ไลฟ์สไตล์

ปฏิรูประบบบริการสุขภาพประเด็นถกเวทีรมว.สธ.อาเซียน

ปฏิรูประบบบริการสุขภาพประเด็นถกเวทีรมว.สธ.อาเซียน

30 ก.ค. 2553

ความพิเศษในการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอาเซียน ครั้งที่ 10 จัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 22-23 กรกฎาคม 2553 คือ การหยิบยกประเด็นการปฏิรูประบบบริการสุขภาพของภูมิภาคอาเซียนมาหารือร่วมกัน

 โดยเฉพาะแนวทางการทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการการรักษาพยาบาลและส่งเสริมสุขภาพ เนื่องจากการประชุมที่ผ่านมาไม่ได้มีการมุ่งเน้นในเรื่องเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการควบคุม ป้องกันโรคระบาด แต่รอบปีที่ผ่านมาใน 10 ประเทศอาเซียนไม่มีโรคระบาดที่จะต้องควบคุมร่วมกันเป็นพิเศษ 

 ประเทศไทยมีตัวเลขประชาชนเข้าถึงบริการการรักษาพยาบาลมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เฉพาะสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทอง มีผู้อยู่ในสิทธิถึง 47 ล้านคน ถือเป็นระบบใหญ่ที่สุดของประเทศ มากกว่าประชาชนในสิทธิประกันสังคมและสิทธิสวัสดิการข้าราชการ และเป็นประเทศเดียวในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ให้บริการรักษาฟรีแก่ประชาชน ขณะที่ประเทศอื่นในอาเซียนล้วนใช้ระบบให้ประชาชนร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งสิ้น

 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) จึงได้นำเสนอแนวทางการเข้าถึงบริการและการส่งเสริมสุขภาพของประเทศไทยในเชิงรูปธรรม 9 ประเด็นหลัก อาทิ การเพิ่มงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวสำหรับผู้ป่วยบัตรทองจาก 2,401 บาทต่อคนต่อปี เป็น 2,546 บาทต่อคนต่อปีในปี 2554, การรักษาพยาบาลฟรีในโรคสำคัญที่มีค่าใช้จ่ายสูง อาทิ โรคเอดส์ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และจิตเวช, หญิงตั้งครรภ์ทั่วประเทศ จะได้รับสารไอโอดีนครบถ้วน, เด็กตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลไปจนถึงประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 ได้รับบริการนมโรงเรียนฟรี และยกระดับสถานีอนามัยประมาณ 1 หมื่นแห่งเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) ภายในปี 2554 ที่จะเป็นการสะท้อนถึงการให้ความสำคัญในส่วนของการส่งเสริมสุขภาพ และการเพิ่มการเข้าถึงบริการของประชาชน เป็นต้น ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากคณะกรรมการอาเซียนว่าประเทศไทยมีความก้าวหน้าอย่างชัดเจน

 ในส่วนของสิงคโปร์ประเทศเจ้าภาพ เน้นเรื่องการส่งเสริมสุขภาพประชาชนเป็นหลัก เห็นได้จากการให้บริการฟรีในเรื่องของการส่งเสริมสุขภาพ โดยมีคณะกรรมการส่งเสริมสุขภาพรับผิดชอบ ขณะที่การรักษาพยาบาลไม่ฟรี ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมจ่ายกับรัฐบาลตามอัตรารายได้ของแต่ละคน  ทำให้มีงบประมาณหมุนเวียนให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้มากขึ้น อีกทั้งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนสิงคโปร์ต้องดูแลสุขภาพของตนเองให้ปราศจากโรคให้มากที่สุด 

 การให้ประชากรอาเซียนเข้าถึงบริการการรักษาพยาบาล ดูจะไม่เพียงแต่การรักษาพยาบาลตามแนวทางแพทย์แผนปัจจุบันเท่านั้น เนื่องจากการหารือร่วมกับประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ในลักษณะ "รมว.สาธารณสุขอาเซียน+3" มีประเด็นการรักษาแบบแพทย์พื้นบ้านด้วย โดยจีนได้เสนอตัวยินดีจะถ่ายทอดความรู้เรื่องการแพทย์แผนจีนให้แก่ประเทศอาเซียน เช่นเดียวกับญี่ปุ่นและเกาหลีที่พร้อมจะถ่ายทอดการแพทย์แผนญี่ปุ่นและเกาหลีเช่นเดียวกัน เพื่อเป็นการแพทย์ทางเลือกให้แก่ประเทศอาเซียนที่มีแพทย์พื้นบ้านของตนเองอยู่แล้ว เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม และไทย   

 อีกหนึ่งช่องทางที่จะทำให้ประชาชนอาเซียนได้เข้าถึงบริการมากขึ้น ได้แก่ การที่ที่ประชุมผู้บริหารระดับสูงด้านสาธารณสุขของประเทศอาเซียนมีการหารือเพื่อขยายความร่วมมือไปยังประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย ซึ่งที่ประชุมรมว.สาธารณสุขอาเซียนให้การสนับสนุน โดย "นพ.อภิชัย มงคล ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข" หนึ่งในตัวแทนกระทรวงสาธารณสุขไทยที่ร่วมเตรียมการประชุม ให้ความเห็นว่า การขยายความร่วมมือไปยังประเทศทั้งสามเนื่องจากมีองค์ความรู้ด้านระบบสุขภาพที่ดี จะเป็นประโยชน์ให้ประเทศในกลุ่มอาเซียนนำมาปรับใช้

 "ประเทศออสเตรเลียมีระบบสุขภาพที่ก้าวหน้าเกือบที่สุดในโลก และที่ผ่านมาออสเตรเลียได้ให้ความช่วยเหลือกลุ่มประเทศอาเซียนทั้งในเรื่องความรู้และเงินมาโดยตลอด บวกกับนโยบายของประเทศต้องการที่จะส่งออกความรู้และช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ประเทศอินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเทคโนโลยีการผลิตยาที่ทันสมัย สามารถผลิตยาได้ในราคาที่ไม่แพง ซึ่งประเทศไทยแม้จะผลิตยาได้เอง แต่ยังต้องซื้อยาบางส่วนจากอินเดียและจีน" นพ.อภิชัยกล่าว 

 หลังการประชุมสิ่งที่น่าขบคิดยิ่งสำหรับประเทศไทย คือ การให้บริการรักษาฟรีแก่ประชาชนที่มีเพียงประเทศเดียวในอาเซียน เป็นแนวทางการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพและการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุดจริงหรือ ในเมื่องบประมาณเหมาจ่ายรายหัวที่รัฐบาลจะต้องจัดสรรให้แก่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)งอกขึ้นทุกปี จากปีแรกจำนวนราว 1,202 บาทต่อคนต่อปี เป็น 2,546 บาทต่อคนต่อปีในปี 2554 

 จำเป็นหรือไม่ที่ประเทศไทยจะต้องทบทวนเชิงนโยบาย ให้ประชาชน "มีส่วนร่วม" จ่ายค่ารักษาพยาบาลของตนเอง ตามความเหมาะสม 

  0พวงชมพู ประเสริฐ0 รายงาน