ไลฟ์สไตล์

ยึด"พรหมวิหารสี่"-ปฏิบัติจริงปลูกจิตอาสา-คุณธรรมฉบับ"ฉือจี้"

ยึด"พรหมวิหารสี่"-ปฏิบัติจริงปลูกจิตอาสา-คุณธรรมฉบับ"ฉือจี้"

28 ก.ค. 2553

"มูลนิธิพุทธฉือจี้" เป็นองค์กรการกุศลที่มีเครือข่ายอยู่ในประเทศต่างๆ และโดดเด่นในเรื่องอาสาสมัคร งานบริการด้วยมิตรภาพบำบัดและกิจกรรมเพื่อสังคม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และมูลนิธิมิตรภาพบำบัด จึงนำบุคลากรและสื่อมวลชนรวมประมาณ 100 คนไปศึกษ

 การก่อตั้งมูลนิธิพุทธฉือจี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2509 หลังจากที่ "ท่านธรรมาจารย์(ภิกษุณี)เจิ้งเอี๋ยน" ได้ไปเยี่ยมลูกศิษย์ซึ่งป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองฮวาเหลียนและเห็นเลือดกองหนึ่งบนพื้น จึงสอบถามพยาบาลและได้รู้ว่าหญิงชาวเขาคนหนึ่งแท้งลูก ครอบครัวของเธอใช้เวลาถึง 8 ชั่วโมงหามเธอมารักษา แต่โรงพยาบาลเรียกเก็บเงินค่ามัดจำการรักษาก่อนถึง 8,000 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือเงินไทยขณะนั้นอยู่ที่ 4,000 บาท ทว่าครอบครัวของเธอไม่มีเงิน จึงหามกลับไปและเสียชีวิตในที่สุด ด้วยความเศร้าสลดใจต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ท่านธรรมาจารย์เจิ้งเอี๋ยนจึงร่วมกับลูกศิษย์ก่อตั้งมูลนิธิขึ้น

 นับแต่นั้นจนถึงปัจจุบันกว่า 44 ปี มูลนิธิได้ดำเนินภารกิจหลัก 4 ด้าน ได้แก่ 1.การกุศล เช่น การส่งอาสาสมัครของมูลนิธิออกไปช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้ประสบภัยธรรมชาติในประเทศต่างๆ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยการคัดแยกขยะนำมารีไซเคิลจัดทำเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น ผ้าห่ม ผ้าพันคอ ผ้าขนหนู เสื้อกันหนาว ฯลฯ เพื่อจำหน่ายนำรายได้มาสนับสนุนกิจกรรมการกุศลและสถานีโทรทัศน์ต้าอ้ายเพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านพระพุทธศาสนาและความรู้ต่างๆ   

 2.การรักษาพยาบาลได้ก่อตั้งโรงพยาบาลฉือจี้ถึง 6 แห่งทั่วไต้หวัน 3.การศึกษา ก่อตั้งวิทยาลัยการพยาบาลและเทคโนโลยี วิทยาลัยการแพทย์ ซึ่งปัจจุบันได้มหาวิทยาลัยฉือจี้ซึ่งเปิดสอนคณะแพทยศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และชีววิทยา คลังข้อมูลไขกระดูกฉือจี้ในไต้หวันซึ่งเป็นคลังที่ใหญ่อันดับสามของโลก รวมทั้งโรงเรียนฉือจี้เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล-ม.ปลาย 4.อบรมด้านจริยศาสตร์ ทั้งการชงชา จัดดอกไม้ เขียนพู่กันจีน และปลูกฝังจิตอาสาและคุณธรรม

 ลี คานัน (Lee Kanan) ผอ.โรงเรียนมัธยมต้นฉือจี้ บอกถึงแนวทางการจัดการศึกษาว่า ฉือจี้สอนนักเรียนอนุบาล-ม.ปลายที่มีกว่า 1,500 คน เน้น "ความรู้คู่คุณธรรม" โดยเฉพาะ"หลักพรหมวิหารสี่ ซึ่งประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา" ความมีวินัย เคารพกติกา รู้จักช่วยเหลือตัวเองและปลูกฝังจิตอาสาโดยผู้บริหารโรงเรียนและครูต้อง "ทำเป็นแบบอย่างให้แก่เด็กและสอนด้วยการให้ปฏิบัติจริง" เช่น การคัดแยกขยะ พาไปทัศนศึกษา ออกค่ายบำเพ็ญประโยชน์ เมื่อเรียนจบแล้วต้องรู้จักทำประโยชน์แก่สังคม  

 "วิชาเสริมที่นักเรียน นักศึกษาของฉือจี้ตั้งแต่ระดับประถมจนถึงมหาวิทยาลัยต้องเรียนรู้คือ การจัดดอกไม้ ชงชา เขียนพู่กันจีน แต่ละวิชาจะสอดแทรกคุณธรรม โดยชงชาทำให้จิตใจสงบนิ่ง รู้บุญคุณครู รู้จักให้เกียรติ เคารพและมีความรักต่อผู้อื่น การจัดดอกไม้สอนให้รู้ว่าชีวิตคนเรามีขึ้นมีลง รู้จักเคารพชีวิต มีความอ่อนน้อมถ่อมตน เขียนพู่กันจีนทำให้มีสมาธิ ใจเย็น อ่อนโยน และทำกิจกรรมจิตอาสา เช่น ช่วยเหลือผู้ยากไร้"   

 โดยเฉพาะนักศึกษาแพทย์ พยาบาลนอกจากต้องเรียนรู้ 3 วิชาเสริมนี้แล้ว มหาวิทยาลัยยังปลูกฝังให้เห็นความสำคัญของ "การให้" รู้จักให้เกียรติและเคารพความเป็นมนุษย์ โดยการเคารพและให้เกียรติอย่างสูงแก่ "ครูผู้ไร้เสียง" ผู้ซึ่งอุทิศร่างกายเป็นวิทยาทานผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น ทำบันทึกประวัติ เขียนจดหมาย ทำพิธีเซ่นไหว้และอุทิศส่วนกุศล ร่วมพิธีศพตั้งแต่แรกจนถึงพิธีบรรจุอัฐิ รวมทั้งฉือจี้ได้จัดทำหออัฐิครูผู้ไร้เสียงเปิดให้ญาติมาเคารพได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ ได้จัดให้มีระบบ "พ่อแม่อุปถัมภ์" ให้อาสาสมัครมูลนิธิพุทธฉือจี้กลุ่มละ 3-4 คนดูแลนักศึกษา 12 คนตั้งแต่เรียนชั้นปีที่ 1  

 เหยียน ยาง (Yuen Yang) วัย 58 ปี อาสาสมัครมูลนิธิพุทธฉือจี้ บอกว่า มาช่วยงานมูลนิธิเพราะอยากทำประโยชน์แก่สังคม ช่วยให้คนอื่นมีความสุข ดูแลคนไข้ที่ รพ.ฉือจี้ และช่วยงานต่างๆ มาได้ 10 ปีแล้ว เคยดูแลคนไข้ตาบอดที่ไม่มีคนดูแล เห็นเขามีความสุขแล้ว ก็รู้สึกสุขใจอย่างมาก

 นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานมูลนิธิมิตรภาพบำบัด เชื่อว่าการมาดูงานครั้งนี้ จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้บุคลากรของสปสช.และมูลนิธิมิตรภาพบำบัดนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปปรับใช้ในระบบบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์และพัฒนางานด้านมิตรภาพบำบัด ซึ่งปัจจุบันในไทยมีกลุ่มมิตรภาพบำบัดอยู่ 139 กลุ่มในโรงพยาบาลต่างๆ ช่วยดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคไต มะเร็ง หัวใจ ซึ่งนอกจากการรักษาแล้วยังต้องการกำลังใจด้วย   

 สอดรับกับ พ.อ.(ญ) ธัญญาสิริ ธันยสวัสดิ์ เจ้าหน้าที่กองการพยาบาล รพ.พระมงกุฎเกล้า บอกว่า โรงพยาบาลดำเนินงานด้านมิตรภาพบำบัดและจิตอาสามาเกือบ 10 ปีแล้ว มีกิจกรรมของกลุ่มต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง เบาหวาน หัวใจ โดยมีกิจกรรมเช่น จัดพยาบาลไปเยี่ยมผู้ป่วยที่กลับไปพักฟื้นที่บ้านในต่างจังหวัด กลุ่มผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคมะเร็ง เช่น ครู พยาบาล มาให้ความรู้ด้านอาหารและการดูแลสุขภาพ นักศึกษาพยาบาลมาพูดคุยและเล่นดนตรีให้คนไข้ฟังถึงเตียง

 "จะนำความรู้จากการดูงานมาปรับใช้โดยเชิญ ผอ.โรงพยาบาลเป็นประธานให้ทุกกลุ่ม จะประสานงานให้มาทำงานเป็นเครือข่าย  มีการจัดนิทรรศการร่วมกันและให้รางวัลจิตอาสาดีเด่น จัดกิจกรรมสัญจรไปเยี่ยมเพื่อให้กำลังใจผู้ป่วยตามโรงพยาบาลเครือข่ายในต่างจังหวัดเช่น ลำปาง ลพบุรี" พ.อ.(ญ) ธัญญาสิริ บอกทิ้งท้าย
 
     0ธรรมรัช   กิจฉลอง0