ไลฟ์สไตล์

ชวนทะเลาะบนรถเมล์

ชวนทะเลาะบนรถเมล์

30 ก.ค. 2553

ดิฉันขึ้นรถเมล์สีแดง (รถฟรี ) สาย 114 เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เวลาบ่ายโมงเศษๆ จากเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ไปลงป้ายห้างพันธุ์ทิพย์ มีคนขึ้นพอสมควร เมื่อรถเริ่มออกจากป้ายไปเล็กน้อย ดิฉันรู้สึกเหมือนถูกกระแทกที่กระเป๋าซึ่งสะพายอยู่

 ด้วยความที่ดิฉันมีประสบการณ์ถูกกรีดกระเป๋ามา 2 ครั้ง จึงรู้สึกระแวงและรีบเบี่ยงกระเป๋าที่อยู่ไหล่ขวามาไว้ด้านหน้า และมองไปข้างๆ พบผู้หญิงรูปร่างสันทัด อายุประมาณ 40 ปีเศษ ที่มือขวาเขากำลังขยับเหมือนกำลังซ่อนบางอย่างไว้และเขาเห็นด้วยว่าสายตาดิฉันมองที่มือเขาอยู่ ขณะนั้นดิฉันรู้สึกกลัวว่าเขาจะมีขวดใส่ยาที่ป้ายลำตัวและแขนแล้วจะมึนงง จึงเดินมาทางประตูรถ เพราะคิดว่าเดี๋ยวจะลงแล้ว แต่คิดผิด ผู้หญิงคนนั้นเดินตามมายืนใกล้ๆ และมีผู้หญิงรูปร่างสูงใหญ่ อายุประมาณ 30-40 ปีอีกคน เดินเข้ามายืนอีกข้างในลักษณะประกบดิฉันไว้
 จากนั้นผู้หญิง 2 คนนี้ก็พูดเสียงดังประมาณว่ากำลังทะเลาะกับดิฉันเรื่องชนดิฉันบนรถเมล์ และว่าถ้าดิฉันไม่ต้องการให้ใครมาชนก็ไปขึ้นรถแท็กซี่ไม่ต้องมาขึ้นรถเมล์ และแกล้งเหยียบเท้าดิฉันด้วย ดิฉันเริ่มคิดว่าไม่ปลอดภัย จึงกอดกระเป๋าไว้แน่น เมื่อรถเข้าป้ายและประตูเปิด ขณะดิฉันกำลังจะลง ก็รู้สึกว่าถูกตีที่ศีรษะ 1 ครั้ง เมื่อลงจากรถเมล์ผู้หญิง 2 คนนั้นก็ตามลงมายืนรุมว่าดิฉันลักษณะชวนทะเลาะ แต่ดิฉันตัดสินใจเดินหนีไปจากบริเวณนั้นให้เร็วที่สุด
 พอมาเล่าให้คนที่บ้านฟังว่าเจออะไรมา ทุกคนสรุปว่าพฤติกรรมเป็นการทำงานเป็นทีม และถ้าดิฉันทะเลาะด้วย คนอื่นๆ จะมองเป็นการทะเลาะวิวาทและในช่วงชุลมุนแก๊งนี้ก็จะกระชากกระเป๋าหนีไป
 ดิฉันขอเสนอแนะว่า ถ้าเจอแบบนี้ให้ตะโกนบอกคนขับรถเมล์หรือกระเป๋ารถที่อยู่ว่างๆ ไม่ต้องเดินเก็บเงิน บอกให้จอดรถตรงที่มีตำรวจอยู่ และแจ้งตำรวจว่ามีการทะเลาะวิวาทในรถ คนพวกนี้จะกลัวการไปโรงพักเพราะมีของกลาง คือ มีดที่ใช้กรีดกระเป๋าอยู่ในตัว
 แก๊งพวกนี้อาศัยการที่มีคนขึ้นเยอะ รถแน่น มาเป็นโอกาสในการปล้นทรัพย์สินเงินทองของผู้อื่น เรื่องราวนี้ถือเป็นอุทธาหรณ์ให้คนอื่นๆ ระมัดระวังไม่ให้สูญเสียทรัพย์สินที่หามาด้วยความเหนื่อยยากให้กับขยะสังคมพวกนี้
ฤทัยวัลคุ์