ไลฟ์สไตล์

คาบลูกคาบดอก

คาบลูกคาบดอก

02 ส.ค. 2553

ลูก...คือแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ เมื่อลูกหน้าตาแย่...ชีวิตของลูกจะเป็นอย่างไร? สังคมอันเลวร้ายจะพาลูกดึงไปหาสิ่งที่เลวกว่า ลูกชาย...อาจติดยา ลูกสาว...ก็อาจติดผู้ชาย ไม่รู้อะไรเลวร้ายกว่ากัน...

เว้ย!...จะมองโลกในแง่ร้ายไปถึงไหน! หน้าตาแย่ก็แค่ไปเกาหลี (ถ้ารวย) หรือไปยันฮี (ถ้าพอมี) ติดยาก็พาไปอด แต่ติดผู้ชายเนี่ยเซ่จะทำยังไงดี(วะ)?

 “พี่...ถ้าพี่ไปประกันตัวเขาให้หนูไปด้วยนะ หนูเพิ่งรวบรวมเงินมาได้หมื่นนึง เอาเงินหนูไปก็ได้ แต่เขาต้องให้ญาติไปประกัน...” 

 อีหวาน ที่คงจะหวานแต่ชื่อ หน้าคงไปคนละทางกับชื่อของมัน แต่มันก็ทั้งซื่อและจริงใจต่อผู้ชายแปลกหน้าที่เพิ่งได้รู้จักในที่อโคจรแห่งหนึ่ง

 คนอื่นก็คงแค่ฉาบฉวย แต่คนไม่สวยแบบอีหวานมันเอาจริง ถึงกับเป็นธุระไปหยิบยืมเงินเพื่อไปประกันตัวเพื่อนชายที่ต้องคดีขี้หมูขี้หมา ซึ่งไม่น่าจะใช่ธุระของมัน นอกจากพ่อแม่หรือแฟนของชายคนนั้น

 “น้องเป็นอะไรกับเขา” คนที่บ้านของชายผู้นั้นถาม

 “เป็นเพื่อนอ่ะคะ เพิ่งรู้จักกันไม่นาน” ตอบแบบประดักประเดิด

 “แล้วทำไมแฟนของเขาไม่โทรมาบอกเองล่ะ?”

 “หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน หนูโทรไปบอกเขา เขาก็เฉยๆ ไม่สนใจ หนูก็เลยต้องโทรมาบอกที่นี่ หนูสงสารเขา เขาไม่ยอมให้บอกพ่อแม่ พอไม่มีใครรู้ก็เลยไม่มีคนไปประกันตัว เขาก็เลยต้องอยู่ห้องขังมาหลายวันแล้ว หนูก็มัวแต่รวบรวมเงินอยู่”

 ดู๊ดูอีหวานมันทำ แฟนเขายังไม่สนใจ แล้วอีหวานเป็นใคร?…เอ๊ะ! มันจะเป็นใครไปได้นอกจาก…คนที่แอบหลงรักไอ้ผู้ชายคน

 โธ่ถังนังหนู คนดีๆ มีเยอะแยะไม่รัก กลับมารักคนเลว แถมมีแฟนแล้ว วันๆ งานการไม่ทำ สร้างแต่ความเดือดร้อนให้กับตัวและครอบครัว ก็ยังอุตส่าห์มีคนดีๆ มารักมาชอบ ก็อีกนั่นแหละ เคยได้ยินมั้ยว่า...“ผู้หญิงรักคนเลว ชอบคนหล่อ แต่แต่งกับคนรวย” ก็คงจะจริง อย่างน้อยก็ตรงกับอีหวาน ที่เริ่มมาก็เข้าทางเสียแล้ว...มันรักคนเลวว่ะ!

 ช่วงนี้อีหวานคงไม่เป็นอันทำอะไร เพราะหัวใจลอยไปเฝ้าไอ้ผู้ชายเลวๆ คนนั้นในห้องขัง ถ้าไปเยี่ยมได้มันคงส่งข้าวผัดกับโอเลี้ยงให้ทุกวันถึงหน้ากรงขัง แต่เขาให้เยี่ยมได้แค่อาทิตย์ละ 1 วัน เฉพาะญาติเท่านั้น...สงสารอีหวานจริงๆ ไอ้ที่มันอยู่ในตะราง ถ้ามันไม่หล่อ คารมมันคงดี หรือคงมีดีอะไรใต้ร่มผ้า

 โธ่! อย่าคิดมาก มันอาจจะสักอะไรสักอย่างที่ทำให้สาวรักสาวหลง ก็แค่คนชอบสัก ไม่ใช่คนรักศักดิ์ศรีเสียหน่อย จะได้น่ารักน่าชื่นชม จนอีหวานมันงมโข่งของมันอยู่อย่างนั้น ถ้าไม่พูดถึงผู้ชาย หันมามองอีหวาน หน้าตามันคงคาบลูกคาบดอกแบบเดียวกันกับฉันที่เอาหนังหน้าสู้กันทีไรแพ้เขาทุกทีเลย ต้องเอาความดีเข้าแลกแล้วมันจะรู้เองในที่สุด (แบบที่ฉันรู้) ว่า ในตอนเริ่มต้น...ความดีไม่มีความหมายอะไรนักหรอก...เขาวัดกันแค่หน้ากับหน้า (อก) เท่านั้นแหละ!

 ถ้าหน้าไม่ให้แต่ใจถึง อันนี้มีเหนื่อย...เหนื่อยทั้งกาย...เหนื่อยทั้งใจ แบบอีสวย ส่วนอีหวานรักคนเลว แต่อีสวยชอบคนหล่อ มันมีส่วนคล้ายกันก็คือ หนังหน้าคาบลูกคาบดอกเหมือนกัน...(กับฉัน)!

 พ่อแม่อีสวยควรตั้งชื่อลูกแก้เคล็ด ไม่ได้กลัวเลี้ยงไม่โต แต่กลัวโตแล้วจะไม่มีผัวตะหาก สวยที่ไม่ได้หมายถึงหน้า แต่หมายถึงใจ มันใจสู้ ใจถึง พึ่งได้ ครบครัน การศึกษาก็สูงถึงขั้นปริญญาโท การศึกษาได้พามันไปเจอกับผู้ชายที่คู่ควร (เฉพาะความรู้) เขาเรียนโทเหมือนกัน หล่อแนว ตจว.แสนดีแบบที่มันคิด แม้เขาจะมีแฟนแล้ว แต่เขาก็ยินดีที่จะคบกับอีสวยแบบเพื่อนสนิท (คิดไม่ซื่อ) แค่นั้นก็แสนดีแล้วสำหรับอีสวย อ้อ...ลืมบอกไปอีก ชื่อที่เพื่อนๆ เรียกมันคือ “อีสิว” เพราะสิวได้ถล่มใส่ความสดใสบนใบหน้าของมันจนหาความสวยไม่เจอ ประกอบกับรูปร่างหน้าตาที่ “ค่อน” มากกว่า “คาบ” จัดว่า ค่อนลูกค่อนดอก เอียงไปทางสุกงอมเต็มที่ จะหล่นมิหล่นแหล่ แต่มันก็หาผู้ชายในฝันของมันจนได้...ไม่ได้อะไรนอกจาก...“อยู่ใกล้ๆ ให้หายคิดถึง” มันไปปัดกวาดเช็ดถูห้องพักเตรียมข้าวปลาอาหารไว้เสร็จสรรพ ขาดแค่ “เพศสัมพันธ์” อีสวยก็จะได้เป็น “เมีย” เต็มตัว...แฟนเขาก็ไม่มาวุ่นวาย นางคงอยู่ ตจว. ใกล้กันขนาดนั้นสักวันรักแท้คงแพ้ใกล้ชิด หรือความดีคงจะชนะทุกสิ่ง อีสวยเพ้ออยู่ในใจ โทรศัพท์หากันทุกวัน ตอนผู้ชายเลิกงาน อีสวยซึ่งทำงานต่างที่กันก็โหนรถเมล์ไปนั่งรอเขาถึงที่ (อีนี่ใจมันได้จริงๆ)

 “มันจะแอบมีอะไรกันมั้ย? บรรยากาศพาไปขนาดนั้น” เพื่อนหลายคนช่วยกันเชียร์

 “ไม่...ไม่มีทาง ดูหน้ามันเซ่!...ต้องให้ไฟที่หอของผู้ชายดับก่อนถึงจะมีสิทธิ์”

 บ้างก็ช่วยลุ้น บ้างก็ทำลายขวัญและกำลังใจ แต่อีสวยก็หาใส่ใจไม่ มันคงถือคติของตุ๊กกี้ที่ว่า “ช่วงนี้ผู้หญิงตัวเตี้ย หน้าเตี้ยมาแรง” (ตุ๊กกี้บอก) ตุ๊กกี้ยังเป็นเจ้าหญิงปาดังราวีคู่กับองครักษ์สุดหล่อ หลุยส์ สก็อต ได้ ความฝันใกล้ๆ แค่ผู้ชาย ตจว.ของอีสวยมันก็ดูมีความหวังสว่างไสวขึ้นทันที แต่ก็มีบางทีที่อีสวย...เศร้า

 “พี่ว่าเขาหลอกใช้หนูทำงานบ้านให้หรือเปล่า เขาถึงยอมคบกับหนู”

 ใกล้กันจนหายใจรดขนหู แต่ก็ยังทำไม่รู้ไม่ชี้ ไม่หือไม่อือ เพื่อนบางคนก็ว่า...ให้เอาเวลาไปรักษาสิวดีกว่าไปทำความสะอาดบ้านผู้ชาย บ้างก็ว่า...ให้รวบหัวรวบหาง...จนอีสวยสับสน แต่มันก็รู้ดีว่าไม่มีใครหลอกใช้มัน ความจริงก็คือ “มันหลอกตัวเอง” ยินดีที่จะอยู่แบบนี้ ดีกว่าไม่ได้เจอหน้าเขา ในฐานะที่ฉันก็จัดอยู่ในข่ายคาบลูกคาบดอก และใช้เวลาในวัยสาว (แต่ไม่สวย) ไปกับเรื่องผู้ชายที่ไม่บ่งสถานภาพที่ชัดเจน จนรู้จักและยอมรับความจริงว่า “อย่าหลอกตัวเอง” เอาสักอย่าง จะหาผัวก็หาไป จะหาเพื่อนก็หาไป “อย่าหาผัวที่คล้ายเพื่อน” หรือ “หาเพื่อนที่คล้ายผัว” ที่สุดแล้วจะเซ็ง! อย่าไปถามอีกฝ่ายว่า “จะเอายังไง?” ให้ถามตัวเองก่อนว่า “จะเอายังไง” เอาหรือไม่เอา ถ้าไม่ให้เอาก็เลิกกันไป (อ้าวอีนี่!) จะคาบลูกคาบดอกก็แค่หน้า แต่ใจ...ขอตรงไปตรงมา...ดีมะ?

เจนนิเฟอร์ คิ้ม