ไลฟ์สไตล์

"กู่เจิง"เครื่องสายโปรดของ"สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ"

"กู่เจิง"เครื่องสายโปรดของ"สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ"

02 ส.ค. 2553

ไม่เพียงจะทรงพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เท่านั้น หากแต่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ยังทรงพระปรีชาสามารถทางด้านดนตรี โดยเฉพาะ "กู่เจิง" ดนตรีเครื่องสายตะวันออก ที่ทรงศึกษาเกี่ยวกับประวัติและเทคนิคต่างๆ ของเครื่องด

ประเทศไทยมีการสอนเครื่องสายดนตรีตะวันตกและดนตรีไทยอยู่แล้ว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จึงมีพระดำริให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดการเรียนการสอนด้านดนตรีเครื่องสายตะวันออกเพิ่มเติม มหาวิทยาลัยจึงสนองพระดำริโดยจัดซื้อเครื่องดนตรีเครื่องสายตะวันออกเพิ่มเติม และกราบทูลเชิญมาทรงเป็นอาจารย์พิเศษ โดยทรงบรรยายพิเศษในหัวข้อ "วัฒนธรรมดนตรีจีน" และทรงสอนปฏิบัติเครื่องดนตรีจีนกู่เจิงพระราชทานแก่นิสิตคณะมนุษยศาสตร์ ภาควิชาศิลปะนิเทศ สาขาวิชาเอกดนตรีไทย ทั้ง 12 คน รวมทั้งคณาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ เป็นเวลา 4 วัน อย่างไม่ถือพระองค์ สร้างความปลาบปลื้มใจให้แก่เหล่านิสิตและคณาจารย์เป็นอย่างมาก  

 ในวันสุดท้ายของการทรงสอนปฏิบัติ ได้พระราชทานสัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนเกี่ยวกับความสนพระทัยเครื่องดนตรีกู่เจิงและการเสด็จมาทรงบรรยายพิเศษในครั้งนี้ โดยมีรับสั่งเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่สนพระทัยกู่เจิงว่า เมื่อคราวที่เสด็จเยือนเมืองกุ้ยหลินและได้ประทับเรือพระที่นั่งล่องไปตามแม่น้ำหลีเจียง ระหว่างที่ประทับบนเรือพระที่นั่งนั้น มีนักดนตรีมาบรรเลงเพลงจีนด้วยเครื่องดนตรีกู่เจิง ท่วงทำนองที่เปล่งออกมาจากเครื่องดนตรีชนิดนี้มีความไพเราะมาก ด้วยความสนพระทัยในเครื่องดนตรีชนิดนี้ จึงทรงศึกษาเครื่องสายตะวันออกโดยเฉพาะกู่เจิงจนทรงเชี่ยวชาญและโปรดเป็นอย่างมาก 

 "ตอนนั้นไปดูคอนเสิร์ตของคณะมนุษยศาสตร์ แล้วรู้สึกว่าเขาเล่นดนตรีไทยแล้วเล่นได้ดี จริงๆ แล้วแผนกดนตรีตะวันออกนี้หลายมหาวิทยาลัยอยากเปิด แต่ว่ามหาวิทยาลัยอื่นยังมีเฉพาะดนตรีไทยยังไม่มีดนตรีเครื่องสายจีน เลยคุยกับเพื่อนกันบอกว่าถ้าที่นี่มีคนสนใจจะเรียนก็ยินดีที่จะมาสอนให้ ซึ่งมีคนสนใจเรียนและได้สอนมาแล้ว 4 ครั้ง

 ก่อนทำการสอนแต่ละครั้งจะต้องเตรียมใจ คล้ายๆ ว่าต้องมองย้อนไปดูนิดหนึ่งว่า สิ่งที่เรากำลังสอนเขาเนี่ยจริงๆ มันยากมากสำหรับพวกเขา แต่สำหรับตัวข้าพเจ้าเองมันง่ายไปแล้ว เพราะได้เล่นมา 10 ปีแล้วเลยไม่รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งยาก ก็ต้องเอาความคิดตัวเองว่า ถ้าเราเริ่มต้นใหม่ที่สอนเขามันยาก แต่มาที่นี่ก็แปลกใจเป็นอันมากที่เด็กที่นี่เรียนได้เร็วมาก คือ สอนอะไรไปก็มักจะทำได้เลย หรือถ้ายังทำไม่ได้ ทิ้งไปอาทิตย์หนึ่งอีกอาทิตย์หนึ่งเขาไปซ้อมมาก็ทำได้ แสดงให้เห็นว่านอกจากมีทักษะทางดนตรีสูงแล้ว พวกเขายังมีความขยันที่จะซ้อมด้วย"

 แม้ครั้งนี้จะเป็นการเสด็จมาทรงสอนปฏิบัติพระราชทานแก่นิสิตเป็นวันสุดท้าย แต่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ยังมีรับสั่งว่า คงจะต้องพระราชทานสอนแก่นิสิตในโอกาสต่อไป ซึ่งจริงๆ แล้วคลาสนี้ยังทรงสอนไม่เสร็จสมบูรณ์

 "อย่างวันนี้สอนให้เล่นเพลงจีน ซึ่งค่อนข้างเริ่มยากแล้ว ต้องช่วยจับมือบางทีมือเขากดไม่ถึง จับมือเขาปรากฏว่ามือเย็นเฉียบทุกคน เลยบอกว่าไม่ต้องกลัว เพลงที่เล่นชื่อมั่วลี่ฮัว คือ ดอกมะลิ แต่รู้สึกว่าต้องเปลี่ยนเป็นชื่อมือเย็น เพราะทุกคนมือเย็นหมดเลย แต่เขาพอจะเล่นได้ ระหว่างสอนจะให้กำลังใจนักเรียนพยายามทำให้เขาไม่เครียด คนไหนเกร็งไปหมดต้องจับมือมาเขย่าๆ บอกว่าสบายๆ บางทีก็แซวเขาบ้างให้ขำๆ ไปไม่ให้เครียดมาก"

 สำหรับการเสด็จไปทรงบรรยายพิเศษพระราชทานแก่นิสิตนักศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ และด้านดนตรีเครื่องสายตะวันออกนั้นมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี มีพระดำรัสว่า การสอนดนตรีนี้ต้องเข้าถึงนักเรียนมาก ต้องเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้เรียน สำหรับการสอนวิทยาศาสตร์สอนคลาสใหญ่ได้ แต่ดนตรีนี้หากสอนปฏิบัติแล้วต้องเป็นคลาสเล็กตัวต่อตัวจะดีที่สุด ความใกล้ชิดจึงแตกต่างกัน

 ด้วยพระกรณียกิจที่ต้องทรงปฏิบัติในแต่ละวันมีมากมาย แต่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ยังทรงแบ่งเวลาให้แก่การฝึกซ้อมเครื่องดนตรีกู่เจิงเป็นประจำ โดยทรงแบ่งเวลาให้แก่งานทางด้านวิชาการก่อน จากนั้นจึงทรงฝึกซ้อมกู่เจิงในช่วงค่ำเป็นเวลา 2 ชั่วโมง และตอนดึกจึงทรงร้อยสร้อยมุก

 "งานมีเยอะต้องจัดตารางหน่อย เดือนนี้เผอิญสอนเยอะ เพราะเดี๋ยวนี้ทำงาน พอ.สว.ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทำให้เดือนหนึ่งออกไปต่างจังหวัด 5-7 วัน อยู่แล้ว แล้วก็ยังมีงานแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย มีงานหลายอย่างพูดได้ว่าไม่เคยเหงา"

 ทั้งยังทรงรับเป็นทูตวัฒนธรรมของจีน ในการเสด็จไปทรงสานสัมพันธ์ไทยจีน ในงานแสดงดนตรีและวัฒนธรรม "สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน" สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี มีพระดำรัสถึงเรื่องนี้ว่า ความสัมพันธ์ของไทยและจีนดีมาก ตอนเสด็จไปทรงกู่เจิงในงานสายสัมพันธ์สองแผ่นดินที่สาธารณรัฐประชาชนจีน คนจีนให้ความสำคัญเดินทางมาดูกันเป็นจำนวนมาก

 ตอนนี้ทรงเตรียมพระองค์สำหรับการแสดงสายสัมพันธ์สองแผ่นดินครั้งที่ 5 ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนธันวาคม 2554 ครั้งนี้จะแสดงในเมืองไทยที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย 2 รอบ ที่ จ.เชียงใหม่ 1 รอบ และที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อีก 1 รอบ โดยจะมีการแสดงวัฒนธรรมของทั้งจีนและไทยประกอบกัน นอกเหนือจากการทรงกู่เจิง และประมาณหลังตรุษจีนปี 2554 จะเสด็จไปสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อทรงเลือกการแสดงของจีนที่จะมาแสดงในไทยด้วย