ไลฟ์สไตล์

ทีมวงฮอร์นว.ดุริยางฯมหิดลคว้าที่หนึ่งระดับโลก

ทีมวงฮอร์นว.ดุริยางฯมหิดลคว้าที่หนึ่งระดับโลก

30 ก.ค. 2553

ทีมวงฮอร์นจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดลคว้าอันดับ 1 ในงาน International Horn Symposium ครั้งที่ 42ที่ประเทศออสเตรเลียโค่นออสเตรเลีย-ญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่ด้านดนตรีได้สำเร็จ

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2553 รศ.ดร.สุกรี  เจริญสุข  คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล  เปิดเผยว่า ตามที่วิทยาลัยฯได้จัดส่งตัวแทนเยาวชนไทยไปเข้าร่วมการแข่งขันในงาน International Horn Symposium ครั้งที่ 42 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 - 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ณ วิทยาลัยดนต รีQueensland Conservatory เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลียนั้น ผลปรากฎว่า  วงดนตรี Horn Pure ตัวแทนเยาวชนไทยที่ประกอบด้วยนางสาวพัชรินทร์ แซ่เฮง ม. 6 นายณัฏฐพณฑ์ ขาสัก  ม. 6 นายธนภัค พูนพล ปี 1 นายชาติวุฒิ สุประดิษฐ์ ปี 1 นายฉัฐวัชร์ เอื้อมเก็บ ปี 2  นางสาวนวพร กังสาภิวัฒน์ ปี 2  นายสิบเรศ พึ่งผล ปี 3  และนายฐากูร เติมสิริทิพรัตน์ ปี 6  โดยมี Dr.Daren Robbins แห่งวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ฝึกสอนสามารถคว้ารางวัลที่ 1 ในการแข่งขันครั้งนี้  

 "เด็กไทยทั้ง 8 คน เล่นเครื่องดนตรีเฟรนช์ฮอร์น ได้รับชัยชนะเหนือวงฮอร์นจากประเทศยักษ์ใหญ่ด้านดนตรีอย่างออสเตรเลียและญี่ปุ่น โดยที่บางวงเป็นเด็กนักเรียนจากโรงเรียนดนตรีดังๆ บางวงก็มีนักศึกษาปริญญาโทที่ทำงานเต็มเวลาแล้วมาร่วมเล่นด้วย เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลงแล้วกรรมการท่านหนึ่งได้ให้ความเห็นว่าเป็นการง่ายที่จะตัดสินให้เด็กไทยได้รับรางวัลเพราะพวกเขามีความสามารถจริงๆ   และหลังการแข่งขัน วง Horn Pure ได้รับเกียรติให้ออกแสดงคอนเสิร์ตโชว์เพิ่มเติมอีกถึง 4 ครั้ง" รศ.ดร.สุกรี กล่าว

   Dr.John Ericson ศาสตราจารย์ทางฮอร์นแห่งมหาวิทยาลัยแห่งรัฐอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การแสดงของเด็กไทยเป็นการแสดงที่ดึงความสนใจผู้ชมไปหมด  ซึ่งเด็กไทยยกระดับมาตรฐานการเล่นวงฮอร์นในระดับมหาวิทยาลัย และแสดงได้ประทับใจมาก  จึงไม่น่าสงสัยเลยว่าเหตุใดจึงชนะการแข่งขัน

  “ผมอยากชมการแสดงของนักเรียนกลุ่มนี้อีก ในการเดินทางไปประกวดในครั้งนี้ นักศึกษากลุ่มนี้ได้รับโอกาสที่ดียิ่งที่ได้ตักตวงความรู้จากการสัมมนา เมื่อจบงาน ไม่มีใครที่ไม่รู้จักพวกเขา หรือไม่ได้ชมการแสดงของพวกเขา และสิ่งที่ตามมาก็คือ ทุกคนประทับใจกับศักยภาพเด็กไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก"  Dr.John กล่าว