ไลฟ์สไตล์

ยืมมือโซเชียลมีเดียเสริมภาพลักษณ์ดึงนักท่องเที่ยว

ยืมมือโซเชียลมีเดียเสริมภาพลักษณ์ดึงนักท่องเที่ยว

01 ส.ค. 2553

จากวิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐที่ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกเมื่อช่วงต้นปี 2552 ผสานกับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ปิดฉากด้วยโศกนาฏกรรมราวกับหนังสงคราม จนนักท่องเที่ยวขี้หดตดหาย ไม่กล้าเดินทางเข้าไทย

 นี่แหละที่เขาเรียกว่า วิกฤติ

 ขึ้นอยู่ว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะมองหาโอกาส ลู่ทาง ช่องทางชักชวนและเกลี้ยกล่อมชาวต่างชาติให้เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยได้อย่างไร

 นอกจากออกเดินสายและร่วมจัดงานสร้างศาลาไทยกับ เวิลด์ เอ็กซ์โป 2010 ที่เซี่ยงไฮ้แล้ว เครื่องมือต้นทุนต่ำแต่ได้ผลซึ่งหลายธุรกิจนำมาใช้ทำการตลาดคือ โซเชียลมีเดีย อย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ รวมถึงยูทูบ
 
 ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  มองว่า โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการสื่อสารที่เข้าถึงนักท่องเที่ยว และเป็นสื่อที่สามารถสื่อสารโต้ตอบได้ทันทีทันใด

 กอปรกับนักท่องเที่ยวทั่วโลกนิยมหาข้อมูล เขียนบล็อก เว็บบอร์ด อัพรูปขึ้นบล็อก ผ่านสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียกันอย่างคึกคัก หลายประเทศเริ่มหันมาให้น้ำหนักกับการตลาดออนไลน์เหมือนกันทำให้ไทยเราก็ต้องเร่งเครื่องจี้

 ททท.ไปปรากฏตัวอยู่ในโซเชียลมีเดียตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว บนทวิตเตอร์โดยใช้ชื่อ @ThailandFanClub สื่อสารกับคนต่างประเทศ และสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยจะใช้ชื่อ @Go2Thailand และ ททท.ยังมีเฟซบุ๊กโดยใช้ชื่อ Facebook.com/AmazingThailand

 หลังจากขลุกวงในอยู่กับโซเชียลมีเดียมา 10 เดือน ททท.มีคนติดตามเฟซบุ๊กกว่า 69,366 ราย จาก 2,544 รายในช่วงเดือนแรก และมีผู้ติดตาม (Follower) ในทวิตเตอร์ 11,089 ราย จาก 811 รายในช่วงเดือนแรก

 “เฟซบุ๊ก เราเป็นอันดับ 1 ด้านแฟนเพจด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทย และเป็นอันดับ 1 แฟนเพจด้านการท่องเที่ยวในเอเชีย ที่สำคัญมีจำนวนแฟนประเภทองค์กรการท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 2 ของโลก และคาดว่าจะมีแฟนและผู้ติดตามมากกว่า 1 แสนคน และมีจำนวนแฟนประเภทองค์กรการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก ภายในสิ้นปีนี้” โต้โผท่องเที่ยวออนไลน์บอก

 จุดแข็งอีกปัจจัยที่ทำให้หน้าเพจ ททท. สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ คือการเปิดฟอรั่มให้ผู้ใช้ หรือแฟนๆ มาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยมี “น้องสุขใจ” เป็นผู้คอยดูแล ตอบข้อซักถาม พร้อมทีมงานทำหน้าที่ตรวจสอบ กลั่นกรองข้อมูลต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

 ส่วนใหญ่ผู้ใช้แสดงความเห็นและให้ข้อมูลเชิงบวกต่อการท่องเที่ยวของไทย แต่ก็มีข้อความเชิงลบให้เห็นอยู่เรื่อยๆ จนทีมงานต้องเข้าไปชี้แจง ไม่ลบข้อความทิ้ง แต่เป็นการให้ข้อมูล อธิบาย หรือเสนอแนวทางแก้ไข เพื่อให้เข้าใจและมองประเทศไทยในแง่ที่ดีขึ้น

 นายธนพงศ์พรรณ ธัญญรัตตกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ทู ทรี เปอร์สเปกทีฟ จำกัด ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับการสื่อสารทั้งในสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียให้แก่ ททท. กล่าวว่า โซเชียลมีเดียเป็นสื่อหลักสำหรับไลฟ์สไตล์ของคนสมัยใหม่ โดยเริ่มจากเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารและการทำงาน จนกลายเป็นแฟชั่น และกำลังขยายกลุ่มผู้ใช้ในวงกว้าง เห็นได้จากจำนวนผู้ใช้และการใช้ นิวมีเดียและโซเชียลมีเดียที่เพิ่มขึ้นอย่างมากและต่อเนื่อง

 เพื่อรับกระแสฮิตแอพพลิเคชั่น ทู ทรี เปอร์สเปกทีฟ ได้พัฒนาแพลตฟอร์มแอพพลิเคชั่นอีก 2 แพลตฟอร์ม คือ Shoppening เครื่องมือผสมระหว่างคู่มือโปรโมชั่นในการช็อปปิ้ง คูปองบนมือถือ และเครือข่ายทางสังคมใช้งานได้ทั้งบนเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ให้นักช็อปสามารถประหยัดได้ด้วยการได้รับส่วนลด สิทธิพิเศษต่างๆ และแนะนำให้เพื่อนผ่านทางเครื่องมือและเครือข่ายทางสังคม

 WiKalenda เป็นเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับงานอีเวนท์ (Event) และการท่องเที่ยว (Travel) ในประเทศไทย โดยมีระบบค้นหาข้อมูลและระบบแนะนําสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อช่วยนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศ ซึ่งพัฒนาภายใต้แนวคิดเว็บ 2.0 และใช้เครื่องมือของ โซเชียลเน็ตเวิร์กเพื่อโปรโมทงานอีเวนท์และสถานที่ท่องเที่ยวสําหรับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเจ้าของธุรกิจ

 “สองแพลตฟอร์มแอพพลิเคชั่น ส่วนหนึ่งจะต่อยอดในเชิงการท่องเที่ยว และเรามีแผนที่จะต่อยอดไปยังประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย เพื่อขยายตลาดให้กว้างขึ้นในระดับภูมิภาค” นายธนพงศ์พรรณ ตั้งเป้าหมาย

สาลินีย์ ทับพิลา