
พระลูกวัดดุสิดารามหวั่นออกพรรษาไร้วัดอยู่
เจ้าอาวาสวัดดุสิดารามแจงเหตุไล่พระลูกวัดเปรียญ 9 สองรูปออกจากวัด เผยตรวจสอบแล้วพบว่าผิดจริงที่ใช้คำนำหน้า "นาย" ขณะบวชเป็นพระ แถมเคยมีคดียักยอกเงินวัดอีกเรื่อง ส่วนพระอีกรูปมีพฤติการณ์ก้าวร้าวรุนแรง ยันไม่คิดกลั่นแกล้ง ระบุมีความผิดแต่ยอมให้จำวัดอีกหนึ่ง
ความคืบหน้าเหตุการณ์ชาวบ้านในชุมชนวัดดุสิดาราม แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย รวมตัวกันประท้วงพระราชวรมุนี เจ้าอาวาสวัดดุสิดาราม เนื่องจากไม่พอใจที่พระราชวรมุนีออกคำสั่งขับไล่พระมหาพีระพัฒน์ กมโล อายุ 38 ปี และพระมหาปราโมทย์ วิริยธมโม อายุ 37 ปี พระลูกวัดออกจากวัดในช่วงวันเข้าพรรษา โดยพระทั้งสองรูปยืนกรานจะไม่ไปจำพรรษาที่วัดอื่นอย่างแน่นอน เนื่องจากถูกกลั่นแกล้งด้วยความไม่เป็นธรรม
ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พระราชวรมุนี เจ้าอาวาสวัดดุสิดาราม กล่าวชี้แจงว่า คำสั่งให้พระมหาพีระพัฒน์ย้ายไปจำพรรษาที่วัดอื่นนั้น เป็นคำสั่งที่มาจากทางเจ้าคณะจังหวัดให้สอบสวนและดำเนินการ โดยก่อนหน้านี้พระรูปดังกล่าวเคยตกลงย้ายวัดที่จะจำพรรษาไปที่วัดดาวดึงษ์แล้ว ส่วนเรื่องที่พระมหาพีระพัฒน์ กล่าวอ้างว่า สาเหตุที่ถูกให้ออกจากวัดเป็นเพราะใช้คำนำหน้าชื่อว่านาย และแต่งกายเป็นฆราวาสในการถ่ายรูปติดใบทรานสคริปต์ ขณะเข้าศึกษาที่คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครนั้น จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครพบว่า พระมหาพีระพัฒน์ใช้ชื่อว่านายกมล โตพฤกษาจริง และแม้จะไม่เคยถ่ายภาพในชุดฆราวาสแต่ก็มีความพอใจ อีกทั้งไม่ได้ทักท้วงในภาพตัดต่อดังกล่าวแต่อย่างใด
"ส่วนการสอบสวนได้แล้วเสร็จเมื่อใกล้วันเข้าพรรษาแล้ว แต่พระมหาพีระพัฒน์เปลี่ยนใจไม่ยอมย้ายที่จำพรรษา ขณะที่พระมหาปราโมทย์ พระอีกรูปที่เข้ามาช่วยทักท้วง แต่มีพฤติการณ์ก้าวร้าว จึงเป็นการไม่เหมาะสม ทั้งนี้แม้พระมหาปราโมทย์จะอาศัยอยู่ที่วัดดุสิดารามมาหลายปี แต่ไม่ได้อยู่ในสังกัดวัดดุสิดารามแต่เป็นวัดใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่ง ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เจ้าอาวาสมีอำนาจสั่งให้ย้ายออกจากวัด เนื่องจากพฤติการณ์ก้าวร้าว" พระราชวรมุนีกล่าว
พระราชวรมุนียืนยันว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง แต่เป็นการดำเนินการตามวินัยสงฆ์ อีกทั้งก่อนหน้านี้พระมหาพีระพัฒน์มีคดียักยอกเงินวัด แต่ยังสอบสวนไม่เสร็จสิ้นอยู่ด้วย โดยคำสั่งให้ย้ายวัดนั้นเป็นการลงโทษสถานเบาแล้ว ส่วนชาวบ้านที่มาคัดค้านก็มาชุมนุมเพียง 30 คน และไม่ใช่การประท้วง แต่เป็นการเจรจาอย่างนุ่มนวลเพื่อช่วยเหลือพระทั้งสองรูป ซึ่งการเจรจาเป็นช่วงเวลาก่อนเข้าพรรษาไม่กี่ชั่วโมง และเมื่อถึงเวลาเข้าพรรษาแล้ว จึงผ่อนผันให้พระทั้งสองรูปจำพรรษาที่วัดดุสิดารามในปีนี้
ด้านพระมหาพีระพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ข้อยุติแล้วว่าได้อธิฐานจำพรรษาที่วัดดุสิตดารามไปก่อนหลังจากที่ออกพรรษาไปแล้วอาตมาก็จะไปจำพรรษาที่วัดอื่นซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะไปอยู่วัดไหน
“อาตมาต้องกราบขอบคุณในเมตตาของท่านเจ้าอาวาสที่ได้ให้อาตมาอธิฐานจำพรรษาณวัดแห่งนี้ ซึ่งข่าวที่เกิดขึ้นก็ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ อาตมารักวัด ศาสนา ไม่ต้องการอยากเป็นข่าวเพราะเราบวชเป็นพระไม่ควรมีเรื่องวุ่นวาย และจริง ๆ แล้วอาตมาอยากให้เรื่องจบ อาตมาเป็นพระลูกวัดเป็นพระชั้นผู้น้อยก็อยากขอคำแนะนำจากพระชั้นผู้ใหญ่และปฎิบัติตามทุกอย่าง อีกทั้งพร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงหากมีการสอบสวนข้อจริงจริง”พระมหาพีระพัฒน์กล่าว



