ไลฟ์สไตล์

กรมวิชาการฯแนะ
ซื้อกล้ายางชำถุง
ปลูกก่อนปลายฝน

กรมวิชาการฯแนะ ซื้อกล้ายางชำถุง ปลูกก่อนปลายฝน

28 ก.ค. 2553

ยางราคาดีเกินร้อยดึงเกษตรกรปลูกเพิ่ม ปีนี้คาดการณ์พื้นที่ขยายนับแสนไร่ ความต้องการต้นกล้าพุ่งสูง เกษตรฯ แนะเลือกซื้อยางชำถุงตามมาตรฐาน ย้ำปลูกให้แล้วเสร็จก่อนปลายฤดูฝน หวั่นแล้งเร็วกระทบยางอ่อนยืนต้นตาย

  นายสุจินต์ แม้นเหมือน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า เนื่องจากราคายางอยู่ในเกณฑ์สูงต่อเนื่องเป็นเวลานานทั้งยางแผ่นดิบ ยางแผ่นรมควัน และน้ำยางสด ที่มีราคาซื้อขายกิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 100 บาท เป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกยางพาราเพิ่มขึ้น ซึ่งฤดูปลูกปี 2553 นี้ คาดการณ์ว่าพื้นที่ปลูกยางพาราของไทยจะขยายตัวมากขึ้นกว่า 3 แสนไร่ทั่วประเทศ มีทั้งการปลูกสร้างสวนยางใหม่และปรับเปลี่ยนมาจากพืชอื่นที่มีปัญหาเรื่องตลาดและราคา เช่น กาแฟ และมันสำปะหลัง เป็นต้น 

  “ต้นกล้ายางคุณภาพมาตรฐานต้องติดตาด้วยยางพันธุ์ดี ตรงตามพันธุ์ที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด เช่น พันธุ์ RRIT251 พันธุ์ RRIM600 พันธุ์ PB235 โดยต้นยางต้องปราศจากโรคยาง อาทิ โรคลำต้นเน่า โรคใบจุดนูน โรคราแป้ง โรคใบจุดตานก เป็นต้น ทั้งยังต้องมีการเจริญเติบโตไม่น้อยกว่า 1 ฉัตร และไม่เกิน 2 ฉัตร เป็นวิธีการเลือกซื้อกล้ายางที่เกษตรกรควรยึดเป็นหลัก” ผอ.สถาบันวิจัยยาง กล่าว

 นายสุจินต์แนะนำว่า เกษตรกรควรรีบปลูกยางให้แล็วเสร็จก่อนปลายฤดูฝนหรือไม่เกินเดือนสิงหาคม หรือช้าสุดไม่ควรเกินกลางเดือนกันยายน สำหรับสวนยางที่ปลูกในช่วงหลังนี้ควรดูแลเป็นพิเศษโดยการคลุมโคนต้น หากพบว่าต้นยางปลูกใหม่ตายควรรีบปลูกซ่อมโดยเร็ว ซึ่งปีนี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เนื่องจากฤดูฝนมาช้ากว่าปกติ อาจเกิดปัญหาฝนทิ้งช่วงและเกิดปัญหาภัยแล้งเร็วขึ้นและยาวนาน อาจทำให้ต้นยางปลูกใหม่ยืนต้นตายได้ เกษตรกรควรเตรียมความพร้อมเอาไว้ด้วย