ไลฟ์สไตล์

อภิสิทธิ์แนะเยาวชนไทยคืนถิ่นเรียนรู้แนวพระราชดำริ

อภิสิทธิ์แนะเยาวชนไทยคืนถิ่นเรียนรู้แนวพระราชดำริ

28 ก.ค. 2553

นายกฯแนะเยาวชนไทยคืนถิ่นเรียนรู้แนวพระราชดำริ พร้อมให้รักษาความงดงามของความเป็นคนไทย

 เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 28 ก.ค. ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำคณะเยาวชนไทยคืนถิ่น (ภูมิภาคยุโรป) ผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่ รวม 25 คน เข้าเยี่ยมคารวะพร้อมรับโอวาทจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในโอกาสที่เดินทางมาเข้าร่วมโครงการเยาวชนคืนถิ่นจากประเทศต่างๆ ในภาคพื้นยุโรป ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม 2553 โดยมีนายอิสรา สุนทรวัฒน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเข้าร่วมด้วย

 โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวมอบโอวาทสรุปสาระสำคัญว่า ยินดีต้อนรับเยาวชนจากหลายประเทศในยุโรป ทุกคนกลับมาสู่ประเทศไทยและต้อนรับสู่ทำเนียบรัฐบาล ส่วนตัวนายกรัฐมนตรีมีความเชื่อจากประสบการณ์ของตัวเองที่เป็นคนหนึ่งที่ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานานว่า ความเป็นคนไทยทั้งประเพณี วัฒนธรรม อุปนิสัยใจคอ จะอยู่กับเราไม่หายไปไหน ไม่ว่าเราจะไปอยู่ในต่างแดน

 ความเป็นคนไทยเป็นสิ่งที่งดงาม ถ้าเรารักษาไว้ได้จะถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง และสมัยนี้โลกโลกาภิวัตน์และทุกคนเรียนรู้อะไรต่างๆ ทำให้คนทั่วโลกรู้จักประเทศไทยมากขึ้น มีความประทับใจเมืองไทย ประทับใจคนไทย เพราะคนไทยมีนิสัยที่ต้อนรับขับสู้โอบอ้อมอารี มีเสน่ห์ที่ประทับใจ จึงอยากให้เยาวชนได้รักษาสิ่งนี้ไว้ เพราะเชื่อว่าความเป็นคนไทยรักษาไว้ได้ไม่หายไปไหน

 แต่ก็แน่นอนว่าเมื่อเราอยู่ในต่างประเทศจะต้องปรับตัวรับวัฒนธรรม อิทธิพล ความคิด เข้ามาเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งก็สามารถที่จะมาผสมผสานความเป็นไทยที่มีความเป็นสากลได้ ทั้งนี้ ช่วงเวลาร่วมโครงการ 1 สัปดาห์นี้ถือว่าไม่มาก จึงอยากให้ใช้เวลาให้คุ้มค่าในการกลับมารื้อฟื้นเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของเมืองไทยเพื่อจะได้มีความภาคภูมิใจ

 นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยมีขนบธรรมเนียมประเพณี ที่สำคัญมีสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่กับชาติบ้านเมือง สร้างชาติสร้างบ้านเมืองมา และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันได้พระราชทานให้สิ่งดีๆ สำหรับประชาชนไว้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของแนวพระราชดำริกับความคิดปรัชญาเรื่องเกี่ยวกับการใช้ชีวิต เศรษฐกิจพอเพียง ความสามัคคี ซึ่งเป็นประโยชน์กับการใช้ชีวิตของพวกเราทั้งสิ้น จึงควรที่จะได้ศึกษาเรียนรู้เอาไว้

 พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวเชิญชวนเยาวชนให้กลับมาช่วยบ้านเมือง เพราะผู้ที่ไปอยู่ต่างประเทศโดยเฉพาะในยุโรปถือว่าเป็นผู้ที่มีโอกาสดี เพราะประเทศในยุโรปมีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจต่างๆ ก่อนหน้าประเทศเรา จึงทำให้มีสิ่งที่เยาวชนจะได้เรียนรู้มาก ซึ่งเมื่อได้เรียนรู้แล้วก็ขอให้นำมาใช้ช่วยประเทศชาติบ้านเมืองต่อไปในอนาคต

 สำหรับโครงการเยาวชนไทยคืนถิ่น กระทรวงวัฒนธรรมพิจารณาเห็นว่าชุมชนชาวไทยในต่างประเทศ มีจิตสำนึกและความผูกพันในความเป็นไทย มีเจตนารมณ์อันดีในการสืบทอดประเพณีปฏิบัติ และศิลปวัฒนธรรมให้แก่ลูกหลานรุ่นหลัง สมควรจะสนับสนุนส่งเสริมให้เยาวชนไทยที่เติบโตในต่างประเทศ ได้มีโอกาสเรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมไทยที่ถูกต้องตามแบบแผน สามารถปฏิบัติตน เสมือนเป็นยุวทูตไทยเผยแพร่วัฒนธรรมและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในประเทศที่ตนพำนัก

 จึงได้ดำเนินโครงการเยาวชนคืนถิ่นจากประเทศต่างๆในภาคพื้นยุโรป ได้แก่ สวีเดน นอรเวย์ เนเธอร์แลนด์ อิตาลี เยอรมนี ฝรั่งเศส เบลเยียม สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย ครั้งแรกในปี 2551 โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม 2553 โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมาย คือ เยาวชนไทยที่เติบโตในภูมิภาคยุโรป ผู้ปกครองเยาวชน และเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทย เช่น มารยาทไทย นาฏศิลป์ ดนตรี รวมทั้งเรียนรู้วิถีชีวิตที่พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ Museum Siam รวมทั้งพักค้างคืนที่อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ด้วย