ไลฟ์สไตล์

"ฟาร์มตัวอย่าง"ทางรอดชาวบ้านหลังเขาจากพระราชดำรัสมีแต่"กำไรแผ่นดิน"

"ฟาร์มตัวอย่าง"ทางรอดชาวบ้านหลังเขาจากพระราชดำรัสมีแต่"กำไรแผ่นดิน"

02 ส.ค. 2553

"อย่ามาพูดเรื่องกำไรขาดทุนกับฉันนะ ฉันต้องการให้คนจนมีงานทำมากๆ ขาดทุนของฉันคือกำไรของแผ่นดิน” และทรงสั่งสอนต่ออีกว่า “การที่ทำให้คนยากจนในชุมชนนั้นๆ มีงานทำ พวกเขามีรายได้ มีเงินเลี้ยงครอบครัว ไม่ต้องไปเป็นโจร ไม่ต้องไปเป็นขโมย ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับยาเ

ก็มีความสุข มีความสงบสุข ประเทศชาติก็มีความสุข มีความสงบ นี่แหละคือกำไรของแผ่นดิน" พระราชดำรัสความตอนหนึ่งที่พระราชทานแก่ พล.อ.ณพล บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และนายสหัส บุญญาวิวัฒน์ ผู้ช่วยเลขาธิการพระราชวัง ถึงวัตถุประสงค์หลักในการจัดทำโครงการฟาร์มตัวอย่าง เมื่อหลายปีก่อน

 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 78 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม 2553 สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ในฐานะหน่วยงานกลางในการประสานงานและสนับสนุนการดำเนินงานในการสนองพระราชดำริให้ปรากฏผลอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์สุขต่อประชาชน จึงได้กำหนดจัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรเยี่ยมชมความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ในหลายพื้นที่ของ จ.เชียงใหม่ เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ภายใต้โครงการ "สื่อศิลปิน รวมใจ ถวายในหลวง" ครั้งที่ 2

 "เฉพาะเรื่องน้ำอย่างเดียวที่เชียงใหม่มีกว่า 400 โครงการ มีอยู่ทุกอำเภอจากทั้งหมด 25 อำเภอ โดยโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้นจะยึด 3 ประเด็นหลัก คือ ป่าดี น้ำดี และอาชีพดี เมื่อมีทั้ง 3 อย่างนี้แล้ว ประชาชนก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี" สุวัฒน์ เทพอารักษ์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) กล่าวระหว่างนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่

 โดยจุดแรกเป็นโครงการเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ตั้งอยู่ที่ ต.ช่อแล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2528 สามารถเก็บกักน้ำได้สูงสุด 293 ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้ประโยชน์ในพื้นที่เกษตรกรรมครอบคลุมเนื้อที่กว่า 25,026 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวนาปี 19,300 ไร่ นาปรัง 10,360 ไร่ สวนผลไม้ 4,537 ไร่ และบ่อปลา 251 ไร่ นอกจากนี้ยังส่งน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศในลำน้ำแม่งัดด้านท้ายเขื่อนผ่านโรงจักรไฟฟ้าประมาณ 15 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

 จากนั้นจึงได้ไปเยี่ยมชมกิจกรรมในโครงการฟาร์มตัวอย่างแม่ตุงติง ต.แม่สาบ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ซึ่งได้จัดทำขึ้นมาตั้งแต่ปี 2541 เมื่อครั้งที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร ณ ป่าต้นน้ำห้วยแม่ตุงติง จึงมีพระราชดำริให้หน่วยงานร่วมโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิงจัดตั้งโครงการฟาร์มตัวอย่างและศูนย์ฝึกทอผ้าศิลปาชีพบ้านแม่ตุงติงขึ้น

 โดยจัดหาพื้นที่เสื่อมโทรมเพื่อให้ราษฎรฝึกอบรมอาชีพการเกษตร ทอผ้า และปศุสัตว์ มีการปลูกไม้ใช้สอยต่างๆ และให้จัดจ้างแรงงานจากราษฎรยากจนในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียง ตลอดจนให้จัดตั้งธนาคารข้าวและที่เก็บกักน้ำฝน โดยทรงมอบให้กองทัพภาคที่ 3 เป็นผู้ดำเนินการจัดตั้งฟาร์มตัวอย่าง และให้มีนักเกษตรในพระองค์จากสำนักพระราชวังเป็นผู้ดูแลการปฏิบัติงานในพื้นที่ ตลอดจนการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง

 "ความพอเพียงของพระองค์ไม่ใช่แค่พออยู่พอกิน แต่ต้องมีเงินเก็บพอที่จะส่งลูกส่งหลานเรียนหนังสือด้วย คือมีงานทำในฟาร์มแล้วต้องมีค่าจ้างที่ดีด้วย ส่วนแรงงานก็จะเป็นผู้เฒ่าผู้แก่และเด็ก เพราะคนหนุ่มสาวไม่ค่อยได้อยู่ในพื้นที่หรอก ส่วนใหญ่จะไปทำงานในเมือง พระองค์มีพระราชประสงค์ให้คนกลุ่มได้มีงานทำ มีรายได้ด้วย"

 จรูญ อิ่มเอิบสิน ผู้แทนสำนักพระราชวัง กล่าวถึงการบริหารจัดการฟาร์มตัวอย่างแม่ตุงติงตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 แห่งแรกที่เกิดขึ้น โดยความร่วมมือของชาวบ้านเอง เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปมอบรางวัลธงพิทักษ์ป่า เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2540 โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ เป็นที่จ้างงานในพื้นที่ เป็นโรงเรียนสอนอาชีพและเป็นแหล่งอาหารของชุมชน ซึ่งหลักการนี้ใช้กับโครงการฟาร์มตัวอย่างทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั้งสิ้น 57 โครงการ

 จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ทำให้ราษฎรในพื้นที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเข้ามาทำงานในฟาร์ม ซึ่งแรงงานนั้นจะเป็นชาวบ้านทั้งในพื้นที่โครงการและพื้นที่ใกล้เคียงอีก 5 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านแม่ตุงติง บ้านปางเติม บ้านห้วยกล่ำ บ้านทุ่งยาว และบ้านขุนสาบ จำนวน 150 คน โดยใน 1-5 ปีแรกจ้างปีละ 150 คน จากนั้นก็ลดเหลือปีละ 50 คน เนื่องจากชาวบ้านที่เป็นลูกจ้างของฟาร์มบางส่วนได้ออกไปขยายผลในพื้นที่ของตัวเองจนประสบความสำเร็จ

 นี่เป็นเพียงตัวอย่างความสำเร็จของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอีกนับร้อยโครงการที่ช่วยชาวบ้านในถิ่นทุรกันดารและขาดโอกาส ได้มีงานทำ มีรายได้ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

"แม่ตุงติง"ตัวอย่างความสำเร็จ

 เกียรติพันธ์ แสงคำกุล นักเกษตรในพระองค์ ผู้จัดการโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริแม่ตุงติง ต.แม่สาบ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ กล่าวถึงการดำเนินกิจกรรมในฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริบ้านแม่ตุงติงว่า ขณะนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มงานหลัก คือ กลุ่มงานด้านการเกษตรและกลุ่มงานด้านอาชีพ ซึ่งแต่ละกลุ่มงานจะได้รับความร่วมมือจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินงานตามพระราชดำรัส อาทิ แผนงานส่งเสริมงานปศุสัตว์ โดยสำนักงานปศุสัตว์เชียงใหม่ทำการสาธิตการเลี้ยงสัตว์ประเภทต่างๆ เช่น ไก่พันธุ์พื้นเมือง ไก่ฟ้าหลวง ไก่งวง เป็ดอี้เหลียง ห่าน นกกระทา แกะขนกระต่ายเนื้อ และหมูจินหัวพันธุ์ผสม เป็นต้น

 เกียรติพันธ์เปิดเผยต่อว่า ส่วนแผนงานส่งเสริมการเลี้ยงหมูป่านั้น หน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ 32 ได้ขยายพันธุ์ให้ราษฎรนำไปเลี้ยงและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ แผนงานฟื้นฟูอนุรักษ์ป่าไม้และเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า โดยสำนักบริหารจัดการในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 16 ส่งเสริมให้ราษฎรนำพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ เช่น ประดู่ มะค่าโมง โมกมัน สะเดา ขึ้เหล็กบ้าน ตะเพียนทอง ฯลฯ ไปปลูกเพื่อการขยายพื้นที่ป่าจำนวน 20 ไร่ มีการส่งเสริมปลูกพืชสมุนไพรเพื่อให้ราษฎรในพื้นที่นำไปปลูกที่บ้านและแปรรูปเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ มีการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจำพวกเก้ง เนื้อทราย กระต่ายป่า และไก่ป่าตุ้มหูแดง เพื่อปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติ

 นอกจากนี้ยังมีแผนงานศิลปาชีพ โดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 เชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน อ.สะเมิง ได้ฝึกอบรมการทอผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้าตีนจก ผ้าลายศตวรรษ การปักผ้าด้วยลวดลายต่างๆ และการแกะสลักไม้ โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้จะส่งให้แก่กองศิลปาชีพ สำนักพระราชวัง นอกจากนั้นกลุ่มสมาชิกยังได้รับพระราชทานเงินจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จำนวน 3 แสนบาท เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนแก่กลุ่มอีกด้วย

สุรัตน์ อัตตะ