
เรื่องเด่นประเด็นดัง-"ค่ายนักเขียน-นักปกครอง"มิตรภาพ ปรองดอง สมานฉันท์
กรมการปกครองเป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้แก่พี่น้องประชาชน การทำให้บุคลากรของส่วนราชการ พนักงาน ลูกจ้าง อาสาสมัครประเภทต่างๆ ในสังกัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงคณะกรรมการหมู่บ้านและประชาชนทั่วไป
มีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของกรมการปกครอง งานเขียน สื่อ สิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะใช้เป็นเครื่องมือสร้างการเข้าถึงและเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้นข้าราชการกรมการปกครองจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ถึงทักษะการเข้าถึงสื่อ ความเข้าใจในแง่มุมของศิลปะ เพื่อใช้สิ่งเหล่านี้ ปลูกความเข้าใจและความรักในหัวใจประชาชน”
นั่นเป็นความรู้สึกส่วนหนึ่งของอธิบดีกรมการปกครอง มงคล สุระสัจจะ ที่เน้นย้ำถึงหัวใจการทำงานการเข้าถึงประชาชน จึงเป็นที่มาของโครงการพัฒนาทักษะการเขียนเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์กรมการปกครอง
บรรยากาศภายในค่ายนักเขียน ในสีดารีสอร์ท จ.นครนายก ช่วงวันที่ 16-18 กรกฎาคม แม้จะครึ้มด้วยเมฆหม่น แมกไม้เขียวขจีบนม่อนเขาเตี้ยๆ สายน้ำตกที่ซัดซ่าในโตรกธาร เหมือนจะช่วยสร้างบรรยากาศ กลิ่นอายแห่งวรรณศิลป์
ข้าราชการกรมการปกครองทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัดต่างทยอยกันเข้าที่พัก รวมถึงนายอำเภอบางอำเภอ ทีมบรรณาธิการนิตยสารในสังกัดหลากหลายเล่ม นับแต่เทศาภิบาล, วารสารกำนันผู้ใหญ่บ้าน, ภาพข่าวทักษิณ ธัญบุรี, นิตยสารเดอะวัน, จดหมายข่าวสำนักอำนวยการอาสารักษาดินแดน และแม็กอำเภอยิ้ม
การอบรมกินเวลาถึง 3 วัน แบ่งค่ายการเขียนออกเป็นสี่รูปแบบ
ค่ายที่หนึ่ง การเขียนข่าว บทความ รายงาน และสารคดี ค่ายที่สอง นวนิยายและเรื่องสั้น ค่ายที่สามบทกวี และค่ายที่สี่ การเขียนบทโทรทัศน์
ข่าว บทความ สารคดี คือสื่อสิ่งพิมพ์ที่ใช้ได้ในฉับพลันและเร่งด่วน เช่นเดียวกับสื่อโทรทัศน์ที่ต้องนำเสนอวันต่อวัน นวนิยาย เรื่องสั้น บทกวี เป็นเครื่องมือที่จะโน้มน้าวให้ประชาชนได้เข้าใจชีวิตและสังคมอย่างรื่นรมย์
ดังนั้น ผู้รู้หรือวิทยากรที่ได้รับการเชื้อเชิญให้มาเป็นมือกระบี่มอบวิทยายุทธ์ให้กับข้าราชการที่สนใจในครั้งนี้ จึงต้องเอาบุคคลที่บ่มเพาะการทำงานมาอย่างเคี่ยวกรำ
นับแต่ ทองแถม นาถจำนง บรรณาธิการหนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ปรีดา ข้าวบ่อ เจ้าของสำนักพิมพ์แม่คำผาง โชคชัย บัณฑิต' กวีซีไรต์ ภาณุมาศ ภูมิถาวร นักเขียนวรรณกรรมเยาวชน และ ดร.อิทธิรุจน์ สุรเชษฐพงษ์ เจ้าของสารคดีชุดโฮจิมินห์มหาบุรุษแห่งเวียดนามทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยเอ็นบีที
นอกจากนั้น ยังได้รับเกียรติจาก ศิริพร วุฒิทวี บรรณาธิการข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องเจ็ดสี มาให้ความรู้เกี่ยวกับสื่อโทรทัศน์ในแง่มุมการประชาสัมพันธ์
นับเป็นมิติใหม่และเป็นครั้งแรกของข้าราชการกรมการปกครอง ที่จัดให้มีการอบรมในด้านศิลปะการเขียนอย่างจริงจัง และให้เวลาอย่างพอสมควร เป็นเวลาถึงสามวันสองคืน หลังจากที่เคยอบรมแต่หลักวิชาการการบริหาร งานบริการ หลักกฎหมาย การวิจัย ตัวชี้วัด ที่วนเวียนและซ้ำซากมาหลายปีดีดัก
ดังนั้นบรรยากาศการอบรมนับตั้งแต่เริ่มต้น จึงอวลด้วยความสุขในกลิ่นรสของศิลปะ บางคนถึงกับงง เป็นไปได้อย่างไร ที่ข้าราชการฝ่ายปกครองมานั่งฟังถึงรสของภาษา ภาพศิลป์บนจอทีวี ศิลปะการใช้คำอย่างได้อรรถรส การผูกเรื่องราว เพื่อนำไปสู่แก่นสาร จุดหมายการสร้างความเข้าใจสังคม
ช่วงเย็นของวันที่สอง ค่ายนักเขียนกรมการปกครอง ได้รับเกียรติจาก เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ให้เกียรติมาพบปะและอ่านบทกวีประกอบดนตรีในช่วงค่ำ
“คนไทยส่วนใหญ่ มักจะเป็นผู้ฟังที่ดี รับฟังเพียงอย่างเดียว แล้วนำไปปฏิบัติ หากไม่รู้จักแยกแยะจะทำให้เกิดผลเสียได้ คือเชื่อตามกัน คิดเหมือนกัน บางครั้งเหมือนเป็นสังคมที่ไร้เหตุผล สามารถชักจูงได้ง่าย นำไปสู่การสร้างความเสียหายให้กับชาติบ้านเมือง เราต้องปรับตนเอง ปรับให้คนไทยเป็นนักคิดนักอ่าน ถ้าเป็นนักคิดนักอ่านแล้วความมีเหตุมีผลจะตามมา ทำให้รู้จักแยกแยะ รู้ผิดรู้ถูก เหมือนดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ตรัสแก่ชนชาวไทย...มีสติรู้ตัว มีปัญญารู้คิด มีความสุจริตจริงใจ...ดังนั้น เราจึงต้องพัฒนาตนเองให้เป็นนักคิดนักอ่านให้จงได้"
นั่นคือข้อคิดบางส่วนที่วิทยากรบางท่านได้กล่าวไว้อย่างให้แง่คิดในช่วงแห่งยุคสมัยที่คนไทยต้องการความปรองดองสมานฉันท์
ย่ำค่ำ นักคิด นักเขียน กวี เมืองไทย หลังบ่มเพาะความเป็นมืออาชีพในด้านการเขียน ค่ายฝึกอบรม จึงยกห้องบรรยายไปไว้ในร้านอาหารสีดารีสอร์ท มันคืออาคารเปิดโล่งริมลำธาร เสียงน้ำสาดกระเซ็นปะทะแก่งหินกังวานมาแว่วๆ สร้างบรรยากาศการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่งท่ามกลางธรรมชาติ
พิธีกรหญิงแห่งช่องเจ็ดสี ศิริพร วุฒิทวี แนะนำให้แขกเหรื่อได้รู้จัก ศักดินา รักษ์อุดมการณ์ ศิลปินเจ้าของรายการ “ข่าวช่วยชาวบ้านแห่งช่อง 7 สี...ขอรับกระผม” ก้าวขึ้นไปจับไมค์ ไฟส่องหน้า ยืนยันหลักการ การทำข่าวช่วยชาวบ้านว่า
“ภูผากำแพง
มิอาจทานแรงแหล่งธารหลากไหล
ยังลอดใต้ทราย
หลากรวมไหลสาดสายสู่ชล
ยิ่งกักยิ่งกัน ยิ่งทานยิ่งทน
ถั่งท้นโหมสายชล สายชัย”
บทกวีประกอบดนตรียามย่ำค่ำ จากน้ำเสียงอันละมุนปานสายน้ำของกวีแห่งรัตนโกสินทร์ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กระชากอารมณ์ความรู้สึกนักคิดนักเขียนกรมการปกครองให้เงียบงัน
อธิบดีกรมการปกครอง มงคล สุระสัจจะ ร่วมบรรเลงเพลงขลุ่ยประกอบการอ่านบทกวี...ท่านรักเสียงเพลง เสียงดนตรี เหมือนหนึ่งคือวิถีแห่งความรักและเพื่อนพ้อง
นี่น่าจะเป็นนัยบ่งบอก ทำไมค่ายนักเขียนกรมการปกครองจึงเกิดขึ้น ในสถานการณ์แห่งการปรองดองสมานฉันท์
สิงห์คลองหลอด



