
พระบรมฯรับสั่งมวยไทยสมบัติชาติช่วยสืบสาน
สมเด็จพระบรมฯ รับสั่งมวยไทยสมบัติชาติให้ทุกคนช่วยสืบสาน ด้านวธ.ประกาศขึ้นทะเบียนร่วม 25 รายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ป้องสูญหายพร้อมเก็บข้อมูลใช้ประโยชน์ อนุรักษ์-ต่อยอดสร้างรายได้ สวช. คัดมรดก 8 พันรายการ เล็งขึ้นทะเบียนเพิ่มปี 54
เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานในพิธีประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี 2553 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) ได้ประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี 2553 ใน 4 สาขา 25 รายการ ดังนี้
สาขาศิลปะการแสดง 6 รายการ ได้แก่ ปี่พาทย์ ละครใน หุ่นกระบอก ลิเกทรงเครื่อง รำเพลงช้า-เพลงเร็ว แม่ท่ายักษ์-ลิง สาขางานช่างฝีมือดั้งเดิม 3 รายการ ได้แก่ ผ้ายก ผ้ามัดหมี่ การปั้นหล่อพระพุทธรูป สาขาวรรณกรรมพื้นบ้าน 15 รายการ แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทนิทาน ศรีธนญชัย,สังข์ทอง,ขุนช้างขุนแผน ประเภทตำนาน พระแก้วมรกต, พระเจ้าห้าพระองค์, ดาวลูกไก่, พระเจ้าเลียบโลก, พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช, พระพุทธสิหิงค์, พญาคันคาก ประเภทบทสวดหรือบทกล่าวในพิธีกรรม ได้แก่ บททำขวัญข้าว บททำขวัญนาค บททำขวัญควาย ประเภทตำรา ได้แก่ ตำราแมวไทย ตำราเลขยันต์ และสาขากีฬาภูมิปัญญาไทย 1 รายการ ได้แก่ มวยไทย
นายวีระ กล่าวต่อว่า การขึ้นทะเบียนครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในด้านการใช้ฐานข้อมูลมรดกทางภูมิปัญญาในอาณาเขตของประเทศไทย เมื่อขึ้นทะเบียนแล้วก็จะทำให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาติได้รับการดูแลรักษาคุ้มครองป้องกันไม่ให้สูญหาย อีกทั้งจะสามารถนำข้อมูลต่างๆ ของมรดกทางภูมิปัญญาไปต่อยอดพัฒนาเป็นสินค้าสร้างรายได้ และแม้ว่าจะไม่มีข้อจำกัดทางด้านลิขสิทธิ์ แต่ก็ถือเป็นการประกาศศักดิ์ศรีของประเทศ ช่วยสร้างความภูมิใจให้กับคนในชาติ ตลอดจนเป็นเส้นทางนำไปสู่การเข้าเป็นภาคีด้านมรดกวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้กับยูเนสโกต่อไป และเร็วๆ นี้กำลังเตรียมผลักดันการเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการพิทักษ์รักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เพื่อการปกป้องคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมไทย
นายสมชาย เสียงหลาย เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) กล่าวว่า สวช.กำลังจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมแต่ละสาขา ที่ขณะนี้มีอยู่จำนวนกว่า 8,000 รายการ กำลังรอการพิจารณาเพื่อผลักดันให้มีการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมต่อไป ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าจะพิจารณาการขึ้นทะเบียนในส่วนของสาขาช่างปั้นฝีมือดั้งเดิม เนื่องจากพบปัญหาการขาดแคลนองค์ความรู้เกี่ยวกับช่างฝีมือในสาขาดังกล่าว นอกจากนี้ สวช. ยังเตรียมขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมเพิ่มอีก 2 สาขา ในปี 2554 ได้แก่ สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม งานเทศกาล และสาขาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล
ด้าน ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ เลขาธิการสภามวยไทยโลก กล่าวว่า จากที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา พระองค์รับสั่งเกี่ยวกับการอนุรักษ์มวยไทยเอาไว้ว่า มวยไทยเป็นสมบัติของชาติไทย ประสงค์ให้คนไทยที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนได้ช่วยกันอนุรักษ์และสืบสาน โดยพระองค์พร้อมที่จะให้การสนับสนุน อย่างไรก็ตามตนมองว่า การประกาศขึ้นทะเบียนมวยไทยในสาขากีฬาภูมิปัญญาไทยถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะช่วยให้ผู้ที่สนใจศิลปะมวยไทยได้รับทราบว่าประเทศไทยเป็นต้นตำรับมวยไทย ดังนั้นหากอยากเรียนมวยไทยแท้จะต้องมาเรียนที่เมืองไทยเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันการลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือประยุกต์ มวยไทย โดยผู้นำไปใช้จะไม่สามารถใช้ชื่อเรียกว่ามวยไทยได้



