
เปิดโลกการศึกษามุสลิมตอน: เปิดใจ ร่วมกันพัฒนานร.ไทยในอียิปต์
เหนือสิ่งอื่นใดในการทำงานเป็นกลุ่ม ไม่ว่าจะมาจากกลุ่มเล็ก หรือกลุ่มใหญ่จนกลายเป็นพรรคต่างๆ ล้วนแล้วเริ่มจากความคิดของคนหนึ่งคนแล้วรวมตัวกันเป็นหนึ่งความคิดเพื่อนโยบายเพียงหนึ่งเดียวของกลุ่มหรือพรรคต่างๆ ดังนั้นการที่พรรคหนึ่งๆ
จะทำงานร่วมกับพรรคอื่นให้มีประสิทธิภาพเหนือสิ่งอื่นใดแล้วต้องมีการเปิดใจ เปิดความคิด และเป้าหมายที่พรรคต่างๆ จะดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไทย หรือต่างแดน คือสิ่งสำคัญที่สุด
ชลิต มนิตยากุล คือเอกอัครราชทูตคนใหม่ของไทยที่มาประจำการในประเทศอียิปต์แทนนภดล เทพพิทักษ์ ผู้ซึ่งรักที่จะเห็นสังคมนักศึกษามุสลิมมีความก้าวหน้า เพราะมีต้นทุนศีลธรรมที่มั่นคงอยู่ในหัวใจ เปิดทำเนียบต้อนรับคณะกรรมการบริหาร สมาคมนักเรียนไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ปี 2010 ด้วยความเป็นกันเองเพื่อพูดคุยถึงความต้องการและอุดมการณ์ต่างๆ ที่จะทำในอนาคตเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
"อะไรก็ได้ครับ ที่พวกคุณทำแล้วเป็นประโยชน์กับสังคมนักเรียนไทยทุกคน เป็นหน้าตาสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ และที่สำคัญที่สุดความเป็นปึกแผ่นที่มั่นคงของสังคมไทย อันนี้ผมยินดีและสนับสนุนพร้อมเป็นสื่อกลางให้พวกคุณกับทางราชการ ผมยินดีรับฟังความคิดเห็นความทุกข์ร้อนใจของพวกคุณ หากมีอะไรที่ขัดข้องหรือต้องการก็ติดต่อได้ไม่ต้องเกรงใจ เพราะมันคือหน้าที่ของพวกผมข้าราชการทุกคนอยู่แล้ว” ชลิต กล่าวด้วยความหนักแน่น
บรรยากาศการหารือเป็นไปด้วยดี ธนา มูฮำหมัดซัลลีม นายกสมาคมนักเรียนไทยฯ กล่าวว่า ขอบคุณราชการโดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศที่สนับสนุนสมาคมด้วยดีเสมอมา พร้อมทั้งเสนอว่าอยากให้ท่านทูตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้วางใจและสนับสนุนกิจกรรมของสมาคม เพราะการเรียนศาสนาโดยเฉพาะในต่างประเทศหากไม่มีสมาคมแล้ว คงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงที่สุด
เพราะสมาคมเสมือนเป็นที่ฝึกงานของนักศึกษาไทยในไคโร เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในหน้าที่การงานกลับไปใช้ในอนาคต การทำงานของสมาคมจะดำเนินไปไม่ได้ไกลหรือก้าวหน้า ถ้าหากไม่ได้รับการอุปการะจากผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ทุกวันนี้งานสมาคมดำเนินไปด้วยดี ทุกอย่างมีความพร้อมทั้งในสังคมนักศึกษาไทย สังคมนักศึกษาประเทศเพื่อนบ้าน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย
ขณะที่ ซาบูเลาะ มามะ ประธานสภานักเรียนไทย ปี 2010 ให้ข้อคิดว่า สมาคมไม่ได้เกิดขึ้นมาเพียงแค่กลุ่มหนึ่งของนักศึกษาเท่านั้น แต่เป็นการรวมผู้นำของแต่ละภาคของไทย ไม่ว่าจะเป็นประธานภาคใต้ ประธานภาคกลาง และประธานสภา หรือเรียกว่า “อุสเราะห์ใหญ่” ผู้มีหน้าที่เรียกประชุมประธานทั้งสองภาคเพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารสมาคมในแต่ละปี และเป็นผู้ดูแลการทำงานของคณะกรรมการในแต่ละปีอีกด้วย ดังนั้นการทำงานสมาคมจะต้องมีความชัดเจนตรวจสอบได้ การดูแลนักศึกษาในแต่ละภาคก็เป็นหน้าที่ของประธานในภาคต่างๆ ซึ่งได้คัดเลือกผู้ที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับและเข้าใจในวัฒนธรรมของคนในภาคนั้นๆ เป็นอย่างดี
จะเป็นการดียิ่งขึ้น หากมีอุปกรณ์การแสดงศิลปวัฒนธรรมต่างๆ เพราะปัจจุบันนี้สมาคมเริ่มมีการพัฒนาไปสู่สังคมในหมู่สมาคมเอเชียด้วยกันมากขึ้น ทุกประเทศมีการแสดงมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองประจำภาค ซึ่งประเทศไทยเราก็มี อยากให้ทางการสนับสนุนในเรื่องนี้ด้วย เพราะการแสดงประจำภาคของเราในประเทศไทยมีความหลากหลายไม่แพ้ประเทศอื่นๆ
สมาคมนักศึกษาในทุกประเทศมีความสำคัญต่อประเทศไทยมาก เป็นการดีที่สมาคมได้รับการอุ้มชูและดูแลอย่างเป็นทางการแล้ว และคิดว่าอนาคตน้องๆ ที่จบการศึกษาจากที่นี่ไปก็จะมีความเข้าใจในการทำงานของระบบราชการมากขึ้น แยกออกว่าอันไหนคือระบบราชการ อันไหนคือเรื่องส่วนตัวของคนทำงานราชการ...ประเทศไทยจะได้ไม่ต้องสับสนและรักประเทศไทยมากยิ่งขึ้น...เหมือนที่ผมยิ่งหวงประเทศไทยในตอนนี้...อามีนยาร็อบ



