีวิต สามีก็เห็นว่า ลูกชายของป้าก็อยู่บ้านหลังนี้มาหลายปี มีหน้าที่การงานที่ดีทำแล้ว จึงอยากให้รับผิดชอบตัวเอง จึงอยากจะให้เขาย้ายออกไปอยู่ที่อื่น เพื่อที่สามีจะเข้าไปซ่อมแซมบ้านใหม่ เมื่อไปเจรจาด้วย ลูกชายของป้าบอกว่า อยู่กับแม่มา 12 ปี ดังนั้นเขาก็มีสิทธิ์ในบ้านหลังนี้ด้วยเช่นกัน และเขาก็เป็นหลานแท้ๆ ของพ่อแม่บุญธรรมของสามี ดังนั้นเขาก็น่าจะมีสิทธิ์ที่จะอยู่ในบ้านหลังนี้ และที่ดินผืนนี้ จึงไม่ยอมย้ายออกไปจะอยู่ที่นี่เพราะเป็นสมบัติของแม่เขา
 อยากทราบว่า ลูกของป้าอ้างอย่างนี้เขามีสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์หรือไม่คะ ดิฉันและสามีควรจะจัดการอย่างไรกับบ้าน และที่ดินแปลงนี้ดี
 อัจฉรา
 ตอบ
 ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า เมื่อพ่อกับแม่คุณยกทรัพย์สินให้สามีคุณ โดยมีการแจ้งการยกให้อย่างถูกต้อง แสดงว่าสามีของคุณได้สิทธิ์ในการเป็นเจ้าทรัพย์สินนั้นแต่เพียงผู้เดียว และการที่สามีคุณให้พี่ของพ่อกับแม่บุญธรรมอยู่ในบ้านหลังนี้ จึงเป็นการให้สิทธิ์เพียงแค่การอยู่อาศัย แม้จะเข้ามาอยู่มากกว่า 10 ปี ถ้ามีสิทธิ์เป็นเพียงผู้อยู่อาศัย สิทธิ์ในการครอบครองปรปักษ์ก็ไม่เกิดขึ้น
 การที่จะอ้างสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์ได้ต้องมี 4 เหตุด้วยกันคือ การครอบครองอย่างสงบ การครอบครองอย่างเปิดเผย การครอบครองโดยมีเจตนาเป็นเจ้าของ และต้องครอบครองมามากกว่า 10 ปี กรณีที่ลูกชายของป้าอ้างว่าอยู่มามากกว่า 10 ปี ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในสี่เหตุผลของการครอบครองปรปักษ์ แต่โดยสิทธิ์การเข้ามาอยู่แต่แรกนั้น เป็นการเข้ามาอยู่แบบขออาศัยอยู่ ดังนั้นไม่ว่าจะอยู่นานแค่ไหน ไม่สามารถอ้างสิทธิ์ในเรื่องปรปักษ์เพื่อจะอยู่ต่อในที่ดินและบ้านหลังนี้ได้ ถ้าเจ้าของไม่อนุญาต
 ถ้าสามีคุณต้องการให้เขาออกไปจากบ้านหลังนี้ ในฐานะเจ้าของบ้าน สามีคุณก็สามารถฟ้องขับไล่ได้เลย ถ้าเจ้าของบ้านไม่อนุญาตให้อยู่ เขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่เข้ามาอาศัยอยู่
 ลุงแจ่ม